"ใครอยากมีความสุขให้เข้ามาใน GotoKnow"   นี่คือคำคมคำหนึ่งของ ศาสตราภิชาน ไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ ผู้แสดงปาฐกถาพิเศษในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ    วันที่ ๑ ธค. ๔๙     เป็นคำที่ให้ภาพลักษณ์ของ GotoKnow bloggers ได้ชัดเจนที่สุด

       ยิ่งหลังงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติ ผมได้เห็น bloggers เล่าสิ่งที่ตนได้เรียนรู้จากงานแก่กัน  ผมยิ่งมีความประทับใจ  การเล่าสู่กันฟังนี้มีประโยชน์อย่างน้อย ๓ ประการ
          (๑) คนที่ไม่ได้ไปร่วมงาน ได้รับรู้และเรียนรู้ด้วย
          (๒) เนื่องจากแต่ละคนที่ไปร่วมงาน ได้ร่วมเพียงน้อยห้อง     จึงได้ประโยชน์จากคำบอกเล่าเรื่องราว หรือความประทับใจของเพื่อน blogger
          (๓) แม้ผู้ได้ร่วมในห้องนั้น ก็อาจตีความได้ไม่ครบ หรือไม่ตรงกับการตีความ และเล่าในบันทึกของ blogger     จึงได้รับประโยชน์ด้วย

        การเล่าเรื่องงานมหกรรมฯ ของ blogger เล่าด้วยวิญญาณแบ่งปัน    เล่าด้วยใจ  คนอ่านไม่ว่าจะเป็นผู้ไปร่วมงานหรือไม่ก็ตาม ไม่เพียงได้สาระเท่านั้น  แต่ยังได้สัมผัสความเอื้ออาทร ที่ส่งมากับบันทึก     จึงเกิดความสุขดังที่ อ. ไกรฤทธิ์ กล่าว

        ในการกล่าวเปิดงาน     ผมได้แนะนำให้ผู้เข้าร่วมงาน อย่าไปเที่ยวชิมทุกห้อง     แต่ผมเองกลับทำเช่นนั้น     ผมหาทางไปดูห้องที่ผมเป็นห่วง ว่าคนจะน้อย    หรือจะต่อกับภาพใหญ่ไม่ติด     ผมหาทางมองดูภาพรวมของงาน     มองหาลู่ทางทำงานต่อใน "ภพภูมิใหม่"     ไม่ได้พยายามทำความเข้าใจเนื้อหาของแต่ละห้องในเชิงลึก     ดังนั้นผมจึงได้รับประโยชน์มาก จากบันทึกเล่าเรื่องราวและความประทับใจจากการไปร่วมงานมหกรรมฯ    

        ผมไปนั่งฟัง ดร. อาจอง เพียงประมาณ ๑๕ นาที ก็ได้สัมผัสพลังของการบรรยายของท่าน     ผมจึงดีใจมากที่คุณวิชิต ชวาหา แห่ง มมส. ถอดเสียงคำบรรยายของท่านมาลงบันทึกใน บล็อก     ผมกำลังรอตอนที่ ๒ อยู่     ผมคิดว่าถ้า บล็อกเก้อร์ แต่ละท่านถอดเสียงเรื่องราวที่ท่านติดใจเอาลงบันทึก    พร้อมคำตีความหรือย้ำจุดสำคัญ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

         ได้เห็นสภาพ "ญาติ บล็อก" ของเหล่า บล็อกเก้อร์ แล้วผมมีความสุขมาก  

          เราได้เห็นข้อพิสูจน์ว่า KM ทำให้คนมีความสุข     เกิดสุขภาวะอย่างชัดเจน

วิจารณ์ พานิช
๔ ธค. ๔๙