นี่คือบทสะท้อนคิด (reflection) ชิ้นที่ ๘ ที่เกิดจากการอ่านหนังสือ ประสบการณ์ประชาธิปไตยจีน โดยอ่านบันทึกก่อนหน้านี้ได้ที่ (๑), (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗)
สาระในหนังสือบทที่ ๗ ผลักดันที่ปัญหา และส่งเสริมด้วยการนำร่อง ทำให้ผมยิ่งเลื่อมใสว่า จีนมียุทธศาสตร์สร้างสรรค์ที่ล้ำลึก คำนึงถึงจุดเด่นและจุดด้อยของแนวทางพัฒนาประเทศสองแบบ คือแนว “ออกแบบจากระดับบนสุด” โดยใช้ทฤษฎีการออกแบบ กับแนว “คลำก้อนหินข้ามแม่น้ำ” คือทำไปเรียนรู้ไป ปรับไป
จีนยึดแนวทางหลังเป็นหลัก ตามชื่อของบทที่ ๗ คือ ผลักดันที่ปัญหา และส่งเสริมด้วยการนำร่อง คือเมื่อลงมือทำก็จะพบปัญหา ต้องหาทางเผชิญปัญหาด้วยโครงการนำร่อง เพื่อค้นหาความรู้และวิธีการที่เหมาะสมสำหรับใช้ในระบบใหญ่
โดยเขาตระหนักว่า การเมืองเป็นเรื่องซับซ้อน คาดเดายาก มีความเป็นอัตวิสัย และความรู้ความเข้าใจก็มีจำกัด จึงต้องพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยการทดลองนำร่อง สะสมความสำเร็จเล็กๆ สู่ความสำเร็จใหญ่ ซึ่งเราจะเห็นว่า ภายใน ๓๐ ปี ความสำเร็จเล็กๆ เหล่านั้น ได้ส่งผลให้ประเทศจีนพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
อ่านรายละเอียดในหนังสือแล้ว สัมผัสความละเอียดอ่อนระมัดระวังของจีน เขาบอกว่า ประชาธิปไตยแบบเลือกตั้งโดยตรง มีแนวโน้มจะนำไปสู่การใช้เงินเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง (น. ๓๖๒) เขาจึงเลือกพัฒนาประชาธิปไตยด้วยการทดลองแบบนำร่อง โดยคำนึงถึงปัจจัยทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ค่อยๆ พัฒนาประชาธิปไตยแบบจีนขึ้นมา อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่รีบร้อน
ขอขอบคุณ คุณยุวดี คาดการณ์ไกล ที่กรุณาส่งหนังสือมาให้
วิจารณ์ พานิช
๑๘ ก.ย. ๖๔