เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2549 ดิฉันมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมกับทีมผู้บริหารของมหาวิทยาลัย...(ที่ประชุมคณบดี)เนื่องจากมีวาระแผนการจัดการความรู้..ปี 2550..เข้าเป็นวาระพิจารณาดิฉันตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยเข้าที่ประชุมกับผู้ใหญ่ที่ครบๆกันทุกคนแบบนี้ และขณะเดียวกันก็รู้สึกแปลกๆ กับทุกท่านที่ทรงภูมิ....เช้านี้ดิฉั๊นอิดออดกับผู้อำนวยการกองของดิฉั๊นว่าหนูขอไม่ไปได้มั๊ยคะ...เพราะไม่รู้สึกสนุกที่ต้องไปนั่งโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ...ท่านบอกว่าไปเถอะจะได้เรียนรู้...และไม่ต้องกลับมาเล่ากันอีก
             ที่นี่การประชุมผู้บริหารระดับสูงจะใช้ระบบ e-meeting คนที่มีวาระจะเข้าที่ประชุมนี้ต้องส่งเป็นไฟล์เอกสารล่วงหน้าให้ฝ่ายเลขาอย่างน้อย 10 วันก่อนประชุม  ถึงวันประชุมทุกคนเข้าห้องประชุมโดยมี note book คนละตัว...มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้สำหรับคนที่โปรแกรมมีปัญหา...เรียกไม่ได้บ้างแต่เป็นส่วนน้อย ที่จะพบบ้างก็เป็นเครื่องที่โดนไวรัสรบกวน...ทางฝ่ายเลขาฯจะมีเครื่องสำรองไว้เผื่อกรณีนั้น...การประชุมดำเนินไปตามปกติ....มีวาระมากมายเรียงรายกันเข้ามา...ดิฉันนั่งฟังพลางนึกเห็นใจผู้บริหาร...น่าปวดหัวเสียจริง....แอบมีความสุขเล็กๆว่าเป็นดิฉั๊นนั่นแหล่ะดีแล้วไม่ต้องถกเถียง...ให้ปวดหัว...บางเรื่องต้องคิดมากคิดไปคิดมา....
           จนมาถึงวาระของดิฉัน...ท่านรองอธิการบดี(อ.พิชิต เรืองแสงวัฒนา ประธานผู้ประสานงานหลักเครือข่ายUKM)วันนี้ท่านทำหน้าที่ประธานที่ประชุม...ในขณะเดียวกันทำหน้าที่เสนอวาระนี้...เนื่องจากท่าน CKO ของเรา(รศ.นพ.วรัญ ตันชัยสวัสดิ์)ติดราชการต่างประเทศ สิ่งที่ทีมกรรมการนำเสนอวันนี้คือ ....ขอเวลาที่ประชุมคณบดีแห่งนี้เพื่อนำเสนอความสำเร็จของกรณีต่างๆในมหาวิทยาลัยครั้งละ15 นาทีเพื่อการชื่นชมความสำเร็จของการนำการจัดการความรูไปใช้ในงานพร้อมนำเสนอพิจารณา KM Focus Area ของ ม.อ. 4 ประเด็นคือ "KM กับงานกิจการนักศึกษา"  "KM กับงานการเรีนการสอน" KM กับการบ่มเพาะนักศึกษา"  และ "KM กับพัฒนาคนพัฒนาองค์กร" โดยให้คณะหน่วยงานสมัครใจเลือก 1 KM Focus Area เพื่อดำเนินการ"หมุนวง"ในหน่วยงานของตนในปี 2550 โดยกรรมการกลางจะสนับสนุนดำเนินการช่วยเหลือกันในรูปแบบเครือข่ายภายในโดย ใช้ CKO คณะหน่วยงานเป็นตัวเชื่อมสู่มหาวิทยาลัย ดิฉันได้แต่นั่งลุ้นท่านและมองเห็นว่าท่านต้องใช้พลังงานนำเสนอวาระนี้มากเพราะส่วนหนึ่งมีบรรยากาศคล้ายกับที่ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช นำเสนอไว้ในบันทึกนี้ความรู้ที่ขาดหายไป ระหว่างลุ้นอยู่นั้น...ดิฉันคิดพลาง...หากแม้นว่าท่านผู้บริหารจะเห็นเป็นอย่างอื่นดิฉันก็มีช่องทางให้แผนงานของมหาวิทยาลัยประสบความสำเร็จได้โดยผ่านทางCKOคณะหน่วยงาน..วันนี้ขอนำเรื่องนี้เข้ามาให้มีโอกาสได้คุยกันในมิติที่หลากหลาย...และดิฉั๊นเพิ่งเห็นความหลากหลายและความห่างไกลของงานที่ดิฉันทำกับความคิดของท่านผู้ใหญ่....อันที่จริงแล้ววาระการจัดการความรู้เคยนำเสนอมาแล้ว 2 ครั้งในรอบ 2 ปี แต่เป็นเพียงวาระเพื่อทราบตามเอกสาร...เพิ่งจะครั้งนี้ที่นำเสนอเป็นวาระพิจารณาท่านรองอธิการบดีพยายามโยงใยให้เห็นถึงความสำเร็จของคณะแพทยศาสตร์จึงเชิญท่านคณบดีคณะแพทยศาตร์(รศ.นพ.กิตติ ลิ่มอภิชาติ)ให้ความเห็น....ท่านพูดว่า...."ผมเห็นเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง...ไมทำไม่เห็น..เชิญชวนให้ท่านคณบดีทุกท่านนำไปใช้....แล้วท่านจะเห็นพลังของผู้คน.....มากมาย" วันนั้นที่ประชุมถามหาตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจนที่คณะกรรมการกลางทำมา 2 ปี มีอะไรที่ดีขึ้นกว่าเดิม.ท่านรองอธิการบดียกกรณี"การพัฒนาคนพัฒนางานของภาควิชาพยาธิ...คณะแพทยฯ"และ "ชุมชนผู้ดูแลระบบไอที(งานของเขาสบายขึ้น)...และชุมชนอื่นๆอีก 2-3 ชุมชนที่เข้มแข็ง..นับว่าเป็นวันหนึ่งที่งานติดตั้ง KM ของเรา "รุกคืบ" ไปสู่พันธกิจหลักขององค์กรจากนี้ไปนอกจากจะสื่อสารเป็นเอกสารไปยัง CKO คณะหน่วยงานในสาระการประชุมแล้วยังมีนัดชวน CKO ทุกคณะหน่วยงานมาร่วม "ชวนคิด ชวนดู เรียนรู้ KM" ในวันเริ่มศักราชใหม่ โดยมี ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด...จาก สคส. ให้เกียรติกับเรา  ดิฉันบันทึกเรื่องนี้ไว้ด้วยความสุขใจ