หากพูดถึงคำว่า "จุดเปลี่ยน" ดิฉันคิดว่าทุกคนต้องย่อมมีจุดเปลี่ยนอาจไปในทางที่ดีหรือแย่ลงนั้นขึ้นอยู่กับตัวของเราเอง... ว่าจะให้เป็นไปในแบบใด จุดเปลี่ยนต้องเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลและเกิดผลจากตัวเอง 

เด็กน้อยจากดอยผู้ไม่มีความกล้า

เมื่อย้อนเวลาในช่วงมัธยมต้น... ดิฉันไม่เคยคิดเลยว่า...เด็กที่อยู่บนดอยคนหนึ่งจะสามารถสอบได้ในโรงเรียนประจำจังหวัด การที่เด็กบนดอยคนหนึ่งมาเข้าเรียนในโรงเรียนที่ฝันไว้นั้นไม่ง่ายเลย ต้องพยายามมากกว่าคนอื่นๆ แต่ ณ ตอนนั้นขอบคุณตัวเองที่รักในการเรียน จึงทำให้สอบได้ในที่สุด แต่ในช่วงเวลาของการเรียนต้องปรับตัวกับสถานที่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเจอสังคมที่มีเพื่อนต่างภาษา (ภาษาไทใหญ่ เมือง และภาษาอื่น) การสื่อสารอาจทำให้ไม่ค่อยเข้าใจ และสิ่งที่กดดันที่สุด คือ การพูดภาษาไทยไม่ชัด ไม่แม้แต่จะพูด ซึ่งเป็นเด็กคนหนึ่งที่พูดน้อยมาก การแต่งกายเรียบร้อย กระโปร่งยาว บางครั้งมีกิจกรรมดีๆที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นมาดิฉันก็รู้สึกว่าถ้าทำก็ทำได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ความไม่กล้า เสียความมั่นใจในตัวเอง ทำให้ช่วงเวลาในการเรียนมัธยมต้นขาดโอกาสที่แสดงศักยภาพในตัวเองหลายอย่าง

ความไม่กล้าทำให้เสียความมั่นใจในทุกอย่าง

พอถึงช่วงมัธยมปลาย... ดิฉันคิดว่า "เราจะเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่กล้าแบบนี้ตลอดหรอ ? "ในตอนนั้นได้แต่คิดเพราะไม่มีความมั่นใจพอที่จะทำอะไร จึงอยากเรียนที่โรงเรียนอื่น เพื่อพัฒนาตัวเองมากขึ้น พอเรียนไปได้ถึงสองเดือน ครูที่โรงเรียนที่เคยเรียนในช่วงมัธยมต้น ได้ให้ดิฉันย้ายมาเรียนที่เดิม เพราะช่วงมัธยมต้นดิฉันได้ขอทุนการศึกษาเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมตอนปลายทำให้ดิฉันได้ทุนการศึกษานี้ ครูจึงให้กลับมาเรียนที่โรงเรียนเดิม ในช่วงนั้นครูเห็นว่าดิฉันไม่มีความกล้า จึงให้เป็นรองหัวหน้าห้อง บางครั้งทำงานแทนหัวหน้าห้องเพราะหัวหน้าห้องเป็น รด.ไม่ค่อยมีเวลา หากมีกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกับรุ่นพี่ ดิฉันต้องรวบรวมความกล้าอย่างมากในการที่ต้องคอยประสานงานให้กับห้อง ตอนนั้นมีอารมณ์หลายอย่าง อยากร้องให้ อยากหลบหนีผู้คน ทำอะไรกลัวไปหมด กลัวที่ทำแล้วจะผิดไม่ถูกใจคนอื่น ในช่วงนั้นขอบคุณ คุณครูที่ปรึกษา (คุณครูอาร์มและเพื่อนที่สนิทกันในห้อง)คอยให้กำลังใจและอยู่ข้างๆ ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ที่จะมีการพัฒนาตัวเองให้มีความกล้ามากขึ้น อาจไม่มากแต่ก็สามารถทำให้ความกลัวนั้นลดลงบ้าง

ขอบคุณตัวเอง จบ ม.6 พร้อมเตรียมตัวเรียนต่ออาชีพที่ใฝ่ฝันไว้

มาถึงช่วงเวลาที่รอคอย... เป็นช่วงเวลาที่แต่ละคนเลือกที่เรียน ดิฉันเลือกไว้หลายที่และที่หนึ่งที่ได้ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย แต่ก็ยังลังเลอยู่จึงลองสมัครสอบที่มหาลัยเชียงใหม่ ทำเอกสารทุกอย่างเสร็จหมดแล้วเหลือรอไสอบ แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มีครูท่านหนึ่งบอกกับดิฉันว่า...เธอจะสอบได้หรอเป็นมหาลัยที่ใครๆก็อยากไป เธอไม่ใช่เด็กวิทย์-คณิต อาจต้องพยายามมากกว่าเขานะ พอดิฉันได้ยินดังนั้น เป็นคนหนึ่งที่ขาดความมั่นใจอยู่แล้วยิ่งทำให้ไม่มีความมั่นใจมากขึ้น จึงตัดสินใจที่จะไม่สอบ แต่ก็ภูมิใจในตัวเองที่ได้เรียนที่ใกล้บ้านได้เรียนตามอาชีพที่ฝันไว้ เมื่อได้เข้ามาเป็นนักศึกษาแล้ว เจอสถานที่ใหม่ๆ เพื่อนๆพี่ๆใหม่ๆทำให้ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตมากขึ้น ทำกิจกรรมร่วมกันทั้งในมหาวิทยาลัยและนอกรั้วมหาวิทยาลัย มีโอกาสที่ได้พัฒนาตัวเองให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น จากที่เป็นเด็กขี้กลัว กลัวจนเสียความมั่นใจ อ่อนไหวต่อคำพูดของคน สิ่งเหล่านั้นได้ทำให้เราคิดได้มากขึ้น ดิฉันต้องขอบคุณ อาจารย์ทุกท่าน เพื่อนๆพี่ๆทุกคนและยิ่งกว่านั้นขอบคุณที่เลือสาขาอาชีพนี้ ที่ทำให้เด็กคนหนึ่งที่ไม่กล้าทำอะไรเลยกลับรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองและทำให้ตัวเองเริ่มที่จะทำลายกำแพงความกลัวออกไป อาจจะยังมีบ้างที่เราเสียความมั่นใจแต่เมื่อยิ่งเราโตขึ้นเราต้องยิ่งรู้จักพัฒนาจุดเปลี่ยนของตัวเองมากขึ้นด้วยความคิดของเรา

หากไม่มีเพื่อนๆครูอาจารย์ และกิจกรรมดีๆที่จะพัฒนาตนเองเหล่านี้ ความกล้าก็ไม่เกิดขึ้น

หากดิฉันไม่ได้มาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาลัยแม่ฮ่องสอนแห่งนี้ จุดเปลี่ยนความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงความกลัวก็จะไม่เกิดขึ้น



เรื่องราวทั้งหมดนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของดิฉันเพราะดิฉันคิดว่าดิฉันเลือกถูกแล้วที่ได้มาเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้