ด้วยเพราะท้ายซอยบ้านของผมที่จังหวัดนครปฐมนั้นติดอยู่กับถนนรองซึ่งต่อไปยังถนนใหญ่ได้ บริเวณดังกล่าวมีรถจักรยานยนต์สัญจรไปมาค่อนข้างพอสมควร ประกอบกับบริเวณตึกแถวย่านนั้นก็มีร้านเล่นเกมส์และอินเทอร์เน็ตอยู่หลายร้านทำให้วัยรุ่น และเด็กชอบแวะเวียนกันมาจับกลุ่มเล่นเกมส์กันในร้าน เมื่อสองอาทิตย์ก่อนได้มีร้านหนึ่งเปิดตัวขึ้นด้วยสไตล์การแต่งร้านที่ดูก็รู้ว่าเป็นร้านดื่มสุรา แต่เขาจะแต่งสีสันที่ผมว่าเด็กและวัยรุ่นต้องชอบ หน้าร้านมีเคาเตอร์เหมือนกับขายน้ำผลไม้มีขวดน้ำหวานหลากสีสัน เปิดเพลงที่วัยรุ่นชอบ ทำให้ไม่แปลกที่จะมีเด็กๆเข้าไปนั่งจับกลุ่มกันหลายกลุ่มทุกคืน ด้วยความเป็นคนขี้สงสัยผมจึงชวนผู้ช่วยนักวิจัยผมไปลองนั่งรับประทานอาหารดู คนขายซึ่งเป็นวัยรุ่นทั้งชายและหญิงประมาณสองถึงสามคนก็นำเอาเมนูมาให้ผมดูซึ่งก็เป็นเมนูกับข้าวทั่วไป และเมนูที่เขียนมาว่าเป็นน้ำปั่นมีหลายหลายมากทั้งแตงโมน้ำผึ้ง บลูฮาวาย องุ่น มะนาว ส้ม ฯลฯ ผมจึงถามว่าน้ำปั่นนี้เท่าไร ก็ได้รับคำตอบว่าเหยือกละ 79 บาทพร้อมทั้งอธิบายให้ผมฟังว่ามันไม่ใช่น้ำปั่นแต่เป็นเหล้าปั่นผสมกับหัวเชื้อน้ำผลไม้ ผมแปลกใจมากเพราะทุกโต๊ะที่เด็กๆจับกลุ่มกันจะมีกลุ่มละไม่ต่ำกว่าสองถึงสามเหยือก ผมจึงถามว่าที่เด็กๆนั่นดื่มอยู่เป็นแบบเดียวกับที่แนะนำผมหรือเปล่าก็ได้รับคำตอบว่าใช่ ก็ไม่น่าแปลกครับเพราะราคาเหมือนกันแล้วก็สั่งเหมือนกันนี่นา แต่ที่น่าแปลกคือเขาขายให้เด็กๆเหล่านั้นได้อย่างไร ซึ่งใบหน้าของเด็กที่เข้ามาในร้านส่วนใหญ่ไม่น่าจะเกินระดับมัธยมต้นเสียด้วยซ้ำ บางคนถึงกับใส่ชุดนักเรียนมานั่งก็มี ทั้งชายและหญิง พอดึกเข้าก็มีการจับไม้จับมือ หอมแก้มกัน โอ้พระเจ้าผมพูดกับผู้ช่วยนักวิจัยว่านี่มันอะไรกัน คงมีประเทศไทยประเทศเดียวมั่งครับที่ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ได้ เหล้าผสมน้ำผลไม้ตบตาคนทั่วไป พ่อแม่ก็คงไม่ทราบคิดว่าลูกหลานไปนั่งอยู่ร้านขายน้ำปั่น ผมเองดูอยู่สักพักก็ทนไม่ค่อยได้จึงเข้าไปพูดกับเด็กกลุ่มหนึ่งดูแล้วอายุยังไม่น่าเกิน 15 ปี ผมสั้นเกรียนว่า หนูอายุถึงแล้วหรือกินเหล้าได้นะ ทั้งกลุ่มก็เพ่งสายตาไม่เป็นมิตรมาที่ผมทันทีทำให้ต้องออกจากร้านไปโดยด่วนก่อนที่จะมีเรื่อง ผมเขียนเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังให้ผู้ปกครองทั้งหลายได้ระมัดระวังลูกหลานตัวเองมากขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้มันผสมมากับน้ำผลไม้ปั่นแล้วครับ!!!