เรียนรู้จากการเป็น APN

สุพัฒน์  สมจิตรสกุล 

          เมื่อสองสามวันก่อนได้มีโอกาสเข้าไปร่วมเรียนรู้กับเหล่าพยาบาลที่ผ่านการสอบเพื่อรับวุฒิบัตร เป็น APN หรือ วุฒิบัตรผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง ซึ่งทางสภาการพยาบาลได้ให้ผมได้มีโอกาสไปเล่าประสบการณ์หลังจากได้รับวุฒิบัตรนี้ในรุ่นที่ ๑ (สำหรับรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ ๔)
 

ผมได้สรุปเป็นความรู้ในตัวผมว่า การที่ผู้ที่ผ่านกระบวนการสอบคัดเลือกนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ท่านต้องแสดงตนว่า ตนนั้นมีศักยภาพที่จะแสดงออกว่าสามารถปฏิบัติการพยาบาลได้แตกต่างจากพยาบาล มิใช่ได้วุฒิบัตรแล้วไปแสดงความองอาจที่จะเปลี่ยนใครต่อใครให้มายอมรับในชั่วคืนข้ามวัน ผมเองเป็น APN มาร่วม ๔ ปีแล้วกลับพบว่า สิ่งที่ตัวได้รับคือโอกาสการเรียนรู้มากขึ้น ทำให้เราได้มีโอกาสแทรกเข้าไปเรียนรู้ในวงต่างๆมากขึ้น แต่เมื่อถามถึงลาภ ยศ เกียรติ มีเพิ่มขึ้น?  ....เปล่าเลย เพราะผมสรุปเองว่า การจะให้คนอื่นยอมรับเราได้ ต้องทำงานเพื่อแสดงผลให้เกิดให้คนอื่นยอมรับ ว่ามีเราทำงานแล้วเกิดผลที่ดีและแตกต่างจากที่ไม่มีเรา
  

ปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิดผลดีต่อการทำงานให้ลุล่วงและมีความสุขคือ 3 พ พ-พื้นที่ร่วมเรียนรู้ พ-เพื่อนร่วมพึ่งพา และ พ-(อาจารย์หรือผู้รู้สำหรับเป็นที่)พึ่งพิง และ สิ่งที่จะงอกงามในระหว่างการทำงาน(ตัวชี้วัดความสำเร็จ)ต้องเกิดขึ้นใน 3 กลุ่ม (ขาดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งระวังจะมีปัญหา)คือ ความงอกงามในตัวคนทำงาน ความงอกงามในเพื่อนร่วมทีม และความงอกงามในหน่วยงานหรือผู้รับบริการ หากเกิดขึ้นเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งนั้นแสดงถึงความไม่สมดุลของการทำงาน ระวังให้ดีเถอะมันย้อนศรกลับมาจัดการเราภายหลัง
  

      ต่อไปนี้ขอขยายความเกี่ยวกับปัจจัยแต่ละตัว อันแรก พื้นที่ร่วมเรียนรู้ สิ่งนี้เป็นอันดับแรกต้องใส่ใจ เพราะคำว่าพื้นที่ มิใช่มีอาณาเขตทางภูมิศาสตร์ แต่ผมกลับมองเป็น กลุ่มคน เครือข่าย ประเด็นที่สนใจ เช่นผมเองมีความสนใจในเรื่องเบาหวานมานาน เพราะประทับใจในผู้ป่วยเบาหวานรายหนึ่งที่ป่วยเป็นจิตเวช ทำให้เกิดแรงบันดาลที่ต้องการเรียนรู้ (จากเดิมที่ต้องการเข้าไปเปลี่ยนแปลงเขา)  หรือ บางคนมีความสนใจในเครือข่ายที่สร้างสุขภาพในกลุ่มชนเผ่า เพราะจุดเริ่มต้นจะนำไปสู่ เพื่อนร่วมพึ่งพา เพราะคำว่าเพื่อน ต้องมีความพ้องกันในหลายเรื่อง หนึ่งในเรื่องนั้นก็คือ ความสนใจในเรื่องราวร่วมกัน การมองเพื่อนต้องมองข้ามขอบรั้วในหน่วยงาน บางครั้งเพื่อนที่ชอบในสิ่งเดียวกันกับเรา อาจไม่มีในหน่วยงาน นอกจากนี้อย่าไปกังวลว่า ต้องมีจำนวนมาก หรือต้องนำพาคนทั้งหน่วยงานสนใจอย่างเรา เรื่องนี้เป็นเรื่องยากและจะเป็นภาระแก่เราในภายหลัง เช่น ผมบางครั้งเคยร่วมเรียนรู้เครือข่ายสุขภาพแต่มิใช่อยู่ในเขตรับผิดชอบของหน่วยงาน แต่เป็นของอีกหน่วยงานที่เรามิได้มีบทบาทหลัก แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับมากเกินที่คาดไว้ เป็นต้น  และสุดท้ายคือ ทีพึ่งพิง การทำงานจำเป็นต้องมีผู้รู้เป็นที่ปรึกษาอยู่เป็นระยะ เพื่อเป็นการสอบทานถึงทิศทางการทำงาน มิฉะนั้นเราและเพื่อนจะพากันเข้าป่า ลงเหว การทำงานของผมโชคดีที่มีอาจารย์ที่ดีคอยให้คำปรึกษา เช่น รศ.ดร.นิตย์ ทัศนิยม รศ.นพ.สมพนธ์ ทัศนิยม พอ.นพ.ทวีศักดิ์ นพเกษร  รศ.ดร.ขนิษฐา  นันทบุตร และอีกหลายท่านที่ไม่ได้กล่าวถึง ท่านเหล่านี้จะให้โอกาสให้ผมได้สอบทานความถูกต้องขณะทำงาน บางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดเมื่อสอบทานกับท่านแล้ว เรากลับได้แง่เพิ่มขึ้นนำไปสู่การปรับแต่ง เช่น ครั้งหนึ่งผมไปเก็บข้อมูลเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมได้ไปเก็บในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโรงงาน เมื่อนำไปนำเสนอ อาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า แล้วอีกด้านเป็นอย่างไร ...
   

          และผลของการทำงานในแต่ละครั้งที่ทำงาน เราเองจำเป็นต้องสรุปบทเรียนที่เรียนรู้ ผมเองได้เรียนรู้จากอาจารย์ที่กล่าวข้างต้น ท่านจะให้ผมสำรวจเสมอว่า มีความสุขบ้างหรือไม่ในการทำงานในแต่ละครั้ง ผมมีความเชื่อว่า งานที่เราได้ลงมือทำนั้นทุกอย่างมีคุณค่าแก่การเรียนรู้ แม้มองว่า จะล้มเหลวไม่เป็นท่าเลย สิ่งที่อยากให้พวกเราได้พินิจพิเคราะห์ในงานที่เราลงมือทำในแต่ละครั้ง โดยให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า มีสิ่งที่งอกงาม(สิ่งดีงาม ความสุข) เกิดขึ้นในตัวเราหรือไม่ เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมทีมเราหรือไม่ เกิดขึ้นกับกลุ่ม/ชุมชนที่เราทำงานหรือไม่ ผมมีความเชื่อว่า มีสิ่งที่งอกเกิดขึ้นเสมอ อยากให้ลองค้นหา อย่าให้ปล่อยผ่านเลยไปเพราะงานทุกชิ้นที่พวกเราลงมือทำนั้นเกิดผลเสมอ และก่อให้เกิดบทเรียนให้เรียนรู้เสมอ บันทึกเหล่านี้เมื่อถูกรวบรวมและวิเคราะห์ท่านเองจะได้เห็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่เกิดจากตัวท่านและเพื่อนร่วมทีม

    สุดท้าย อยากย้ำถึงเหล่า APN และ พยาบาลที่ต้องการเป็น APN เราจำเป็นต้องพิสูจน์ให้สังคมยอมรับว่า จำเป็นต้องมี APN เพราะมีความต่างในการปฏิบัติงานให้เกิดความงอกงามในกลุ่ม/ชุมชนที่เราปฏิบัติ เรามิอาจเรียกร้องให้คนยอมรับได้โดยปราศจากไม่มีอะไรที่แสดงให้คนทั่วไปยอมรับ ผมเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพพอที่จะแสดงให้โลกยอมรับ......