ได้เข้าไปอ่านเรื่องที่ท่านใช้นามปากกาว่า  ท.เลียงพิบูลย์แล้ว  ก็ทำให้นึกถึงผุ้คนในยุคนั้น ที่มีการเล่าเรื่องราวผ่านมา ทั้งสภาพความเป็นอยู่  อุปนิสัยใจคอ ความคิดอ่าน และความละเอียดอ่อนของผู้ให้บทความ รวมถึงการรจนาเรียงร้อยถ้อยความต่าง ๆ ได้อย่างลึกซึ้งและเข้าใจได้ง่าย  ทำให้มองเห็นถึงความรัก  ความสามัคคี ความเอื้ออาทร และความเชื่อที่มีต่อสังคมในยุคดังกล่าว  น่าเสียดายที่  สิ่งเหล่านี้ โดยเฉพาะสภาพสังคมไทยได้ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมากจนทำให้ความละเอียดอ่อนทางด้านจิตใจของผู้คนในสังคมได้ถูกเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว

ความประทับใจในบทความที่ท่านได้เขียนนั้น ต้องย้อนไปถึงในสมัยยังเด็ก ๆ  ก็มักจะได้ยินบทความเรื่อง กฎแห่งกรรม ทั้งในทางสือคือวิทยุ ระบบ AM ทางโทรทัศน์ตั้งแต่สีขาว-ดำ และทางหนังสือเล่มเล็ก ๆ เป็นตอน ๆ จากห้องสุมดบ้าง  จากที่ญาติพี่น้องซื้อมาอ่านบ้าง  รวมถึงทั้งที่ตนเองซื้อหามา  แต่มาเดี๋ยวนี้เป็นที่น่าเสียดายที่มีผู้คนจำนวนไม่มากเท่าไรยังคงอ่านอยุ่ในเรื่องราวต่าง ๆ ที่ ท่าน ท.เลียงพิบูลย์ได้แต่งขึ้นจากคำบอกเล่า  แม้ว่าจะมีการเปิดให้อ่านทางอินเตอร์เน็ต http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4   ซึ่งอยากให้เข้าไปอ่านกันมาก ๆ นอกจากจะได้ความรู้จากผู้ที่รจนาคำให้อ่านแล้ว  ยังได้ความรู้ถึงศิลปะ วัฒนธรรม  คตินิยม  ความคิด  และสังคมของผู้คนในยุคนั้นว่า........

ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในจำนวนผู้คนอันน้อยนิดที่ยังคิดถึงท่านผู้ใช้นามปากกาว่า  ท.เลียงพิบูลย์  ที่อยากให้ท่านหลาย ๆ คนที่ยังหวนถึงบทความดี ๆ ได้เข้าไปอ่าน ได้แนะนำให้ยุคสมัยที่กำลังเปลี่ยนไปได้เข้าใจสังคมไทยอันดีงามที่คนสมัยก่อนได้พยายามถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ให้ยังอยู่คู่สังคมไทยที่มีแต่ความเอื้อเฟื้อและมอบสิ่งดี ๆ ต่อกันตลอดไป