ยามเหตุการณ์บ้านเมืองเกิดวิกฤติ
ประเทศที่วิชาการไม่แน่น จะแก้ปัญหาแบบแก้ผ้า
เอาหน้ารอดเช่นไปทอดไก่กินโชว์ที่สนามหลวง
แล้วบอกชาวพาราว่าปลอดภัย ออกข่าวว่าไม่มีอะไร
แต่พอไก่ตายโครมๆก็บอกว่าไม่เท่าไหร่
กลายเป็นว่าจะแก้ปัญหาระดับชาติแบบศรีธณชัย
ไก่ฟาร์มมันเครียด อ่อนแอ ติดต่อโรคง่าย
ตั้งแต่เกิดจนตายไม่ได้นอน เขาเปิดไฟบังคับข่มขืน
ใจให้กินอาหาร วันที่โดนจับเชือดนั่นแหละคืดวันที่
ได้หลับตาตายครั้งแรกในชีวิตไก่
ไก่ตายมากๆมันก็เป็นข่าวไปทั่วโลก ส่งผลกระทบ
ธุรกิจอุตสาหกรรมส่งออกไก่ ก็เลยละเลงข่าวว่าชาว
ไทยใส่ใจป้องกันโรคอย่างเข้มงวด ออกมาตรการ
ต่างๆมาบีบบังคับ เพื่อจะฮุปเอาอาชีพนี้ไปจากชาว
ถ้าจะให้ยุติธรรม ต้องเลี้ยงเสรี
ไก่ใครตายคนนั้นรับผิดชอบ ส่งออกไม่ได้ก็ช่างหัวมัน
สิ ..จะอะไรกันนักหนา
ไก่ชาวบ้านเลี้ยงแบบบุฟเฟ่ย์ให้หากินเองตาม
ธรรมชาติ กินแมลง เมล็ดหญ้า ออกกำลังกายบินขึ้น
-ลงต้นไม้ ถ้าเลี้ยงในสวนไม่ปะปนกับใครไม่ตาย
หรอก อย่างที่อ.ขจิต เลี้ยงที่เมืองกาญฯนั่นแหละ
ที่สำคัญอย่าซื้อไก่ฟาร์มากินเป็นอันขาด ไม่ว่าจะปิ้ง
สุกแล้วก็ตาม เชื้อโรคมันติดต่อได้
ผมยังสงสัยว่านกเป็นแพะรับบาปหรือเปล่า ไก่ฟาร์ม
ตัวดีนั่นแหละ เพราะสะสมโรคไว้พะเรอ
อัดยาฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะ เท่ากับเรากินไก่ผสมยา
กินแล้วสมองตื้น หมดอาลัย ใจอ่อนแอ
ขอตั้งโจทย์ ให้คิดต่อว่า เราจะเอาความรู้อะไรไป
ตัดสินเรื่องไก่ขี้โรค
น่ากลัวไหม แค่เรื่องไก่ป่วยนี่นะ
อ้อแอ้กันทั้งประเทศ ..นี่แหละผลพวงที่รัฐบาลไม่
อุดหนุนงบประมาณให้อาจารย์ทั้งหลายทำวิจัย
ไปใส่ใจแต่ส่งเสริมอบายมุข หวยบนดิน หวยใต้ดิน
เอื้ออาทร แน่จริงเอื้ออาทรความรู้สิ มีให้หรือเปล่า!