ระบบการศึกษาของทุกประเทศต่างก็ระบุว่า มีเป้าหมายจัดการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่เด็กและเยาวชน    แต่เด็กกว่าครึ่งโลก รวมทั้งในประเทศไทย ได้รับการศึกษาคุณภาพต่ำ    เพราะระบบการศึกษาของประเทศเหล่านั้นสั่งสมปัญหาไว้มากมาย    ในรูปของผลประโยชน์ ที่ระบุใน World Development Report 2018 ของธนาคารโลก    และผมตีความมาเผยแพร่ในบันทึกชุด สู่การศึกษาคุณภาพสูง  

การศึกษาคุณภาพสูงเป็นอย่างไร    คนส่วนใหญ่มองว่า คือการศึกษาที่เด็กสอบได้คะแนนดี   ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าสอบอะไร ออกข้อสอบอย่างไร   โดยที่ตอนนี้ข้อสอบที่ถือกันว่าเป็นมาตรฐานวัดสติปัญญาได้ดีกว่าการทดสอบอื่นๆ คือการทดสอบ PISA  ที่จัดโดย OECD   ที่ไทยเราเข้าร่วมตั้งแต่ต้น    และได้ผลสอบที่ฟ้องว่า การศึกษาไทยคุณภาพต่ำมาอย่างต่อเนื่อง   โดยมีแนวโน้มถดถอย    คือในช่วงหลังๆ การศึกษาไทยยิ่งด้อยลง    สะท้อนปัญหาเชิงระบบ และเชิงวัฒนธรรม 

หลังจากคลุกคลีใกล้ชิดกับระบบการศึกษามากว่าสิบปี    ผมฟันธงว่า ประเทศไทยจะฟื้นคุณภาพการศึกษาได้ต้องคืนอำนาจให้แก่โรงเรียนและครู    โดยต้องคืนให้แก้ผู้ไว้วางใจได้    นั่นคือโรงเรียนและครูที่พิสูจน์แล้วว่า มุ่งมั่นทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามหลักการจัดการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑   และมีหลักฐานความสำเร็จในระดับหนึ่ง จะได้รับความยืดหยุ่นในการทำงาน และใช้งบประมาณ  และมีอิสระในการร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียน และของครู   

นั่นคือ จะเข้าสู่การศึกษาที่มีคุณภาพได้ โรงเรียนและครูต้องเป็นผู้กระทำการ (agency)    ไม่ใช่มุ่งแต่รับคำสั่งจากหน่วยเหนือ   และระบบการศึกษาส่วนอื่นๆ ต้องมุ่งเกื้อหนุนการดำเนินการรอบตัวเด็ก   ซึ่งก็คือ ที่โรงเรียน ในชุมชน และในครอบครัว   

ไม่มีทางมีการศึกษาคุณภาพสูงได้ หากการบริหารระบบการศึกษายังเน้นการควบคุมสั่งการ    ไม่เปลี่ยนไปเน้นการเอื้ออำนาจให้โรงเรียน ครู ผู้ปกครอง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ลุกขึ้นมาเป็นผู้กระทำการ    ที่เป็นกิจกกรมเพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน    ที่เป็นการเรียนรู้บูรณาการ (holistic learning)    ไม่ใช่แค่เรียนวิชา    และไม่ใช่แค่เรียนแบบรู้ตื้นๆ   แต่ต้องเรียนสู่การยกระดับสมรรถนะครบด้าน    ที่สามารถพิสูจน์ได้          

วิจารณ์ พานิช

๑๐ ต.ค. ๖๔