ใครจะคิดละว่าจะได้เขียนเรื่องนี้ . มีหลายคนบอกว่าการเตรียมตัวตายเป็นเรื่องที่ทุกคนควรทำ

และนั่นแหละ ผมพึ่งอายุ ยี่สิบปลาย ๆ นะ จะต้องมาเตรียมตัวตายแล้วเหรอ แต่ก็อย่างว่าแหละ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนชีวิตจะได้เจอวันพรุ่งนี้อีกสักกี่วัน ในเมือต้องเขียนเรื่องนี้แล้ว ก็ต้องเขียนแหละนะ เมื่อก่อนตอนผมเรียนอยู่ ม.๓ ก็เคยเขียนประมาณว่าถ้าเรามีชีวิติอยู่ไม่ถึงปีใหม่จะทำอย่างไร นั่นก็ปวดหัวแล้วนะ แต่ก็เตรียมไว้ก่อน ก็ไม่ได้เสียหาย เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอทุกชีวิตมีเกิดขึ้นตั่งอยู่และดัับไป (คำพระก็มา) ไม่มีอะไรอยู่ถาวร แม้แต่วัถุที่ว่ามีความแข็งแกร่ง ย่อมมีวันสลายเมื่อการเวลาผ่าน ตามอายุไขมนุษย์แล้ว ที่เราเคยเรียนมาว่า โดยเฉลี่ยอายุจะอยู่ที่ 80-100 ปี ล่ะมั้ง (เดา) แล้วก็จะตาย เลยทำให้เราใช้ชีวิตช่วงต้นด้วยความคึกคะนอง ความประมาท และหลายคนมักจบลงด้วยอายุช่วงวัยรุ่นบ้างกลางคนบ้าง แต่ถ้าหากเรามองในทางพระพุทธศาสนาแล้ว ทุกชีวิมีกรรมของมัน แล้วแต่ใครจะหมดบุญก่อน กรรมก็คือการกระทำ ในทางพุทธศาสนานั้นชื่อว่า กรรมที่เราสร้างมาแต่ละชาติ จะส่งผลให้เราในพบชาติต่างๆ สร้ามาน้อยก็ไปไว สร้างมามากก็ไปช้า เค้าว่ากันมานะ ผมก็ไม่รู้หรอก ทุกคนมักจะรู้วันเกิด แต่ไม่รู้วันตายใช่ไหม (ยกเว้นพระพุทธเจ้า) ดังนั้นการตื่นรู้ และรู้จักใช้ชีวิต มีสติอยู่เสมอ เป็นการเตรียมตัวที่ดีที่สุด พึงระลึก อยู่เสมอว่า ความตายเป็นเรื่องปกติ เท่านั้นเราก็จะไม่กลัวความตาย ทุกวันนี้ที่เรากลัว ส่วนหนึ่งคือเรายังมีกิเลทอยู่ เรายังกลัวว่าตายแล้วจะไปไหน ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ถามว่ากลัวไหมตาย กลัวสิจะบ้าเหรอ แต่ถ้าเวลามาถึงก็คงเหลีกไม่ได้แหละนะ ความตายเจ็บปวดเสมอสำหรับคนที่อยู่ ถามว่าคนตายจะรู้ไหมว่าเราเจ็บปวด อันนี้ตอบไม่ได้เพราะผมไม่เคยตาย เอาเป็นว่า

                                                                           "กัมมุนา วัตตติ โลโก"

                                                               สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม

พึงคิดและมีสติอยู่เสมอแล้วกันครับ ในการใช้ชีวิต