หลังงานมหกรรม KM-3  ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นกับหลายท่านมากขึ้น ผ่าน B2B  รู้สึกว่าอาการเกร็งๆ  หายไปมาก เช่นการไปอ่านและต่อยอดใน Blog ของ อ. ดร. แสวง รวยสูงเนิน  แรกๆก็กล้าๆกลัวๆ  แต่พอท่านเริ่ม เล่น กับเรา ผมก็รู้สึกเป็นเกียรติ  ผ่อนคลาย และแลกเปลี่ยนสิ่งที่คิดออกไปได้มากขึ้น ลื่นไหล ไม่เกร็งอย่างตอนแรกๆ
   ผมรู้สึกว่าบันทึกของ ดร. แสวง รวยสูงเนิน  น่าอ่าน น่าคิด น่าติดตามครับ  ตัวอย่างเช่น บันทึกเรื่อง ..

     จากบันทึกเรื่อง งาน คืออะไร  ของท่าน ผมไปร่วมแจมไว้ว่า ..

    สำหรับผม นิยามของ งาน คือ หน้าที่ ซึ่งแยกได้เป็น 2 ส่วน คือ

1. หน้าที่เพื่อ ตัวเอง ขั้นพื้นฐาน ได้แก่การกิน นอน ขับถ่าย ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย ฯลฯ ทั้งหมดก็เพื่อให้ กาย และ จิต เป็นปกติ ไม่เสียสมดุล

2. หน้าที่เพื่อตัวเอง ขั้นสูง ได้แก่ การแสวงหา ความสุข ความพอใจ ให้กับตัวเอง ด้วยการทำทุกสิ่งที่ทำได้ ให้เป็นประโยชน์ เกื้อกูล ผู้อื่น  

    อย่างไรก็ตาม เมื่อบอกใคร หรือบอกตัวเองว่า กำลังทำงาน ผมจะหมายถึงแต่ข้อ 2. 

   
ดร. แสวง รวยสูงเนิน  มาถามต่อว่า :

    งานกับหน้าที่ อาจารย์ถือเป็นเรื่องเดียวกันหรือครับ แล้วงานนอกหน้าที่จะมีไหมครับ หรือาจารย์ว่าอยู่ในข้อที่ ๒ หมดเลยครับ โดยการหาความสุขทางใจ  ผมยังย่อยความคิดอาจารย์ไม่ค่อยออกครับ

   ผมไปตอบอีกรอบว่า :

      สำหรับผม ทุกสิ่งที่ทำได้ ให้เป็นประโยชน์ เกื้อกูล ผู้อื่น  ผมเรียกเหมารวมว่า หน้าที่การงาน กินความตั้งแต่หน้าที่ที่มีอยู่ใน สมมติ ที่เขาเรียก อาจารย์  ครอบคลุมหมดแม้กระทั่ง การเขียนบันทึกอย่างที่อาจารย์ทำอยู่อย่างต่อเนื่องและเปี่ยมพลัง   ก็เป็น งาน ครับ ส่วนใครจะนับหน่วย นับภาระงานให้หรือไม่  ผมไม่สนใจ  มันเป็นความสุข  ความอิ่มใจในโลกส่วนตัวที่ มาตรฐาน ตัวชี้วัดกระจอกงอกง่อย ยังเข้าไม่ถึงเท่านั้นเอง อย่าว่าผมดูถูกดูแคลนใครเลย  มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ