อาจารย์พอลซันแนะนำว่า การป้องกันมะเร็งที่ดีควรเริ่มที่อาหาร 2 ขั้นตอน ขั้นแรกให้ลดไขมันอิ่มตัวจากสัตว์

                                            

เราๆ ท่านๆ อาจมีประสบการณ์กินสลัดที่มีน้ำสลัดทำจากน้ำมันมะกอกมาแล้วไม่มากก็น้อย วันนี้มีข่าวดีสำหรับท่านที่ชื่นชอบน้ำมันมะกอกครับ...

  • อาจารย์ดอกเตอร์เฮนริค อี. พอลเซน ผู้ร่วมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน เดนมาร์กทำการศึกษาผลของน้ำมันมะกอกในผู้ชายยุโรป 182 คน

กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ชายยุโรป 5 ประเทศ มาจากประเทศยุโรปเหนือ และยุโรปใต้ อายุระหว่าง 20-60 ปี

  • ก่อนทำการศึกษาได้ตรวจหาสารเคมีชนิดหนึ่ง (8oxodG) สารนี้มีคุณสมบัติในการบ่งบอกระดับของสารพันธุกรรม (DNA) ว่า ถูกทำลายมากหรือน้อย

 

ถ้า DNA ถูกทำลายมาก... สารนี้จะมีค่าสูง ถ้า DNA ถูกทำลายน้อย... สารนี้จะมีค่าต่ำ

  • ผลการตรวจก่อนการศึกาพบว่า ผู้ชายยุโรปเหนือมีค่าสารเคมชนิดนี้สูงกว่าผู้ชายยุโรปใต้ อาจารย์ท่านกล่าวว่า นี่อาจอธิบายได้ว่า ทำไมคนยุโรปใต้ที่อยู่รอบๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นมะเร็งน้อยกว่าคนยุโรปเหนือ

 

มะเร็งที่คนยุโรปใต้เป็นน้อยกว่าคนยุโรปเหนือได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งรังไข่ มะเร็งต่อมลูกหมาก

  • การทดลองนี้กำหนดให้กลุ่มตัวอย่างใช้น้ำมันมะกอกวันละ ¼ ถ้วยตวง (1 ถ้วยตวง = 240 มิลลิลิตร) หรือประมาณ 4 ช้อนโต๊ะ (60 มิลลิลิตร) เป็นเวลานาน 2 สัปดาห์

 

เมื่อครบ 2 สัปดาห์... จะทำการเจาะเลือด ตรวจหาระดับสารเคมีดังกล่าวซ้ำ ผลการทดลองพบว่า สารเคมีดังกล่าวลดลง แสดงว่า สารพันธุกรรมหรือ DNA น่าจะถูกทำลายน้อยลง

  • อาจารย์ท่านกล่าวว่า น้ำมันมะกอกอาจช่วยป้องกันอันตราย หรือความเสื่อมของ DNA ได้จากกลไกล 2 อย่าง

 

อย่างแรกคือ น้ำมันมะกอกมีสารต้านอนุมูลอิสระ (phenols) สูง อย่างที่สองคือ น้ำมันมะกอกมีไขมันไม่อิ่มตัวโมเลกุลเดียว (monounsaturated fatty acid / MUFA) สูง

  • อาจารย์พอลซันแนะนำว่า การป้องกันมะเร็งที่ดีควรเริ่มที่อาหาร 2 ขั้นตอน ขั้นแรกให้ลดไขมันอิ่มตัวจากสัตว์

 

ไขมันอิ่มตัวจากสัตว์มีมากในเนื้อสัตว์ เนยแข็ง และนม ถ้าดื่มนมให้เปลี่ยนจากนมชนิดไขมันเต็มส่วน (whole milk) เป็นนมชนิดไขมันต่ำ (low fat milk) หรือนมไม่มีไขมัน (nonfat milk)

  • ขั้นที่สองให้กินอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนให้มากขึ้น อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนไม่ได้มีแต่น้ำมันมะกอก

 

ทว่า... เป็นอาหารที่ประกอบด้วยธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปังสีรำ(โฮลวีท – whole wheat) ข้าวกล้อง ฯลฯ ผัก ผลไม้ ปลาทะเล และน้ำมันมะกอก

  • ผู้เขียนขอเพิ่มเติมเรื่องน้ำมันสักหน่อย... น้ำมันของไทยที่คล้ายน้ำมันมะกอกที่สุด และมีราคาไม่แพงได้แก่ น้ำมันรำข้าว ราคาลิตรละประมาณ 33 บาท

 

น้ำมันมะกอกราคาลิตรละประมาณ 425 บาท... อาจจะแพงไปสำหรับคนไทยส่วนใหญ่

  • น้ำมันรำข้าวมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น โอรีซานอล ฯลฯ น้ำมันชนิดนี้ส่งขายต่างประเทศ เพื่อใช้ทำเครื่องสำอาง

 

ถ้าต้องการน้ำมันชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากเป็นพิเศษ... เสนอให้ซื้อน้ำมันรำข้าวชนิดมีโอรีซานอลสูง ราคาลิตรละ 80 บาท

  • ขณะที่คนไทยมีน้ำมันรำข้าว... คนพม่าก็นิยมใช้น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันชนิดนี้มีไขมันไม่อิ่มตัวโมเลกุลเดียวสูง

 

ไขมันไม่อิ่มตัวโมเลกุลช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และลดโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL)

  • นอกจากนั้นน้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวโมเลกุลตำแหน่งเดียวสูง เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง ฯลฯ ยังทนต่อความร้อนสูง

 

เมื่อใช้ผัด ทอดจะมีโอกาสเกิดสารก่อมะเร็งน้อยกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ ที่มีไขมันไม่อิ่มตัวโมเลกุลเดียวต่ำ

  • น้ำมันสัตว์ น้ำมันปาล์ม และกะทิก็ทนความร้อนสูงได้ดี ทว่า... มีไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งอาจทำให้โคเลสเตอรอลในเลือดสูงได้ง่าย ทำให้เสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน หรืออัมพฤกษ์-อัมพาตได้
  • นับเป็นโชคดีของคนไทยและคนพม่าที่มีโอกาสใช้น้ำมันพืชชนิดดีมาก(น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง)เช่นนี้...

    แหล่งข้อมูล:

    เชิญอ่าน & ดาวน์โหลดที่นี่:

  • อ่านบ้านสาระ >>> http://gotoknow.org/blog/talk2u > เชิญท่านผู้อ่านชมบันทึกย้อนหลังได้จากปฏิทินกิจกรรมทางขวามือ (เลือกจากเดือนและปี)
  • Download แฟ้ม PDF >>> www.lampangcancer.com > ขอขอบคุณณรงค์ ม่วงตานี webmaster