นานๆจะมีข่าวดีมาอีกที วันนี้รู้สึกมีความสุข กับการกระทำที่ดีในอดีตจะได้นำเสนอเพื่อการเผยแพร่ในโอกาสอันดี

วันนี้  ครูอ้อยได้รับโทรศัพท์จากทางมหาวิทยาลัย  ท่ามกลางเสียงนักเรียนแข่งขันกีฬา  ครูอ้อยต้องนำเครื่องรับโทรศัพท์ของโรงเรียนไปฟังเสียงของท่านอาจารย์ในห้องของท่านรองผู้อำนวยการ

เสียงที่ปลายนั้นเป็นเสียงท่านอาจารย์ที่ปรึกษาของครูอ้อยสมัยที่เรียนปริญญาโท  สาขาหลักสูตรและการสอน  ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง  รุ่นที่ 6 ปีการศึกษา 2541ที่เริ่มเรียน

อาจารย์ต้องการให้ครูอ้อยไปพูดในงานปัจฉิมนิเทศนักศึกษาที่จบหลักสูตรมหาบัณฑิต  จากนครศรีธรรมราชและนครพนม  ที่ตึกสุโขทัย  ชั้น 3 ห้อง 301

เรื่องที่ให้ครูอ้อยพูดในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าที่ได้นำความรู้จากการเรียนที่มหาวิทยาลัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม

ครูอ้อยรู้สึกตื้นตันใจมาก....ที่อาจารย์มองครูอ้อยเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติดังกล่าวมาแล้ว

เป็นข่าวดีกับความก้าวหน้าของครูอ้อยที่จะได้เผยแพร่ผลงานที่ได้จัดทำไว้ในอดีต  และบันไดก้าวแรกที่...ครูอ้อยจะก้าวไปสู่การเลื่อนวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญของครูอ้อยเอง

การพูดในที่สาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแบบนี้  ครูอ้อยต้องไปแน่ๆ

ครูอ้อยตอบตกลงอาจารย์ทันที  และขอบคุณอาจารย์ที่นึกถึงลูกศิษย์อย่างครูอ้อย

หัวข้อที่จะพูดคือ

1.  นำความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรและการสอนที่เรียนมาใช้ในการทำงาน

2.  นำความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรและการสอนใช้ในการศึกษาต่อระดับปริญญาเอก

ครูอ้อยไม่ค่อยมีเวลา  ไม่งั้นจะทำเป็น Power Point  นำเสนอ  แต่อาจารย์กำชับว่า 45 นาทีเท่านั้นที่ครูอ้อยจะพูด  และให้พูดในสิ่งที่ครูอ้อยประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน  ผลงานทางวิชาการที่ได้รับรางวัลต่างๆนานา   ตลอดทั้งผลงานทางวิชาที่เสนอขอเลื่อนตำแหน่งวิทยฐานะ...ซึ่งครูอ้อยก็ถนัดอยู่แล้ว  เพราะพูดออกมาจากความจริง

เพียงแต่ว่าครูอ้อยต้อง  ลำดับ  ปี  ลำดับเหตุการณ์ เล่าเรื่องให้ต่อเนื่องเท่านั้นเอง  ส่วนรายละเอียดนั้นก็คงไม่ต้องเตรียมตัวมาก  เพราะออกมาหัวสมองของครูอ้อยเอง

นับว่า..เป็นก้าวแรกของครูอ้อยในการที่ก้าวไปสู่การเลื่อนวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญในไม่กี่ปี......และในอนาคตอันใกล้นี้