GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

จิรอาจ สมิงชัย(40)

วันนี้ช่วงเช้าไม่มีถ่ายวีดีโอแต่ช่วงบ่ายมีถ่ายครับ

วันอังคารที่ 26  ธันวาคม  2549

          วันนี้ช่วงเช้าไม่มีงานถ่ายวีดีโอครับ  แต่มีงานทำไตเติ้ลมาใหม่จากพี่ขวัญ  แต่เป็นงานไม่ด่วนครับ  ผมก็นั่งทำเรื่อยๆไม่รีบครับเนื่องจากจะใส่รายละเอียดเยอะหน่อยครับ  เมื่อเสร็จแล้วพี่นิคมก็ใช้ให้ผมไปเอาเทปDV ที่ห้องสมุดเทปที่ตึกอดุลยเดชวิกรมชั้น 5  โรงพยาบาลศิริราชนั้นเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่และมีตึกอยู่หลายตึกมากและที่สำคัญนั้นภายในตึกแต่ละตึกก็ยังแยกเป็นห้องประชุมอีกครับ  ถ้าคนที่มาฝึกงานช่วงแรกๆ นั้นผมมั่นใจเลยว่าไปไม่ถูกแน่ครับ มีหลงทางกันบ้าง  แต่เมื่อผมได้อยู่ไปนานๆ  การไปไหนมาไหนก็เริ่มจะคล่องตัวมากกว่าตอนแรกๆ เยอะครับ  แต่ก็ยังมีงงบ้างเพราะว่าบางทีนั้นงานที่พี่สัญชัยเขียนบันทึกบนกระดานงานนั้นบางทีพี่สัญชัยจะเขียนแค่ห้องที่ใช้ประชุมเฉยๆ ครับไม่ได้เขียนว่าตึกอะไร  ผมก็ต้องถามพี่เค้าว่าห้องประชุมนี้อยูตึกอะไรครับ  หลังจากไปเอาเทปDV มาให้พี่นิคมแล้ว  จากนั้นผมก็มานั่งตกแต่งไตเติ้ลต่ออีกจนเป็นที่น่าพอใจสำหรับพี่ขวัญครับ

          ในช่วงบ่ายนั้นมีถ่ายวีดีโอครับที่ตึกอัษฎางษ์  เป็นการถ่ายแบบบรรยายประกอบสไลด์เช่นเดิมเหมือนกับที่ผ่านๆ มาครับแต่ผมจะถ่ายคนเดียวเนื่องจากได้รับความไว้วางใจแล้วครับ  การถ่ายก็จะเน้นที่จอโปรเจคเตอร์เป็นหลักครับ  จะมีถ่ายผู้บรรยายบ้างนิดหน่อย  และผมก็มีเรื่องบังเอิญจะเล่าให้ฟังครับคือว่า  ถ้าวันไหนผมได้ไปถ่ายคนเดียวนั้นจะต้องมีคนที่มาฟังบรรยายเตะกล้องทุกทีเลยครับ  ผมก็บอกเค้าแล้วนะครับว่าระวังหน่อยแต่ก็ยังเตะอีก  แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรครับเพราะว่าทำตามหน้าที่ครับผม  กว่าจะถ่ายเสร็จก็เกือบ 17.00น. ครับ  จากนั้นผมก็เดินทางกลับบ้าน

          มาต่อจากเมื่อวานหน่อยดีกว่าครับเกี่ยวกับโปรแกรม Windows Movie Maker  ที่ผมติดค้างว่าวันนี้ผมจะนำจุดเด่นและจุดด้อย ของโปรแกรมนี้มาเล่าให้ฟังครับ  มาเริ่มกันเลยครับสำหรับความคิดของผมนะครับโดยผมจะเปรียบเทียบกับโปรแกรมAdobe Premiere นะครับเพราะว่าผมได้ใช้งานโปรแกรมนี้เป็นหลักครับ

          จุดเด่น

          1.เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายผู้ที่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโปรแกรมตัดต่อต่างๆ  สามารถที่จะเข้าใจได้ในทันที  เพราะว่าเป็นโปรแกรมที่ไม่ซับซ้อนเหมือนกับโปรแกรมตัดต่อตัวอื่นๆ ครับ

          2.เป็นโปรแกรมที่ไม่ต้องRender(คือการทำให้เราสามารถมองเห็นภาพหรือคลิปวีดีโอเมื่อใส่เอฟเฟคแล้วได้ทันทีไม่ว่าจะเป็นVideo Effects  หรือ Video Transitions)  บางโปรแกรมเช่นโปรแกรมAdobe Premiere นั้นต้องกด Alt ค้างไว้ด้วยถึงจะมองเห็นว่าเอฟเฟคที่เราได้ใส่นั้นเป็นอย่างไร

          3.เป็นโปรแกรมที่Support ตัวอักษรทุกรูปแบบครับแม้กระทั่งตัวอักษรไทยแบบต่างๆ ซึ่งบางโปรแกรมนั้นจะอ่านไม่รู้เรื่อง เช่นโปรแกรมAdobe Premiere (จะอ่านได้แบบอักษรไทยได้เฉพาะDSE และJSเป็นต้น)

          4.เป็นโปรแกรมที่มีการทำไตเติ้ลสำเร็จรูปที่สวยงามดูเป็นมืออาชีพ  และที่สำคัญนั้นใช้งานง่ายมากไม่ซับซ้อนครับ 

          5.เอฟเฟคบางเอฟเฟคนั้นไม่ว่าจะเป็นVideo Effects  หรือ Video Transitions นั้นจะไม่มีในโปรแกรมAdobe Premiere แต่จะมีในการด์ตัดต่อซึ่งราคาแพง  แต่โปรแกรม Windows Movie Maker  ก็ได้นำมาให้เราใช้ เช่นเอฟเฟคทำให้ภาพนั้นเก่าเหมือนฟิลม์ภาพยนต์เก่าๆ ครับ

          นี่ก็คงเป็นข้อดีที่ผมค้นพบครับครั้งนี้เรามาดูที่จุดด้อยกันบ้างดีกว่าที่โปรแกรมWindows Movie Maker นั้นมีจุดด้อยอะไรบ้างครับ

          จุดด้อย

          1.ด้วยความเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายทำให้งานที่ออกมานั้นไม่มีความโดดเด่นและน่าสนใจครับ  เนื่องจากTimelineของโปรแกรมWindows Movie Maker นั้นมีให้มาแค่อย่างละ1 แถบก็คือไว้สำหรับวางไฟล์วีดีโอและไฟล์ภาพนั้นมีให้แค่แถบเดียวไม่เหมือนกับโปรแกรมAdobe Premiere ที่จะสามารถเพิ่มกี่แถบก็ได้ครับ  ทำให้งานออกมามีความละเอียดและสามารถซ้อนภาพได้ครับซึ่งโปรแกรมWindows Movie Maker ไม่สามารถที่จะซ้อนภาพได้ครับ

          2.เอฟเฟคสำเร็จรูปที่มีมากับตัวโปรแกรมWindows Movie Maker นั้นทั้งเป็นVideo Effects  หรือ Video Transitions นั้นมีมาให้น้อยกว่าโปรแกรมAdobe Premiere  หลายเท่าตัวครับ  ทำให้บางเอฟเฟคที่ใช้นั้นอาจจะซ้ำไปซ้ำมาทำให้น่าเบื่อครับ

          3.ไม่สามารถกำหนดรูปแบบของตัวอักษรได้ครับยกตัวอย่างเช่นโปรแกรมAdobe Premiere นั้นสามารถใส่ขอบให้ตัวอักษรใส่เงาหรือแม้กระทั่งประดิษฐ์โลโก้ ภายในโปรแกรมก็ยังได้ครับซึ่งโปรแกรมWindows Movie Maker นั้นได้แค่พิมแค่ตัวอักษรและเลือกชนิดของตัวอักษรทำตัวหนา  ตัวเอียง  ตัวอักษรขีดเส้นใต้ได้แค่นั้นครับ

          4.ไม่สามารถExport ให้ไฟล์นั้นมีความชัดระดับDVD ได้ครับ  และไม่มีโปรแกรมเสริมที่ช่วยในการExport เหมือนกับโปรแกรมAdobe Premiere ที่มีโปรแกรมCanopus เป็นต้น

          สรุปแล้วว่าโดยรวมโปรแกรมWindows Movie Maker นั้นเหมาะแก่งานตัดต่อวีดีโอที่เป็นงานในครอบครับหรืองานไว้ดูเล่นๆ เช่น งานปีใหม่  บันทึกเรื่องราวประทับใจต่างๆ ครับ  ไม่เหมาะแก่การนำมาใช้ทำสื่อการเรียนการสอนเนื่องจากข้อจำกัดของแถบภาพไว้สำหรับวางไฟล์ภาพและแถบเสียงไว้สำหรับวางไฟล์เสียงต่างๆ นั้นมีมาให้แค่อย่างละแถบครับ  จะมีเด่นจริงๆ ก็ตรงไตเติ้ลอย่างเดียวครับที่เด่นจริงๆ เพราะฉะนั้นผมจึงได้นำโปรแกรมทั้ง2โปรแกรมนี้ซึ่งก็คือโปรแกรมWindows Movie Maker และ โปรแกรมAdobe Premiere  มาประยุกต์ใช้งานร่วมกันโดยดึงจุดเด่นของโปรแกรมWindows Movie Maker ซึ่งก็คือไตเติ้ลมาใช้ครับ  แล้วใช้โปรแกรมAdobe Premiere  มาตกแต่งในสิ่งที่โปรแกรมWindows Movie Maker ทำไม่ได้ ก็เช่นการซ้อนภาพเป็นต้นครับ  ผมจะนำไปให้เพื่อนดูในวันที่ 5 มกราคม  2549 ครับ

          สิ่งที่ผมได้บันทึกไว้ข้างบนนั้นเป็นประสบการณ์ทั้งหมดที่ผมได้ใช้เวลาศึกษา  ขาดตกบกพร่องตรงไหนต้องขออภัยด้วยครับ  หรือว่ามีบางเรื่องที่ผมไม่ได้กล่าวในนี้ก็สอบถามผมทีหลังได้นะครับยินดีตอบทุกคำถามครับ  สิ่งที่บันทึกข้างบนและวันที่ผ่านๆ มานั้นไม่ได้มีการคัดลอกมาจากหนังสือแม้แต่ประโยคเดียวครับ  แต่เกิดจากความเข้าใจของผมล้วนๆ ครับ  ภาษาบางภาษาผมอาจจะใช้ไม่ถูกก็ต้องการอภัยทุกท่านอีก 1 ครั้งครับ  ผมยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้ให้ผู้อื่นครับ  บันทึกของผมจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าไม่มีใครอ่านครับ

                                                      จิรอาจ  สมิงชัย

                                              

   

         

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 69472
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

เข้ามาหาบันทึกที่ 39 ไม่เจอครับน้องจิรอาจ
หาบันที่ 39 เจอแล้วครับ ขอบคุณน้องจิรอาจเป็นอย่างสูงที่ให้ความรู้เรื่องการตัดต่อ ตอนที่ 3 ...ขอส่งกำลังใจให้ได้ไป hollywood นะครับ