ไข้หวัดน็อค

  ติดต่อ

   ในภาวะที่พูดถึงการพึ่งตนเอง ขณะเดียวกันอาชีพของชาวบ้านก็ถูกยึดไป ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้เพราะถูกมักมือชก การที่ต้องตกมาอยู่ในสภาพนี้ ทำให้เห็นความสำคัญของความรู้ ชาวบ้านจะมาทำอยู่ทำกินแบบพอเพียงไม่ได้แล้ว ในความพอเพียงนั้นต้องมีวิชาการไปกระตุ้นวิชาชีพให้เร่งรีบไขว้คว้าหาความรู้มาประดับตน  

            ไข้หวัดน็อค           <p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">          ช่วงอากาศเปลี่ยน ภูมิต้านทานของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงจะอ่อนแอ ต้องใช้เวาลาในการปรับตัวระยะหนึ่ง วันนี้เราจึงชานคุยเรื่องโรคไข้หวัดนก เพราะไม่ทราบว่าพื้นที่ไหนจะเจอภัยที่มาจากนก ..นกหนอนกเจ้าหกเจ้าเหิร เมื่อก่อนทุกคนชอบดูนกบิน ชื่นชมที่เห็นความสวยสนใสบินไปมาบนท้องฟ้า แต่วันนี้..เหตุการณ์ผลิกผัน นกได้กลายเป็นศัตรูของมนุษย์เต็มรูปแบบ ทำไมทุกอย่างตาลปัตรไปเช่นนี้  วันพรุ่งนี้จะมีเรื่องอะไรสุดแสนเศร้ามาให้เราต้องเสียใจกันอีก วิชากงวิชาการไม่ได้ช่วยอะไรได้บ้างเชียวหรือ..</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal" align="center"><div style="text-align: center">ไก่ดำ1</div></p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">            </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">    มหาชีวาลัยอีสาน  มีโครงการวิจัยเชื่อมโยงกับนักวิจัยมืออาชีพ และนักวิจัยในหน่วยราชการต่างๆ  เพราะเราให้ความสำคัญถึงการผนึกพลังความรู้เข้าด้วยกัน ระว่างชุดความรู้นักวิจัย/นักวิชาการ กับชุดความรู้เชิงปฏิบัติ ที่เป็นประสบการณ์ตรงหรือว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น </p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p>       การตั้งต้นเริ่มที่ปัญหาเฉพาะหน้า ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศมีปัญหาเรื่องไข้หวัดนก  เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงประมาณ 8 กลุ่ม เช่น </p><p>1.      กลุ่มนโยบาย ติดตามความเคลื่อนไหวที่จะทำการป้องกัน และใช้มาตรการกำกับควบคุม อย่างเข้มข้น</p><p>2.      กลุ่มนักวิชาการ นักวิจัย  วางแผนศึกษาวิจัยมูลเหตุและสาเหตุของโรค ค้นหาข้อเสนอแนะ</p><p>3.      นักธุรกิจ  ปกป้อง ป้องกัน หาข้อสรุปอย่างเบ็ดเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว</p><p>4.      ชาวบ้าน  เผชิญกับการใช้วัคซีนป้องกัน  กลุ่มเลี้ยงไก่ชนเป็นหัวหอก ฟาร์มไก่ท้องถิ่นต้องปิดฟาร์ม ไก่ในเขตพื้นที่สีแดงถูกฆ่าตายหลายล้านตัว </p><p>5.      เจ้าพนักงานในพื้นที่  ออกมาตั้งเต็นท์คอยตรวจการขนย้ายสัตว์ข้ามถิ่น  ออกใบอนุญาตตามมาตรการขนย้ายสัตว์ปีก</p><p>6.      องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกมาตรการดูแลป้องกันให้หมู่บ้าน ในชุมชน </p><p>7.      เจ้าหน้าที่อนามัย  ร่วมมือให้ความรู้ แจกเอกสารป้องกันโรค ให้คำแนะนำ8.      ชาวบ้านที่ยังดึงดันเลี้ยงไก่  พยายามหาเหตุผลที่จะชี้แจงให้เป็นที่ยอมรับได้ </p><p>   ข้อที่ 8 นี้สำคัญ ถ้าหาเหตุผลเป็นที่ยอมรับได้มาชี้แจง นั่นก็หมายความว่า .ชาวบ้านจะไม่สามารถเลี้ยงไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนชุมชนที่เคยอาศัยทั้งเนื้อและไข่ กิจกรรมครัวเรือนประเภทนี้จะถูกหยิบยกให้ระบบธุรกิจการเกษตรไปทำแต่ผู้เดียว .            </p><p>     ในภาวะที่พูดถึงการพึ่งตนเอง  ขณะเดียวกันอาชีพของชาวบ้านก็ถูกยึดไป  ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้เพราะถูกมักมือชก  การที่ต้องตกมาอยู่ในสภาพนี้  ทำให้เห็นความสำคัญของความรู้  ชาวบ้านจะมาทำอยู่ทำกินแบบพอเพียงไม่ได้แล้ว  ในความพอเพียงนั้นต้องมีวิชาการไปกระตุ้นวิชาชีพให้เร่งรีบไขว้คว้าหาความรู้มาประดับตน และต้องเอาวิชาการผสมผสานกับวิชาเกินของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม </p><p>สถานการณ์เป็นตัวชี้นำในการตั้งโจทย์ตั้งประเด็น</p><p> การจัดการความรู้ในชุมชน</p><p>เรื่องของการเลี้ยงไก่ในชุมชน  จึงถูกออกแบบการวิจัยแบบไทบ้านขึ้นมา โดยการศึกษาในสภาพจริง เช่น</p><p>ð การเลี้ยงปล่อยในสภาพธรรมชาติ</p><p>ð การเลี้ยงขัง</p><p>ð เลี้ยงสัตว์ปีก เป็ด ห่าน ไก่ต๊อก ไก่แจ้ ไก่ป่า ไก่งวง นกกระจอกเทศ </p><p>ð เลี้ยงเชิงธุรกิจ  ไก่ดำ ไก่ไข่ </p><p>ð เลี้ยงด้วยหัวอาหาร</p><p>ð เลี้ยงด้วยอาหารที่ผลิตเอง </p><p>      เมื่อทำการส่งเสริมกลุ่มเลี้ยงไก่ไประยะหนึ่ง  เราก็จะมาประมวลผล  จัดการวันวิชาการชุมชน “ ปันผลความรู้เรื่องไก่ เชิญพันธมิตรวิชาการ นักปฏิบัติการด้านปศุสัตว์ สมาชิกKM. ที่ทำการเลี้ยงไก่  มาสรุปผลความรู้..ว่าขณะนี้เรามีความรู้เรื่องไก่แค่ไหน ความรู้มีพอใช้แล้วหรือยัง  หลังจากการเสวนาไก่เพื่อโปรตีนชุมชนผ่านไปภายในปลายเดือนนี้  เราจะมาสรุปให้ทราบอีกครั้งหนึ่งว่า</p><p style="text-justify: inter-ideograph; margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">โรคไข้หวัดนก ทำให้ใครเป็นไข้หวัดน็อคบ้าง</p>          

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM ในมหาชีวาลัยอีสาน

หมายเลขบันทึก: 67724, เขียน: , แก้ไข, 2013-09-06 17:41:53+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 13, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #สคส#พัฒนบูรณาการศาสตร์#ครูบาสุทธินันท์#มหาชีวาลัยอีสาน#km.ชุมชน

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (13)

ผมอ่านแล้ว น่าคิด น่าสนใจ สวัสดียามเช้ามืดครับครูบาฯ

 

    Kr. tanu  ครับ

    ที่น่านหนาวไหมครับ

    สงสัยว่าเราจะเป็นก๊วนนอนดึกทั้งคู่

    สวัสดี ตอนย่ำรุ่งครับ

ขอบคุณมากนะคะ  ที่ครูบาให้ความอนุเคราะห์

ในเรื่องของการจัดการความรู้

  • ผมสงสัยว่าที่กาญจนบุรี เขาเลี้ยงแบบปิด ไก่ตายหมดเล้า
  • ผมเลี้ยงแบบธรรมชาติ ปล่อยให้หากิน คุ้ยในดงไผ่ ไม่ตายสักตัว ไก่แข็งแรงมาก
  • เจ้าหน้าที่จะมาฆ่าไก่เรา เป็นครูบาจะยอมไหมครับ
  • ผมคิดเอาเองว่า ระบบ วิชาการบ้านเรา คงมีอะไรผิดสักอย่างแล้วครับ

 

   ยามเหตุการณ์บ้านเมืองเกิดวิกฤติ 

   ประเทศที่วิชาการไม่แน่น จะแก้ปัญหาแบบแก้ผ้า

   เอาหน้ารอดเช่นไปทอดไก่กินโชว์ที่สนามหลวง

  แล้วบอกชาวพาราว่าปลอดภัย  ออกข่าวว่าไม่มีอะไร

แต่พอไก่ตายโครมๆก็บอกว่าไม่เท่าไหร่

กลายเป็นว่าจะแก้ปัญหาระดับชาติแบบศรีธณชัย

   ไก่ฟาร์มมันเครียด อ่อนแอ ติดต่อโรคง่าย

 ตั้งแต่เกิดจนตายไม่ได้นอน เขาเปิดไฟบังคับข่มขืน

ใจให้กินอาหาร วันที่โดนจับเชือดนั่นแหละคืดวันที่

ได้หลับตาตายครั้งแรกในชีวิตไก่

  ไก่ตายมากๆมันก็เป็นข่าวไปทั่วโลก  ส่งผลกระทบ

ธุรกิจอุตสาหกรรมส่งออกไก่ ก็เลยละเลงข่าวว่าชาว

ไทยใส่ใจป้องกันโรคอย่างเข้มงวด ออกมาตรการ

ต่างๆมาบีบบังคับ  เพื่อจะฮุปเอาอาชีพนี้ไปจากชาว

ถ้าจะให้ยุติธรรม ต้องเลี้ยงเสรี

ไก่ใครตายคนนั้นรับผิดชอบ  ส่งออกไม่ได้ก็ช่างหัวมัน

สิ ..จะอะไรกันนักหนา

ไก่ชาวบ้านเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ย์ให้หากินเองตาม

ธรรมชาติ  กินแมลง เมล็ดหญ้า ออกกำลังกายบินขึ้น

-ลงต้นไม้  ถ้าเลี้ยงในสวนไม่ปะปนกับใครไม่ตาย

หรอก อย่างที่อ.ขจิต เลี้ยงที่เมืองกาญฯนั่นแหละ

  ที่สำคัญอย่าซื้อไก่ฟาร์มากินเป็นอันขาด ไม่ว่าจะปิ้ง

สุกแล้วก็ตาม เชื้อโรคมันติดต่อได้

   ผมยังสงสัยว่านกเป็นแพะรับบาปหรือเปล่า ไก่ฟาร์ม

ตัวดีนั่นแหละ เพราะสะสมโรคไว้พะเรอ

อัดยาฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะ เท่ากับเรากินไก่ผสมยา

กินแล้วสมองตื้น หมดอาลัย ใจอ่อนแอ

  ขอตั้งโจทย์ ให้คิดต่อว่า  เราจะเอาความรู้อะไรไป

ตัดสินเรื่องไก่ขี้โรค

น่ากลัวไหม แค่เรื่องไก่ป่วยนี่นะ

อ้อแอ้กันทั้งประเทศ ..นี่แหละผลพวงที่รัฐบาลไม่

อุดหนุนงบประมาณให้อาจารย์ทั้งหลายทำวิจัย

ไปใส่ใจแต่ส่งเสริมอบายมุข หวยบนดิน  หวยใต้ดิน

เอื้ออาทร แน่จริงเอื้ออาทรความรู้สิ มีให้หรือเปล่า!

  • มาสนับสนุนความรู้เอื้ออาทรครับครูบา
  • ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้ที่ชัดเจนจากการปฏิบัติจริง
จ.จาน
IP: xxx.24.165.55
เขียนเมื่อ 

มันเป็นเฉพาะพื้นที่ที่เขาเลี้ยงเป็นฟาร์ม เท่านั้นแหละ ครับ บ้านผมไก่พื้นบ้าน แข็งแรง จะ ตาย

การแก้ไขปัญหา ต้องมาคุยกันก่อนทั้งรัฐ ชาวบ้าน นักวิชาการ ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งปวง คุยบ่อยๆ ตั้งคำถามดักไว้ เหตุแบบนี้จะจัดการอย่างไร / ผมคิดได้แค่นี้ก่อนนะครับ ถ้าคิดได้อีกแล้วจะมาคุยต่อ

สวัสดีครับท่านครูบา มาสนับสนุนความคิดครับ ...ไม่รู้ว่าผมคิดถูกหรือเปล่านะครับ ..ผมคิดอย่างนี้ครับว่าหากจะแก้ปัญหาเรื่องไก่ ต้องถามคนเลี้ยงไก่ครับ..เพราะเขาเห็นและทำอยู่อยู่ทุกวัน.แต่ส่วนใหญ่เอานักวิชาการที่ไม่เคยเหยียบแม้แต่ขี้ไก่..มาแก้ปัญหาไก่ ก็ทำได้อย่างเดียว..คือจับไก่ชาวบ้านไปฆ่าให้หมด..แล้วก็บอกว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ..คนที่ช้ำก็คือคนเลี้ยงไก่ครับ..
ครูบาครับ การแก้ไขปัญหาโรคพืช สัตว์ที่สอนกันมีหลักๆ ๒ วิธีครับ คือไม่เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชที่อ่อนแอ และการกำจัดพืช สัตว์ที่เป็นโรค อย่างอื่นไม่เน้นครับ ก็ดลยคิดกันได้แค่นี้มาตลอดครับ
ที่บ้านก็เลี้ยงไก่เยอะค่ะ แต่ไม่เห็นมีไก่ป่วยตาย มีแต่ตายเพราะตีกัน เหมือนคนในสังคมทุกวันนี้เลยะค่ะ ที่การเจ็บป่วยทางกายไม่เท่าไหร่ แต่ป่วยใจ (ความหลง มัวเมา) ไม่รู้จะรักษาให้หายขาดได้ไหม
  • การเวียนว่าตายเกิดเป็นของธรรมดาครับ
  • แต่สัตว์ที่เราเลี้ยงเราก็หวังพึ่งการสร้างมูลค่าให้กับเรา
  • การสร้างภูมิคุ้มกันเป็นแนวทางที่เรารับรู้มาจากบรรพบุรุษ และตำรา
  • การรักษาจึงเป็นทางออกที่ต้องลงทุน ซึ่งอาจจะคุ้ม ไม่คุ้มค่าบ้างตามแต่โอกาส
  • ใคร ช่วยเราได้ คงลำบากที่จะหาใครช่วยอย่างจริงใจ
  • รู้ เราต้องรู้ ในกิจการงานที่เราทำให้มากที่สุด
  • การจัดการความรู้ คือภูมิคุ้มกัน

ด้วยความเคารพ

อุทัย

 

  

 อ.กัญญาภร ครับ

  ดีใจที่อาจารย์ ไต่ระดับมาแลกเปลี่ยนความเห็น

 เรื่องไข้กาย ก็สำคัญ

 เรื่องไข้ใจก็สำคัญ

แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพร้อมๆกัน แยกไม่ออก /กายใจ

โรคทางกายต้องหาหมอข้างกายรักษา

โรคทางใจกิบยาผีบอก มีแจกที่โรงเรียนเม็กดำ

ขอบพระคุณค่ะ หนูตั้งใจว่าจะใช้ความรู้ที่คุณพ่อมอบให้และจาก "คุณครู ดร.แสวง" และหลายๆท่านที่เสียสละเวลาให้ความรู้ จะนำมาพัฒนาตนเองและคนรอบๆ ข้างค่ะ ตอนนี้กำลังลองผิดลองถูกอยู่ค่ะ