วันนี้ผมได้เดินทางไปสอบวิทยานิพนธ์ ของนิสิตสาขาหลักสูตร และการสอน  มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร  ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรนั้นไม่ไกลจากพิษณุโลกมานัก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เพราะเส้นทางที่ไปนั้นเป็นเส้นทางแบบ เลนเดียวรถวิ่งสวนทางกัน สองข้างทางนั้นเป็นต้นไม้ครึ้มไปตลอดทาง ไม่ค่อยร้อนนัก แต่ถ้าเดินทางช่วงโพล้เพล้ จะเป็นเส้นทางทดสอบ นักขับสูงวัยพอสมควร ทั้งด้านสายตา และการวัดใจกับรถอีแต๋น


              ผมให้เวลากับการเดินทางชั่วโมงครึ่ง แวะทานก๋วยเตี๋ยวป้าข้างทาง ที่ไปทีไรแก ก็จะพูดจากวนๆ ตามภาษาวัยรุ่น 50 ต้นๆ ของแก ซึ่งวันนี้ผมผ่านไปกำลังเห็นแกผัดเส้นก๋วยเตี๋ยวอยู่ในกระทะ หอมฟุ้ง ผมก็มองเห็นแต่เส้นไม่เห็นผัก ก็เลยถามป้าแกว่า "เค้าเรียกว่าอะไรน่ะป้า"  ป้าแกมองหน้าผม ซึ่งเป็นคนแปลกหน้า แล้วตอบแบบกวนๆ อารมณ์ดี ว่า “เค้าเรียกว่าผัดซีอิ๊วมั้ง” แล้วแกก็หันไปพูดกับคู่หูข้างกระทะของแกว่า “ข้า ก็พูดกวนของข้าไปอย่างเนี๊ย วอนซะล่ะมั้งวันเนี้ย” แกคงเพิ่งนึกขึ้นได้มั้งว่าผมไม่ใช่คนแถวนั้น แต่ผมว่ารู้สึกเป็นกันเองดี ที่เค้ารู้สึกว่าเราเป็นพวกเค้า เลยบอกป้าแกไปว่า “ขอลองสักจานนะป้า” ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง

            หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วผมก็กราบลาพระเจ้าตา เอ๋ย บอกกับป้าแกว่าคิดสตังค์ ป้าแกบอกว่า “ยี่สิบ” ผมก็พยายามหาแบงค์ย่อย หาเท่าไรก็หาไม่ได้เพราะตอนเช้าให้เจ้าตัวเล็กกับ ตัวโต ลูกของผมไปหมด ป้าแกก็บอกว่า “ไม่มีทอน ติดไว้ก่อนนะ แล้วคราวหน้าค่อยมากินใหม่” ผมก็นึกในใจ ต้องมาอีกกี่ปีเนี่ย ถึงจะครบห้าร้อย นานปีทีหนจะได้ผ่านมาทางนี้สักที ป้าแกคงหนำใจในการสัพยอกกับผมเล่นจนพอเพียงแล้วมั้ง ก็ ก็ล้วงกระเป๋าผ้ากันเปื้อนของแกหยิบตังค์มาทอนให้ผม โห อำ กันชัดๆ แบงค์ร้อยเพียบเลย แต่ผมก็ได้แต่ยิ้มๆ ไม่ว่าอะไร


              การที่ได้เดินทางไปสอบวิทยานิพนธ์ของกำแพงเพชร ทำให้ผมต้องขอชื่นชมในความตั้งใจของอาจารย์ที่นี่ ที่สร้างบัณฑิตดีๆ และเข้าไปหาช้างเผือกที่อยู่ในป่าออกมาได้ เพราะว่านิสิต ที่ผมไปสอบนั้นเป็นครูอยู่ที่แม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเส้นทางไปแม่สอดนั้น สารพัดโค้ง ขึ้นเขาลงเขา  เป็นเส้นทางที่เรียกว่าเดินทางไปทุกครั้ง ผมต้องเห็นอุบัติเหตุบนเส้นทางนี้ทุกครั้ง หน้าฝนก็หมอกหนาทึบมาก เมื่อเร็วๆ นี้รถพ่วงทำพ่วงหลุดมาฟาดรถตู้นายช่างปะปาพิษณุโลก ที่เดินทางไปส่งเพื่อนได้ย้ายไปแม่สอด ประเภทที่ไปส่งแล้วไม่ได้กลับมาซะ 12 คน ฟังแล้ว สยอง


                โครงร่างวิทยานิพนธ์ที่กาญจนา ตุ่นคำแดง นิสิตจากแม่สอดเสนอมานั้นมาจากที่เธอเป็นครูคอมพิวเตอร์ และเห็นว่าการสอนคอมพิวเตอร์โดยใช้โครงงานคอมพิวเตอร์นั้น ปัญหาหลักคือการให้นักเรียนได้ฝึกคิดปัญหาของโครงงานได้อย่างมีความสร้างสรรค์นั้น ผู้เรียนควรจะได้ถูกฝึกการคิด คิดอย่างมีเหตุผล คิดแยกแยะ คิดสร้างสรรค์ การฝึกความสามารถในการคิดที่ประกอบด้วยการตั้งคำถาม การเก็บรวบรวมข้อมูล และการให้เหตุผล ซึ่งถ้าชุดฝึกนี้มีความเป็นไปได้ในการสร้างการฝึกคิดให้กับนักเรียนได้จริง ผมว่าจะเกิดประโยชน์กับวงการไอซีทีของประเทศชาติในอนาคตอย่างแน่นอน


                        ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนั้น เป็นแนวคิด ของภูมิศักดิ์ คันธะชุมภู ซึ่งตระหนักในเรื่องของการรักท้องถิ่น การภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งก็จะได้พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สร้างให้ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยอาศัยการเรียนรู้ผ่านภูมิปัญญาของท้องถิ่น สร้างความรู้จากการเล่าเรื่อง อาศัยกระบวนการฝึกด้วยชุดกิจกรรมให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักและความภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง
 ซึ่งงานวิจัยของทั้งสองเรื่องน่าติดตามทั้งสิ้นว่าจะช่วยสร้างอนาคตของชาติให้เป็นนักคิด นักเรียนรู้สร้างความรู้ด้วยตนเองได้หรือไม่