ครม. ไฟเขียวมาตรการช่วยนักลงทุนเขตเศรษฐกิจเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 จังหวัด ลดภาษีเงิน ได้นิติบุคคล จาก 30%เหลือ 3% เป็นเวลา 3 ปี พร้อมลดภาษีธุรกิจเฉพาะขายอสังหาฯ เหลือ 0.1%  ขณะที่พาณิชย์ยอมลดค่าธรรมเนียมต่างๆ หวังกระตุ้นการลงทุน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการสนับสนุนเขตพัฒนาเศรษฐกิจเฉพาะกิจ พร้อมกำหนดให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และพื้นที่ 4 อำเภอในสงขลา ได้แก่ อ.จะนะ    อ.นา ทวี อ.สะบ้าย้อย และ อ.เทพา เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจเฉพาะกิจ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 - ธันวาคม 2552 เป็นเวลา 3 ปี         มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจเฉพาะกิจ ประกอบด้วย 1.  ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล จาก 30% เหลือเพียง 3% 2.  ยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้ตามมาตรา 40 (7) และ (8) แห่งประมวลรัษฎากร และมีสถานประกอบการในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจเฉพาะกิจ 3.  ลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ทางค้าหรือหากำไร ตามมาตรา 91/2 (6) จาก 3% เหลือ 0.1% ตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 - ธันวาคม 2552 นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน การขอตรวจเอกสาร การขอสำเนา เอกสารพร้อมคำรับรอง และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด โดยลดค่าธรรมเนียมทุกรายการลงกึ่งหนึ่งจากค่าธรรมเนียมปกติ พร้อมรับภาระชดเชยภาระเบี้ยประกันภัยทรัพย์สินคุ้มครองภัยก่อการร้ายให้กับผู้ประกอบการในส่วนที่เกิน 0.5%   ปัจจุบันเบี้ยประกันภัยก่อการร้ายอยู่ที่ 1-2% คาดว่าจะใช้งบ 80 ล้านบาทต่อปี ส่วนกระทรวงมหาดไทยจะมีมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนการโอน และค่าจดทะเบียนทำนองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดให้เหลือ 0.01% ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ความช่วยเหลือกับผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้น สำหรับพื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ขยายระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือออกไปอีก 1 ปี การช่วยเหลือผ่านธนาคารพาณิชย์จะหมดอายุวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 และกรณีผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะหมดอายุวันที่ 31 กรกฎาคม 2551    พื้นที่ 2 จังหวัดที่เหลือ คือ สตูล และ 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา ทาง ธปท. จะให้ความช่วยเหลือในการรับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยผู้ประกอบการผ่านสถาบันการเงินเป็นกรณีพิเศษในรูปเงินทุนหมุนเวียน โดยตั๋วสัญญาใช้เงินที่ซื้อต้องมีอัตราดอกเบี้ยไม่เกินดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมประเภทมีกำหนดระยะเวลา   สำหรับลูกค้าชั้นดี (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี MLR-2.75%  ซึ่ง ธปท.จะเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตรา 1% ต่อปี โดยการช่วยเหลือแต่ละราย เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี  ในส่วนของกระทรวงแรงงานเห็นควรให้เปิดจดทะเบียนคนต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 จังหวัด โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ที่อยู่ในไทยแล้ว กรุงเทพธุรกิจ 20 ธค. 49