GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ระหว่าง "ผู้นำ" กับ "ผู้บริหาร" ใครคือตัวจริงในการทำ KM (ปัจฉิม)

เคล็ดลับที่ไม่ลับที่ภูมิใจนำเสนอคือ สร้าง"แรงบันดาลใจ" และสร้าง "สิ่งจูงใจ"

ตอนแรก 

            คำว่า "วิสัยทัศน์" มักถูกมองว่าเป็นสิ่งที่แสดงถึงบุคลิกขององค์กร ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็สอดคล้องกันบ้าง ไม่สอดคล้องบ้าง ผู้ปฏิบัติเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง

            คนที่ได้ชื่อว่ามีวิสัยทัศน์ ควรจะต้องรักษาอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด มองเห็น ภาพรวม  มี แรงบันดาลใจ ที่จะ ปรับเปลี่ยน พัฒนาสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลาอย่างเป็นพลวัต

            ถ้าสามารถสื่อวิสัยทัศน์ได้อย่างชัดเจนทั่วทั้งองค์กร  สิ่งที่เรียกว่า วิสัยทัศน์ จะเป็นหลักในการโน้มน้าว/ชี้แนะให้คนในองค์กรเกิดความกระตือรือร้น อุทิศเวลาเข้ามามีส่วนร่วมด้วยช่วยกัน รวมทั้งรู้สึกผูกพันต่อการก้าวไปสู่ความสำเร็จตามที่องค์กรตั้งเป้าหมายไว้

           เคล็ดลับที่ไม่ลับที่ภูมิใจนำเสนอคือ สร้าง"แรงบันดาลใจ" ในการสร้างสรรค์งาน และสร้าง "สิ่งจูงใจ" ในการแก้ไขปัญหางาน การเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ ให้ไหลลื่นไปได้ด้วยดี

           ลองพิจารณาดูแบบฝึกหัดกระบวนการฝึกสร้างวิสัยทัศน์ (เผื่อจะมีวิสัยทัศน์เหมือนกับผู้นำหลายๆ ท่านบ้าง)

           1)   ฝึกมองเห็นภาพในสิ่งที่คิด (จินตนาการ)  เห็นตนกำลังทำอะไร ที่ไหน กับใคร เมื่อไร และอย่างไร ตลอดไปจนถึงภาพรวมของการทำงาน การเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ของหน่วยงานที่ทำงานอยู่

           2)   ฝึกมองเห็นภาพความสัมพันธ์ ความเชื่อมโยงระหว่างกัน คือ ระหว่างบุคคลกับบุคคล  ระหว่างหน่วยงานกับหน่วยงาน เชื่อมทีม เชื่อมหน่วย  เชื่อมกับสิ่งที่หน่วยงานต้องการหรือไม่ (สคส. เอง พยายามเชื่อมโยงร้อย KM เข้ากับภาคีเครือข่าย และร้อยภาคีเครือข่ายให้เรียงไหลลื่นไปกับคลื่น KM ในการขับเคลื่อน KM ประเทศไทย)

           3)  ฝึกให้คนในหน่วยงานรู้จักค้นหา จุดเด่น-จุดแกร่ง กับ จุดด้อย-จุดอ่อน ของตนเอง เพื่อเปิดโอกาสให้คนมีบทบาททำงานในสิ่งที่ถนัด เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งกล้าที่มอบอำนาจ มอบความไว้วางใจไว้ ณ จุดปฏิบัติงาน  เรื่องนี้สำคัญมาก ผู้นำที่ดีต้องรู้จักสร้างโอกาสให้คนในหน่วยงานดึงศักยภาพออกมาสร้างคุณประโยชน์ สร้างนวัตกรรม สร้างเครือข่าย ให้หน่วยงานขยายโอกาสการดำเนินงานอย่าง ก่อ กว้าง ไกล ไร้ขอบเขตขีดจำกัด เพราะ กุญแจสำคัญของภาวะผู้นำคือ มีแรงปรารถนา มีเจตนา มีแรงเสริม ส่งเสริม สนับสนุนทุกคน ในหน่วยงาน ให้ งอก เงย งาม ก้าวหน้าขึ้นไป

           4)  ฝึกมอบหมายงานให้คนในหน่วยงานรับผิดชอบอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผล  กำหนดความคาดหวังร่วมกัน จากปัจเจกบุคคล  ของหน่วยงาน เพื่อเปรียบเทียบกับผลสัมฤทธิ์ และวัดได้  จะได้ไม่เกิดการคาดหวังสูงหรือต่ำเกินไป  เป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนในหน่วยงานช่วยมือช่วยกันพัฒนางานให้รุดหน้าต่อเนื่อง

           5)  ฝึกกระตุ้นอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรม ของคนในหน่วยงานให้รู้สึกสนุก รู้สึกดี มีคุณค่า รักสามัคคี และรักหน่วยงาน (เรื่องนี้ก็สำคัญมากๆ)  ผู้นำต้องเป็นคนมองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน มีสีสัน และกระตือรือร้นในการโน้มน้าวผู้อื่นให้ กล้าคิด กล้าฝัน กล้าหวัง กล้าทำ  กล้านำ แบบมีส่วนร่วม คือ ทำให้คนในหน่วยงานรู้สึกว่า  พวกเขาเป็นเพื่อนเป็นมิตรต่อกัน  ทำงานร่วมกันอย่างสนุกสนาน เพราะผลงานที่ยิ่งใหญ่และความเข้าใจที่ดียิ่ง เกิดจากความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจากคนส่วนใหญ่ในหน่วยงาน ที่เรียกว่า ทีมงาน

             การทำงานในแต่ละวันของแต่ละคนจึงต้องเป็นความรู้สึกดีๆ สนุกกับงาน งานจึงจะคล่องตัว  ถ้าทงานแล้วไม่สนุก ไม่เป็นสุข  คนรอบข้างไม่น่าไว้วางใจ และผลงานออกมาไม่คุ้มค่ากับตนและหน่วยงาน งานนั้นก็ไม่มีคุณค่าที่จะทำ

             เมื่อผ่านแบบฝึกหัดนี้แล้ว  ภาวะผู้นำก็อยู่ไม่ไกลเอื้อม  แต่ต้องอาศัยการฝึกฝน การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี อย่าเพิ่งเบื่อซะกลางคัน เท่านี้ประเทศไทยก็มีผู้นำเพิ่มขึ้นแล้ว โดยเฉพาะการเป็นผู้นำในตน โชคดีจงเกิดแก่ตน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): expressionแนวคิดดีๆ
หมายเลขบันทึก: 66646
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

สวัสดีครับพี่แกบ คนงาม

     ลองทำแบบฝึกหัดที่พี่ให้มาแล้ว ไม่ผ่านซักข้อเลยครับ แล้วจะทำยังไงดีครับ "หลุมดำ"ก็ตก "ทำแบบฝึกหัด"ก็ไม่ผ่าน มีครูบาอาจารย์สำนักไหนดีๆให้ได้ฝากเนื้อฝากตัวเป้นลูกศิษย์เพื่อฝึกวิทยายุทธ์ บ้างมั๊ย แบบว่า "อยากเป็นจอมยุทธ์"ครับ

ขอบคุณค่ะคุณเรวัตรผู้ยิ่งใหญ่

KM ก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะ ไม่ทำไม่รู้ ไม่ดูไม่เห็น  ยิ่งไม่ทำ ยิ่งไม่รู้ ยิ่งไม่ทำ ยิ่งไม่เห็น  แต่ผู้ที่ทำดีแล้ว ปฏิบัติดีแล้ว ย่อมเห็นว่า ยังทำไม่ผ่านซักที ถูกต้องแล้วค่ะ เพราะเรื่องอย่างนี้ อย่างที่บอกล่ะค่ะว่า ต้องอาศัยการฝึกฝนปฏิบัติ ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก อาศัยตนเองก่อน จนในที่สุดจะค้นหาตัวเองพบ แล้วค่อยต่อยอดหนทางที่มีแสงนำทางได้  ช่วงนี้ก็ตะกายไปก่อน อาศัยชายผ้าของกูรูที่คุ้นเคย ซึ่งน่าจะมีอยู่แล้ว  (ขอโทษค่ะ มาสอนหนังสือสังฆราชซะแล้ว)

แก๊กๆๆ ........

อย่าสงสัยว่าเสียงอะไรนะครับ กำลังตะกายครับพี่ สุดท้ายดูเหมือนพี่จะบอกว่าตัวเรานั่นแหละคือครู ของเราเอง ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะ....มาตามอ่านหลังจากเห็นหัวข้อนี้หลายวันก่อน....วันนี้มาหาอ่านโดยเฉพาะค่ะ....ตั้งชื่อเรื่อง ใครๆ ก็ตอบได้ว่า...ผู้นำแน่นอน...อ่านไปอ่านมา.... 1)   ฝึกมองเห็นภาพในสิ่งที่คิด (จินตนาการ)ข้อนี้ดิฉันผ่าน วันๆ ได้แต่นั่งจินตนาการ
2)   ฝึกมองเห็นภาพความสัมพันธ์ ความเชื่อมโยงระหว่างกัน ข้อนี้ก็ผ่านมีหลายคนชม
3)  ฝึกให้คนในหน่วยงานรู้จักค้นหา จุดเด่น-จุดแกร่ง กับ จุดด้อย-จุดอ่อน ของตนเอง เพื่อเปิดโอกาสให้คนมีบทบาททำงานในสิ่งที่ถนัด ข้อนี้ผ่านแบบเฉียดเส้นยาแดง..
4)  ฝึกมอบหมายงานให้คนในหน่วยงานรับผิดชอบ
ข้อนี้ตกแบบไม่มีเหตผลถนัดทำเร็วทำเลย...รู้สึกไม่ได้ดั่งใจรอ คนอื่นตั้งท่านานไม่ได้

5)  ฝึกกระตุ้น
อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรม
ของคนในหน่วยงานให้รู้สึกสนุก รู้สึกดี มีคุณค่า รักสามัคคี และรักหน่วยงาน ข้อนี้ผ่าน

ทำไงดีคะคุณแกบ...ดิฉั๊นไปตกในข้อสำคัญ..

ยินดีด้วยค่ะคุณเรวัตร ที่ค้นพบตัวเองเค้าแล้ว ตกใจไหมคะ

สำหรับคุณเมตตาที่รัก หากหยุดสักนิด หันหลังสักหน่อย รับรองผ่านทุกข้อค่ะ  แต่ขึ้นอยู่กับความวิริยะอุตสาหะ และตั้งตาคอยอย่างมีเหตุ หวังเห็นผล เพิ่มขั้อเด่น ปรับข้อด้อย ของตน ของตน ของตน ก็อย่างที่คุณเมตตาวิเคราะห์เงาของตัวเองไว้แล้วไงคะ เดินต่อไปได้เลยค่ะ แต่ไม่ต้องลุยมาก เดี๋ยวคนอื่นตามบ่ทัน เหนื่อยแย่เลย

ขอบคุณครับพี่...ตกใจม๊ดเลย..ผมว่าเป็นนักเรียนสอบตกก็ดีนะครับ..แบบว่าได้เรียนนานดี...ได้กำไรดีออกนะครับ..