หลังกลับจากงานมหกรรมจัดการความรู้แห่งชาติ ครั้งที่ 3 มาผมยังอ่านแต่บันทึกของคนอื่น ยังไม่ได้ลงมือเขียนบันทึกของตัวเองเลย ผมไปร่วมงานมหรรมจัดการความรู้แห่งชาติเป็นครั้งแรกครับ ไปแล้วรู้สึกอยากจะเรียนรู้ไปหมด แต่ได้ฟังวิทยากรหลายท่านแล้วทำให้เราต้องรู้จักความพอดี เรียกว่า โลภมากลาภหาย

   งานวันแรกหลังจากได้ฟังศาสตราจารย์ภิชาน ไกรฤทธิ์
บุณยเกียรติ ใน KM วิถีไทยแล้ว สิ่งที่ผมตั้งใจอยากฟังมากคือ ห้องของดร.ประพนธ์ ผาสุกยืด ตอนที่ผมไปนั่งฟัง ก็นั่งอยู่ช่วงท้ายกับผอ.เที่ยง (ผอ.กองการเจ้าหน้าที่ ม.สงขลาฯ) แต่คนจัดโต๊ะ เค้าบอกว่าจะเก็บโต๊ะให้ลุกไปนั่งข้างหน้า (เป็นเทคนิคให้คนไปฟังนั่งอยู่ด้านหน้า) ความจริงเค้าไม่ได้เก็บโต๊ะครับ เมื่อมีคนมาเยอะ ก็จะยกเก้าอี้มาเสริมใหม่ 

      ดร.ประพนธ์
บรรยายเรื่อง "ไหลลื่น...ไปกับคลื่นแห่งปัญญา" (wafe of wisdom) เป็นที่มาของคำว่า "wow" หรือ "ว้าว"
  เพราะแต่เดิมเมื่อ get อะไรสักอย่างดร.ประพนธ์ จะใช้คำว่า ปิ๊งแว๊บ แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น "ว้าว" แล้วครับ 

     ทำให้ผมรู้สึก ว้าว ไปด้วยครับ ที่ว้าวไปด้วยเพราะมีอะไร ที่เหนือกว่า KM โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องลึก ๆ ทางด้านจิตใจ จะทำให้ผมหูผึ่งครับ

       KM หลายท่านมักจะพูดถึงการพบปะกันแบบ F2F , B2B แต่ดร.ประพนธ์พูดถึง H2H (Heart to Heart)  ตอนผมนั่งอยู่กันคุณเมตตาที่รถ ผมบอก Heat to Heat เลยอันพี่เมตตา งง ๆ คงนึกว่าผมคงจะเพี้ยนไปแล้ว เรื่องใจเป็นเรื่องสำคัญ การทำอะไรให้ประสบความสำเร็จใจต้องจดจ่อ และคนส่วนใหญ่เมื่อมีการรับรู้ทางประสาทสัมผัสแล้วมักตีความต่างกันไป ดร.ประพนธ์ ยกตัวอย่างให้ฟัง เช่น เมื่อได้ยินเสียงรถชนกัน เสียงที่ได้ยินนั้น หมอ และทนายความ จะตีความต่างกัน (Mind set : สิ่งที่กำกับอยู่ในใจต่างกัน) หมอจะนึกถึงการช่วยเหลือคนที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนทนายความก็จะนึกถึงเรื่องการว่าความ สิ่งที่สำคัญคือ การรับรู้ทางใจนั้นจะไม่ผ่านการตีความ เรียกว่า ผ่านสายตรง 
            
        ว้าว ต่อไป คือ การก้าวข้ามหลุมดำ ซึ่งผมก็ยังไม่รู้ว่า หลุมดำคืออะไร เพราะยังไม่ได้ไปเยี่ยมชมห้องหลุมดำ หลุมดำของดร.ประพนธ์มี 5 หลุมครับ เล่นอักษรด้วยตัว P ให้จำง่ายคือ

  • People trap
    หลุมที่เกี่ยวกับคนที่ไม่เห็นคุณค่า บ้าอำนาจ Command&Control ขาดอิทธิบาท 4 ไม่มีคุณอำนวย
  • Perpose trap 
    หลุมที่เกี่ยวกับหัวปลาที่ไม่ชัด หัวปลาไม่สอดรับกับภาพใหญ่
    ทำ KM เพื่อให้ผ่านกพร.
  • Process trap
    หลุมที่ติดกับกระบวนการ แบ่งออกเป็นทางมืด VS ทางสว่าง
    ทางมืด : มัวแต่ติดเรื่องนิยาม เป็นขั้นตอนตายตัว สอนให้คนเดินตาม พยายามที่จะควบคุม
    ทางสว่าง : เข้าใจแก่นแท้ ไม่ติด Step แน่วแน่ที่จะทำ นำกลับมาแชร์ KM ซ้อน KM  แก้ไขปรับปรุง
  • Partform trap
    หลุมที่ติดกับเทคโนโลยี มีแต่ขยะ บรรยากาศแข็งเกินไป ให้ความสำคัญแต่ explicit
  • Performance trap
    หลุมที่ไม่มีผลงานสู่แนวปฏิบัติ ทำKMแล้วไม่มี Action ทำ KMเพื่อKM

          ฟังเรื่องหลุมดำแล้ว อาจารย์ก็ช่วยบอกทางสว่างแห่งปัญญาให้ว่าจะก้าวข้าวหลุมดำทั้ง 5 หลุมได้ จะต้องใช้ 3 L เรียนรู้เพื่อที่จะก้าวข้าม

  • Learning - ความสนใจใฝ่รู้ หมั่นฝึกฝนพัฒนาตน (Personal Mastery) การเรียนรู้มี 3 ระดับ
    - รู้จำ  (สุตตมยปัญญา)
    - ทำเป็น (จินตมยปัญญา)
    - เห็นชอบ (ปัญญา) เห็นตามสภาวะธรรมชาติ เห็นตามความเป็นจริง
    KM ช่วยได้ 2 ระดับแรก   การเรียนรู้ในระดับที่ 3 คือทำเป็น
    เป็นสิ่งที่เหนือ KM ฟังแล้วทึ่งครับ (จิตเหนือสำนึก : การหยั่งรู้)
  • Living (together) - ความสัมพันธ์กัน การอยู่ร่วมกัน ประกอบด้วย 3 C ครับ
    - Community : Cops , F2F , B2B
    - Connecting (people) : H2H (Heart 2 Heart)
    - Collaboration - ร่วมมือกัน (ผู้บริหารอาจต้องสร้างปัจจัย ทำให้ต้องช่วยเหลือกัน)
  • Leading - การนำ ภาวะผู้นำ (Leardership) สร้างวัฒนธรรมที่เอื้ออำนวย การนำต้องเป็นการนำทุกระดับ

       เรื่องการรับรู้ ดร.ประพนธ์ ได้บรรยายให้เห็นถึงความแตกต่างของโลกตะวันตกกับโลกตะวันออก โลกตะวันตกสอนให้ Reprogram จิตใต้สำนึก ส่วนโลกตะวันออกสอนให้ ฝึกสติ เรื่องการฝึกสติ ผมก็ได้เรียนรู้มาบ้าง แต่พูดถึงการ Reprogram จิตใต้สำนึก ทำให้ผม ว้าว ! ขึ้นมาอีก เพราะการรับรู้ที่ถูกบันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกโดยที่เราไม่รู้ตัว วิธีแก้ที่ผมได้เรียนรู้มาคือ ต้องใช้วิปัสสนาเป็นตัวแก้

        ดร.ประพนธ์ บรรยายให้ผู้ฟังประทับใจได้ตลอดการบรรยาย ผมไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้หมด ผู้สนใจสามารถติดตามได้จากที่นี้ ครับ http://gotoknow.org/gotoknow/media/nkm3/C1_Prapon/WaveofWisdom3.pdf


          ทุกอย่างเน้นสิ่งสำคัญอยู่ที่ใจ ครับ (ประสาทสัมผัสที่ 6 ใจ ความรัก ความเมตตา) Heart 2 Heart บรรยายจบแล้วก็ใจเต้นตุ๊บ ๆ ไปด้วย เพราะ Powerpoint ของอาจารย์จะมีรูปหัวใจเต้นตุ๊บ ๆ ด้วย  ซึ่งเป็นที่มาของคำถามตอนจบว่า หัวใจใน Powerpoint ที่เต้นตุ๊บ ๆ มีทั้งหมดกี่ดวง โดยให้ผู้ที่ลุกขึ้นยืน เป็นผู้มีสิทธิ์ตอบคำถาม ตอนแรกคนลุกยืนมีน้อย แต่พอตอนท้ายมีหลายคนลุกขึ้นยืน แต่ให้ตอบด้วยการยกนิ้วว่ามีกี่ดวง ผู้ตอบถูกจะได้รับหนังสือแจกฟรีจากอาจารย์ (เป็นเทคนิคให้ผู้ฟังสนใจครับ)


         มีประโยคที่น่าสนใจตอนใกล้จบดังนี้ครับ


        "ถึงแม้เราจะบังคับคลื่นลมไม่ได้ แต่เราปรับตัวปรับใจของเราได้"


                                                                                       บอย สหเวช
                                                                                        12 ธ.ค. 49