ผมเป็นได้เพียงเครื่องยนต์ดีเซล

  ติดต่อ

  การขับเคลื่อนพลังปัญญา เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ ดังนั้นใครที่มีประสบการณ์มากก็สามารถที่จะคิดและขับเคลื่อนได้เร็ว สำหรับใครที่มีประสบการณ์น้อย ปัญญาน้อยอย่างผมก็คงจะค่อยเป็นค่อยไปเสมือนเครื่องยนต์ดีเซล  

ผมเป็นได้เพียงเครื่องยนต์ดีเซล  เมื่อนั่งย้อนดูความเร็วในการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ ผมเข้าใจว่าน่าจะมาจากค่าอ๊อกเทน ที่มีปริมาณแตกต่างกันไป เช่น เครื่องเบนซิน และเครื่องดีเซล เบนซินก็จะสามารถจุดระเบิดได้เร็ว สมบูรณ์กว่า และแรงกว่าดีเซล เมื่อเป็นเช่นนั้นผมจึงได้มานั่งพิจารณาดูตัวเองว่าหากเราเปรียบเทียบเครื่องยนต์เป็นอย่างนั้น ครั้นมาย้อนดูเรื่องการจัดการความรู้ของเรา ก็เป็นได้แค่ เครื่องยนต์ดีเซล แถมเป็นดีเซลที่มาจากสบู่ดำอีกต่างหาก (Bio-desel) ที่คิดได้ช้า แถมยังขับเคลื่อนช้าอีกต่างหาก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับผู้รู้หลายๆ ท่าน พร้อมกับอาจาร์ของผมคือท่าน ผศ.ดร.แสวง   รวยสูงเนิน ซึ่งท่านใช้น้ำมันเครื่องบินเลยทีเดียว

สมอง และปัญญา เมื่อมองที่ตัวคน สมอง และปัญญาเปรียบเสมือนค่าของอ๊อกเทนที่มีอยู่ในน้ำมัน ที่มีความเร็ว และแรงต่างกัน ฉันใดก็ฉันนั้น คนที่มีสมองอันชาญฉลาด และปัญญาที่แหลมคมย่อมจะคิดอะไรออกมาได้เร็วกว่าคนอื่นเสมอ

ทำอย่างไรจึงจะเป็นอย่างนั้นบ้าง ผมเคยคิดหลายตลบโดยเฉพาะช่วงเวลาที่ไปร่วมประชุมเสวนา เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เห็นการนำเสนอของแต่ละท่านที่มีความแพรวพราวแตกต่างกันไป จนกระทั่งเคยคุยกันกับเพื่อนๆ ว่าทำไมเขาคิดเก่งขนาดนั้น เขากินข้าวกับอะไรกัน ซึ่งมันต่างกับเราลึกลับเลยทีเดียว  ด้วยความสงสัยว่าคนเหล่านั้นท่านคิดได้อย่างไรผมจึงได้มีโอกาส ได้คุยแลกเปลี่ยนกับท่านผู้รู้ท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าการจะทำแบบนี้ได้ต้องฝึกหลายๆ อย่างอาทิเช่น

1. อ่านบ่อยๆ ท่านแนะนำว่าให้อ่านบ่อยๆ อ่านให้กว้าง ลึก แล้วทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านั้น

2. เขียนบ่อยๆ ต้องฝึกการเขียนให้มากๆ หลังจากที่เราอ่านแล้วเราทดลองเขียนสรุปเป็นประเด็นออกมา แล้วอาจจะนำไปพิมพ์เผยแพร่ในรูปของบทความ หรือหนังสือก็ได้

3. ทำบ่อยๆ เมื่อรู้แล้วเราต้องลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง หรืออาจจะบอกว่าเป็นการทดสอบทฤษฎี เพื่อให้เกิดทักษะ (Skill) นั่นเอง

4. แลกเปลี่ยนบ่อยๆ หลังจากที่เรามีประเด็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แล้วต้องหาเวที่ในการที่จะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่นการนำเสนอในเวที่วิชาการต่างๆ

5. ทบทวนตัวเองอยู่เสมอ เราทำอะไร อยู่ตรงไหน เราต้องรู้ตัวเองอยู่เสมอ หรือที่เรียกว่า "การมีสติ" นั่นเอง

ครับพลังดีเซลจากสบู่ดำของผมคงได้เพียงเท่านี้ หากท่านใดที่จะกรุณาช่วยเติมเต็ม ใคร่ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ

ขอบคุณครับ

อุทัย   อันพิมพ์

29 ธันวาคม 2549

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 69997, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ปริญญาโท#หลักสูตร#ปริญญาเอก#พัฒนบูรณาการศาสตร์#มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (5)

น้ำมันชนิดไหน เครื่องยนต์ก็ติดได้เหมือนกัน การฝึกตามที่คุณอุทัยบอกก็ดี แต่ที่สำคัญอยู่ที่ตัวเราต้องเชื่อก่อนว่า "เรามีความสามารถเพียงพอที่จะทำสิ่งนั้นๆ ได้สำเร็จ" หรือ "เราทำได้"

เวลาแห่งความสำเร็จรออยู่ข้างหน้าแล้วค่ะ

อุทัย
IP: xxx.151.216.4
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับอาจารย์ที่ให้กำลังใจ บางทีเราก็คงต้องฝันเหมือนกันนะครับ แล้วต้องสร้างฝันนั้นให้เป็นจริง

ขอบคุณอีกครั้งครับ

อุทัย

ดีเซลสมัยไหน ตอนนี้ไม่แตกต่างแล้วครับ แต่อึดกว่าด้วยซ้ำไป
 ปัญญาที่แหลมคม และสมองที่ชาญฉลาด ถ้าไม่กำกับด้วยคุณธรรม จะอัตรายมากครับ  ..ท่าน อ อุทัย

  เครื่องยนต์ประเภทไหนก็ดีทั้งนั้น

ถ้ายังติดเครื่องได้

ประเภทหัวเทียนบอด

หัวเทียนหาย

ขายให้เซียงกงดีกว่า