GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

“เท้าราน้ำ” หรือจะสู้ “สวะเกาะข้างเรือ”

ทำให้โครงการมีความลำบากในการดำเนินงาน เพราะมีคนจำนวนมากเข้ามาร่วมกิจกรรม แต่มีเพียงไม่กี่คนที่เป็นตัวทำงาน แต่กลุ่มเหล่านี้ก็ทำให้คนที่ทำงานจริงรู้สึกเหนื่อยมากขึ้น

จากประสบการณ์การทำงานด้านการจัดการความรู้ที่ผ่านมา ผมพบว่าบุคคลกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาร่วมในกระบวนการทำงานของโครงการ

แต่มักจะไม่ค่อยทำงานอย่างจริงจังเท่าไหร่ ไม่ถึงกับขัดขวาง ไม่ถึงกับเห็นด้วย แต่ยังไง ก็ขอไปด้วยก็แล้วกัน ลักษณะภาษาอีสานที่เราเรียกว่า น๊ำแน  

เขาก็ไม่ถึงกับขัดขวางการทำงานแบบที่เรียกว่า เท้าราน้ำ อยากจะทำอะไรก็ทำ จะนั่งดูอยู่ แต่เวลาจะไปไหน จะได้รับประโยชน์ด้วย ก็ขอมีส่วนแบ่งด้วยก็แล้วกัน   

ลักษณะการทำงานของกลุ่มคนเช่นนี้ ทำให้โครงการมีความลำบากในการดำเนินงาน เพราะมีคนจำนวนมากเข้ามาร่วมกิจกรรม แต่มีเพียงไม่กี่คนที่เป็นตัวทำงานจริงจัง

แต่กลุ่มเหล่านี้ก็ทำให้คนที่ทำงานจริงรู้สึกเหนื่อยมากขึ้นที่ต้องเข็นคนเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กัน   

นี่คือ ความยากของการจัดการความรู้ในระดับชุมชน โดยเฉพาะในชุมชนที่เราเลือกไม่ได้ว่าเราจะจัดการความรู้กับใครบ้าง หรือแม้จะเลือกได้ ก็จะมีคนประเภทนี้แทรกมาอยู่ประจำ ทำให้การทำงานลำบากมากขึ้น   

เราจะลดคนเหล่านี้ได้อย่างไร เราจะทำอย่างไรจึงจะทำให้การทำงานคล่องตัวมากขึ้น โดยไม่มีสวะเกาะหางเสือ หรือข้างเรือ โดยลักษณะของคนกลุ่มนี้ เพื่อจะทำให้เรือเดินทางไปได้อย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อทางผู้ให้ทุนมาประเมินเรา เขาก็จะมองว่า เราทำงานช้า โดยไม่ได้ดูว่า เราทำงานกับใครบ้าง คนไปเร็วก็มี คนช้าก็มาก ถ้าเราจะโชว์แค่คนที่ทำงานเร็วไม่กี่คน ก็ดูเหมือนจะไม่เกิดพลังชุมชนอย่างแท้จริง 

แต่ถ้าจะนำคนเหล่านี้ไปด้วย งานก็จะช้าจนถูกประเมินว่า ทำงานไม่สำเร็จ   

เราจะทำอย่างไรดีครับ ที่จะทำงานจัดการความรู้ในระดับชุมชนอย่างประสบผลสำเร็จ   เราคงไม่โชคดีที่จะมีชุมชนที่ทำงานเข้มแข็งไปทั้งหมด

ลักษณะส่วนใหญ่ก็ยังจะมีคนกลุ่มนี้อยู่ทุกชุมชน จะเรียกเขาว่าดื้อตาใส ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว จะเรียกว่า ทองไม่รู้ร้อน ก็อาจจะไม่ใช่อีกนั่นแหล่ะ หรือว่ามีหลายๆ อย่างผสมผสานกันอยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้ เราจะช่วยให้เขาช่วยตัวเองและผู้อื่นได้อย่างไร  

ใครมีข้อเสนอกรุณาชี้แนะด้วยครับ ผมใกล้จะถึงทางตันในเรื่องนี้อยู่พอสมควร  

ผมพยายามจะใช้หลักการ บัวสี่เหล่า ของพระพุทธเจ้า แต่เวลาทำงาน ผู้ให้ทุนเขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับผมครับ เขาจะให้ผมยกไปทั้งกระบวนครับ ไม่ยอมให้ผมแยกบัวเหล่าที่สี่ออกไป

แต่ในปัจจุบันนะครับ ยังมีบัวเหล่าที่ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ฯลฯ ในระบบสังคม เดี๋ยววันหลังผมจะเอามาเล่าให้ฟังครับ

ว่าคนเหล่านี้ทำไมจึงเป็นมากกว่าบัวเหล่าที่สี่

ถ้าสนใจ ผมจะนำมาเสนอโดยเร็ว กำลังสำรวจตลาดอยู่ครับ ว่ามีคนสนใจ บัวแต่ละเหล่าเป็นอย่างไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน

จะได้ลองนำเสนอเป็นหนังตัวอย่าง  

แสดงความจำนงมาเลยนะครับ

สมาชิกเก่าแถมไม้แหย่รังแตน สมาชิกใหม่แถมไม้แหย่ไข่มดแดงทุกที่นั่งครับ

 จองที่นั่งมาเลยนะครับ

หนังกำลังจะฉายแล้วครับ  

ขอบคุณมากครับ

สวัสดีครับ....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 69192
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 18
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (18)

 

  จากประสบการณ์ที่ทำงานในชุมชน/สังคม

  •  ผมชอบเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง
  • ผมคิดว่าไอ้นี่ดี ไอ้โน่นดี ก็ลุยเลย บุกแหลก

 

 

  

ผมมีวิธีที่ทำงานไม่ดีนัก ส่วนใหญ่จะข้ามขั้นตอน 

โดยลืมพิจารณาเรื่องความพร้อม ความคิด ของทีม

สิ่งที่อยากจะให้เห็นผลสำเร็จ ก็กลายเป็นสำออยในที่สุด วัฒนธรรมการทำงานที่ต่างกัน ตัวแปรติดตัวมาเขาว่าเราเอาจริงเกินไป "อยากจะไปสบายๆง่ายๆ" มาชวนบุกแหลก เหนื่อย ไม่ไหวบางงานจำเป็นต้องได้"พวกหัวใจเสริมใยเหล็ก"

เช่น งานนโยบายเชิงรุก ถ้าเจอพวกหัวใจพลาสติกและ..แย่เลย  แตกต่างกันตรงไหน

พวกหัวใจเสริมใยเหล็ก จะชวนเราวิ่งเสียอีก ไม่ต้องเรียกก็มา ถ้ามีเรื่องสำคัญจะมาพบโดยไม่เกี่ยวเวลา ตี 2-3 ก็มา มีแง่คิดมาเสนอสม่ำเสมอ จนเราแทบรับลูกไม่ทัน

   ด้วยเหตุดังกล่าว การทำงานส่วนรวมต่อไปนี้ ผมต้องมาแก้ไขที่ตัวเอง ลดดีกรีความมุทะลุลงบ้าง แต่สันดานก็คือสันดาน เคยทำงานเต็มอัตราจะมาผ่อนเครื่องมันก็ไม่ใช่วิสัยเรา ตรงนั้นต้องเพิ่มตัวช่วยมาเป็นโช๊คอัพ แต่ตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพก็ใช่ว่าจะหาง่ายๆ  ไปมาตัวช่วยเป็นตัวป่วนต้องตัดทิ้งไปก็มี อย่างที่อาจารย์แสวงทราบ ผมใช้วิธีผ่าตัด ไม่รักษาแบบอี๋อ๋อ เพราะไม่มีเวลาแล้ว จวนจะเข้าโลงแล้ว มาทำเล่นได้อย่างไร  

พวกหัวใจพลาสติก จะชวนเราเข้าร้านอาหาร จะประชุมต้องมีปัจจัยเสริมกระเพาะ กินไปคุยไป สรุปแล้วก็ไม่ได้เรื่อง รับปาก แต่ไม่ทำ ถ้ากินด้วยปากอยากอยู่กับท้องชอบ! เราต้องตามง้อขอรายงาน มาประชุมก็ดีแต่คุยความคาดหวังลมๆแล้งๆ

  จะเอาKM.บทไหนเข้าไปก็เจ๊ง! ประเภทนี้พระพุทธเจ้ายังยกธงขาว ไม่โปรดสัตว์ให้เหนื่อย ตัดหางปล่อยวัด ปล่อยวางอุเบกขา พระพุทธองค์จึงเลือกก่อนว่าจะแสดงธรรมกับกลุ่มไหนบ้าง ก่อน/หลังยังไง

ผมได้คำตอบมา  2 เรื่อง

1 เสียงสะท้อนที่ยอมรับเท่าทุกวันนี้..เขาบอกว่า ถ้าใครมาร่วมงานกับผมจะพบ..

ความรู้สึก ทั้งรักทั้งชังทั้งหวานแหละขมขื่น

2 เคยถามอาจารย์ใหญ่ ว่าจะจัดการพวกดอกบัวไม่มีสกุลอย่างไร ท่านตอบได้โดนใจมาก ..

"ถ้ารู้ว่าขี้..ยังจะไปเตะให้มันเหม็นเท้าทำไม"

เรื่องที่อาจารย์แสวงเสนอมา มีกึ๋นร่วมแสดงเพียงเท่านี้  ถเจะเสนอประเด็นเพิ่มค่อยว่ากัน เพราะผมมีข้อที่ 3 รออยู่เช่นเดียวกัน 

 

 

เรียน อาจารย์ ดร.แสวง รวยสูงเนิน

  • การทำงานใดๆ ล้วนก็มีปัญหาเช่นเดียวกันครับอาจารย์ เพียงแต่ว่าเราจะหาทางออกได้อย่างไร ซึ่งผมก็พบปัญหาเช่นเดียวกันกับอาจารย์ครับ
  • ส่วนหนึ่งที่เกิดปัญหานี้ขึ้นเนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมขี้เกรงใจ เวลามีคนาขอร่วมกิจกรรมหากไม่ให้เข้าร่วมก็เกรงว่าจะผิดใจกันครับ
  • ในการคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการเวลาให้ผู้นำเป็นคนหาแนวร่วมส่วนใหญ่ก็มักจะมีเฉพาะพวกของตน ซึ่งก็มีทั้งเอาจริงบ้าง ไม่เอาจริงบ้าง
  • สำหรับวิธีที่ผมเคยทำนั้นส่วนใหญ่ก็จะผ่านทั้งผู้นำบ้าง ผ่านคนที่เรารู้จักในพื้นที่บ้าง แล้วมานั่งประชุมหารือกัน และทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนถึงหลักการทำงาน หากใครไม่สามารถอยู่ในเงื่อนไขได้ ก็ขอให้ชลอไว้ก่อน หรือก็ให้ถอนตัวออกไป หากมีความพร้อมค่อยมาคุยกันใหม่
  • ทดลอง เรียนรู้ร่วมกันไปก่อน เพื่อเป็นการคัดอีกรอบ ใช้ระยะเวลาในการดูใจสักระยะ  แล้วค่อยคัดเอาเฉพาะคนที่มีใจที่จะทำร่วมจริงๆ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในระยะนี้ผมจะเผื่อใว้ประมาณ 20 - 30 เปอร์เซนต์ ของเป้าที่ตั้งใว้ครับ
  • ถามว่าคัดขนาดนั้นแล้วก็ยังมีหลุดมาบ้างเช่นกันครับ แต่ก็ต้องทำใจใว้เป็นบทเรียนครับ

ด้วยความเคารพ

อุทัย  อันพิมพ์

สวัสดียามเช้า ครับ ดร.แสวง

  • น๊ำแน ลักษณะเอาไหนเอาด้วยช่วยเล็กน้อยพอเป็นพิธีแล้วให้รู้สึกเป็นภาระเจ้าภาพ ไม่ยอมมาเป็นเจ้าภาพเต็มตัว ใต้บ้านผมเขาว่าไอ้สีแก้วพลอยรุ่ง ครับ สีแก้วเป็นรูปตลกหนังตลุงทำจากหนังวัวหนังควายครับ มีลักษณะหรือบุคลิกประจำตัวคืออยู่อาศัยในการแสดงทั้งคืนสักแต่พอว่าให้รุ่งสางจะได้เลิกรา พลอยอยู่กับคนื่อน รูปหนังตลุงตัวอื่นๆ พอได้ค่าตัวค่าการแสดงในคืนนั้นกันเท่านั้น ไม่สนใจทำการงานให้เป็นเรื่องเป็นราว (บุคลิกหรือบทบาทมันถูกกำหนดมาเป็นอย่างนั้น)เปรียบปัจจุบันก็พวกตลกบริโภค ครับ เอาสาระอะไรไม่ค่อยได้ หากผมอธิบายสีแก้วพลอยรุ่งผิด คนใต้ช่วยผมด้วยนะครับ
  • วิธีทำความสะอาดพวกนี้นับว่ายากมาก ผมก็ไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไร ยิ่งการทำงานที่ล็อกเวลาตายตัวอย่างโครงการที่อาจารย์ทำอยู่ ผมเห็นด้วยกับวิธีของครูบาครับคือเด็ดขาด ไม่มีเวลาที่จะอี๋อ๋อ ให้เรือทั้งลำหรือโครงการทั้งลำมันเสียหายครับ การพัฒนาทำความสะอาดพวกนี้ค่อยว่ากันในรอบอื่นเวทีอื่น
  • ขอบคุณประเด็นที่อาจารย์ยกมาได้สะใจผม

มายกมือจองที่นั่งรออ่านค่ะท่านอาจารย์

อยากทราบวิธีแก้ปัญหาเวลาที่ผู้ร่วมทีมขอเอาหน้าแต่ไม่ขอออกแรงเนี่ยแหละค่ะ

  • เรียนท่านอาจารย์แสวง
  • จะรอติดตามอ่าน บัวเหล่าที่ 5 6 7 8 ... ครับ

ขอบคุณครับครูบา

แล้วเราจะหาเครื่องวัดคลื่นหัวใจได้ที่ไหนว่าเป็นคลื่นใยเหล็ก หรือคลื่นเม็ดพลาสติด

แม้แต่พลาสติกก็มีหลายเกรดครับ

บางรุ่นให้เอาไว้ดูเฉยๆ แค่ลมพัดนิดเดียวก็หลุดเป็นฝุ่นแล้วครับ

แล้วก็มาโวยวายว่า

"ฟ้าให้ข้ามาเกิด ไฉนจึงสร้างลมมาพัดให้หัวใจข้าสลายเป็นฝุ่นไปอีกเล่า"

จากสากก๊กตอน "จิวยี่รากเลือด"

เฮ้อ................

ครูนงครับ

ขอบคุณที่ไปค้นหา "ไอ้สีแก้วพลอยรุ่ง" มาให้ผมได้ใช้อีกเวอร์ชั่นหนึ่ง

ขอคารวะงามๆสักสามครั้งครับ

สมกับเป็นระดับกุนซือของ กศน. จริงๆครับ

ขอบคุณครับคุณกัมปนาท คุณจันทรรัตน์

ตอนนี้หนังกำลังจะฉายแล้วครับ

ครูบาบอกว่าขอเป็นโบนัสของขวัญปีใหม่ครับ

ก็คงจะมีหลายชิ้น แล้วแต่ชอบก็แล้วกันนะครับ

ตอนนี้ไม้แหย่รังแตนใกล้จะหมดแล้ว เหลือแต่ไม้แหย่ไข่มดแดงมากอยู่ครับ

เชิญรีบจับจองที่นั่งนะครับ

คนบางกลุ่ม มือไม่พาย เท้าก็ไม่ราน้ำ ชวนไปไหนก็ไม่ไป  อาจารย์จะทำอย่างไรกับคนเหล่านี้

             คนกลุ่มนี้จึงตกอยู่ในสภาพคิดจะเรียนว่ายน้ำในวันที่เรือแตกกลางทะเล

              คนกลุ่มนี้สิ่งที่ทำ มี 4 อย่าง คือ กิน  .....   ........   นอน    

            

         ขอแสดงความจำนง  และเข้ามาจองตั๋วล่วงหน้านะครับ ขอดูหนังด้วยคน....

 

ท่านขุนพลเม็กดำ

นี่แหละครับสวะติดเรือ

"คนบ่พัฒนาหงำบ้าน"

ครับ

ครับท่านสิงห์ป่าสัก

กรุณารับไม้แหย่รังแตนเป็นของชำร่วยไปด้วยครับ

กรณีมือไม่พาย เอาเท้าราน้ำนี้ไม่ได้มีเฉพาะการทำงานในชุมชนค่ะอาจารย์ ในวงการศึกษาหรือโรงเรียนต่าง ๆ มีคนเหล่านี้เยอะ ไม่ช่วยรุกมีแต่ระรานและแอบเอางานคนอื่นไปเป็นของตัวเอง กันถมถืด

จากประสบการณ์ของดิฉัน  หากได้ร่วมงานใดแล้วจะพยายามทำให้เต็มที่ เต็มกำลัง  แต่ในบางคร้งจะเกิดภาวะชงักงัน  เพราะบางครั้ง "ผู้นำ"  ก็ไม่เต็มร้อย  ไม่กระจ่าง ความรู้สึกของเราผู้ปฏิบัติก็เลยเกิดอาการ  เซ็ง

  ตอนนี้รออ่าน "บัวเหล่าที่  5 6 7..." อยู่ค่ะ  กำลังประเมินตัวเองว่าอยู่เหล่าไหนกันแน่

ในความเห็นของผม
  • ผมคิดว่า การทำงานเป็นเรื่องของการบริหารการจัดการครับ ถ้างานในความรับผิดชอบของเราเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องจัดการให้งานเดินครับ ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปโทษว่าใครทำงาน หรือใครไม่ทำงาน
  • การทำงานกับทีมงานที่เราไม่ได้เลือกเอง เป็นเรื่องปกติครับที่เราจะเจอทั้งคนที่อยากทำงาน และคนที่อยากเอาหน้า ถือเป็นความรับผิดชอบของเราในการทำให้คนทั้งทีมรับผิดชอบร่วมกัน แต่ถ้าเหลือบ่ากว่าแรงในการเข็นคนบางคน ผมคิดว่าการตั้งเป็นทีมงานย่อยในทีมงานใหญ่เป็นวิธีการหนึ่งที่น่าจะแก้ปัญหานี้ได้ครับ แล้วทำงานด้วยทีมงานที่รวมกลุ่มคนที่ตั้งใจทำงานจริงครับ อย่าไปสนใจคนที่ไม่ทำงาน
  • หน้าที่ของเราคือการรับผิดชอบผลงาน ไม่ใช่รับผิดชอบคนที่ไม่ทำงาน อย่าไปใส่ใจคนที่ไม่ทำงานเลยครับ เสียกำลังใจเปล่าๆ เพียงแค่เราคิดว่า ทำไมเราต้องเหนื่อยแทบขาดใจในขณะที่คนบางคนนั่งอยู่เฉยๆ งานก็ไม่เดินแล้วครับ
  • ทำงานเหนื่อยกับคนที่เหนื่อยด้วยกัน เพียงไม่กี่คนสบายใจกว่าครับ สนุกกว่าด้วย
  • สำหรับคนที่ไม่ทำงาน เอาแต่ชื่อ ทุกคนก็รับรู้กันได้ครับ เป็นเรื่องของการลงโทษโดยประชาสังคมดีกว่าครับ
  • อยากรู้เหมือนกันครับ ว่า บัวใต้คอนกรีตอย่างผมจะจัดอยู่ในบัวเหล่าใดของดร.แสวง

 

  พวกเท้าราน้ำ พวกสวะข้างเรือ มีวิธีจัดการ

ท่านเมาเซตุงเอาไปทำปุ๋ยหลายล้านคน

ไม่อย่างงั้นรวมจีนยาก

อย่าลืมว่าขงเบ้งยังรวมจีนไม่ได้เลย

เมาเซตุงเก่งกว่าขงเบ้ง

ตรงที่พิสูจน์ความสามารถผลงาน..รวมประเทศ

คุณพันดา กัญญาพร

ขอบคุญครับที่มาเพิ่มเติมความเห็น

คุณสุคนธ์ครับ ขอบคุณมากในแนวคิด

แต่สวะข้างเรือก็จะคอยกวนทำให้งานเราช้า และเรียกร้องผลประโยชน์ที่ตัวเองไม่ได้ทำ นี่สิหนักกว่าเพื่อน

จะใช้วิธีที่ครูบาเสนอก็โดนกระแสสังคมว่าเลือกที่รักมักที่ชัง เพราะเขาไม่รู้ด้วยกับเรา

ทุกคนก็มองเห็นแบบครูนงว่า "สีแก้วพลอยรุ่ง" แบบฉาบฉวย และก็ว่าต้องหารยาว

นี่คือความยากลำบากที่ผมเจอครับ

ทฤษฎีบางอย่างก็ปฏิบัติตามยากครับ

แรงต้านจะเกิดมาก

ทำให้อนาคตวิปริตได้ครับ

ผมกำลังเจอเต็มๆ และไม่มีใครช่วยผมได้เลย ถ้าผมไม่ดื้อทนสู้ คงใจสลายไปนานแล้ว

อยากเห็นสถานการณ์และวิธีการที่ท่านทำ จะลองนำมาปรับใช้ดูครับ

ขอบคุณทุกท่านครับ