คนเราจะมีพรุ่งนี้ได้อีกกี่วัน เวลามีเหลือกันเท่าไหร่ คนเราจะมีลมหายใจอีกกี่ครั้ง ใครจะรู้

เราทุกคนก็คนรู้วันเกิด...
แต่มีซักกี่คนที่รู้วันตาย....
ก่อนที่ทุกอย่างของฉันจะสายเกินไป...
แม้อะไรดี ๆ มีไม่เท่าไหร่...
แต่จะขอใช้ซักวัน....

หากจะพูดถึงวันเกิด..เชื่อได้แน่ว่าทุกคนจำวันเกิดของตัวเองได้ขึ้นใจ
แม้กระทั่งวันเกิดของคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง หรือ เพื่อน ๆ 
แต่เชื่อได้แน่ว่าไม่มีใครที่จะรู้วันตายของตัวเอง ดังเช่น เนื้อร้องของบทเพลง "ก่อนตาย"
ที่ได้เกริ่นนำไว้ นอกจากเราจะไม่รู้วันตายของตัวเองแล้ว วันตายของคนอื่น ๆ รอบตัวเรา
เราก็ไม่สามารถหยั่งรู้ได้เลย ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ไปถึงเมื่อไหร่ วันไหนจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต

บางคนอาจจะเคยได้ยินคำถามที่ว่า "ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตอยากจะทำอะไร ?"
ส่วนตัวดิฉันแล้ว หากได้ล่วงรู้ว่าวันนี้คือวันสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ในเวลาอันจำกัด
เพียงแค่ 24 ชั่วโมง สิ่งที่อยากจะทำมากที่สุดคือ การได้ร่วมทำกิจกรรมกับครอบครัว
ครอบครัวคือหน่วยเล็ก ๆ ของสังคมที่ทำให้เราเติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ ในทุก ๆ ช่วง
ของชีวิตเราจะมีครอบครัวคอยเป็นกำลังใจ เป็นแรงสนับสนุน เป้นแรงผลักดันในการดำชีวิต
ของเรา ดังนั้นในช่วงสุดท้ายของชีวิต ครอบครัวก็จะอยู่ในความทรงจำที่สำคัญนี้ด้วย

การจากไปของเราจะไม่สูญเปล่า...ก่อนที่จะหมดลมหายใจสิ่งแรกที่ทำคือการบริจาคร่างกาย
เป็นการทำประโยชน์ครั้งสุดท้ายหลังจากหมดลมหายใจ ซึ่งอาจจะช่วยต่อชีวิต ต่อลมหายใจ
ของผู้อื่นได้อีกมากมาย รวมถึงการใช้ประโยชน์ในการศึกษาด้านการแพทย์เพื่อความก้าวหน้า
ทางการรักษาโรคต่าง ๆ 

กิจกรรมต่อมาคือ การเก็บเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ
ไปบริจาคให้กับผู้ที่ขาดแคลน หรือต้องความช่วยเหลือตามมูลนิธิที่ขาดแคลนสิ่งของจำเป็นเหล่านี้
เพราะถึงวันสุดท้ายของชีวิต สิ่งเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นกับเราอีกต่อไป แต่อาจจะจำเป็นสำหรับผู้อื่น
ในวันที่เราไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว สิ่งของของเราก็ยังสร้างประโยชน์ในแก่ผู้อื่นได้

กิจกรรมอีกกิจกรรมที่อยากทำร่วมกับครอบครัวคือ การได้ไปเที่ยวและทานอาหารร่วมกัน
เป็นกิจกรรมธรรมดา ๆ แต่น้อยครั้งนักที่เราจะมีเวลาพาคนในครอบครัวไปเที่ยว
หรือทานอาหารร่วมกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา กิจกรรมที่ทุกคนจะเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีร่วมกัน
และการได้สัมผัสถึงความสุขที่ได้อยู่ร่วมกันเพื่อส่งต่อพลังชีวิต
และให้กำลังใจกันในการก้าวเดินต่อไปของคนที่ยังมีชีวิตอยู่

ทั้งสามกิจกรรมที่อยากจะทำนี้ เพราะอย่างน้อยก่อนเราจากโลกนี้ไป เรายังสามารถแบ่งปันความสุข
ด้วยการให้...ให้ร่างกาย...ให้สิ่งของ...และให้ความสุข แก่ผู้อื่น
เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่เราสามารถนำไปด้วยเมื่อเราตาย คือความสุข..และเหลือทิ้งไว้เพียง
ชื่อ..และความทรงจำกับสิ่งที่เราทำเท่านั้นที่เหลือไว้บนโลกนี้..

สุดท้ายแล้ว..ก็ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าเราหรือคนรอบตัวเราจะมีชีวิตถึงเมื่อไหร่
ดังนั้น จงทำทุกวันให้เหมือนวันสุดท้ายของชีวิต
เพราะหากมีใครล้มหายตายจากไปแบบไม่คาดคิด เราจะได้ไม่เสียดาย
และไม่เสียใจที่ยังไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำกับพวกเขาเหล่านั้น
ในที่สุดสิ่งที่จะเหลือไว้ให้ผู้คนได้จดจำ คือ สิ่งที่เราได้ทำเอาไว้บนโลกใบนี้...

ดังคำกล่าวที่ว่า

....พฤษภกาษร อีกกุญชรอันปลดปลง....
....โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี....
....นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์....
....สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา....
....ความดีก็ปรากฏ กฤติยศฤาชา....
....ความชั่วก็นินทา ทุรยศยืนขจร....
( กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ )
( สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส )