กลุ่มเราเริ่มพูดคุยโดยให้แต่ละคนเล่าเรื่องราวของตนโดยอิสระ แต่ละคนผ่านความสุขความทุกข์กันมาแตกต่างกัน ทุกคนมีความมุ่งมั่นต้องการทำสิ่งดี ๆ ให้กับนักศึกษาที่ตนเกี่ยวข้อง และต้องการทำให้เพื่อนอาจารย์ด้วยกันทำงานอย่างมีความสุขเพื่อลูกศิษย์ของตนเองต่อไป

         วันที่ 16-17 มีค 2562ที่ผ่านมาเป็นวันนัดหมายของกลุ่ม TL มาพบปะพูดคุยกันหลังจากไม่ได้พบปะพูดคุยกันตัวเป็นๆ มานานกว่า 6 เดือนแล้ว กลุ่ม TL เกิดจากการรวมตัวกันของอาจารย์แพทย์หลากหลายสถาบันด้วยสิ่งที่มุ่งมั่นตรงกันคือ พัฒนาตนเอง เพื่อให้เกิดผลดีต่อครอบครัว คนรอบข้าง และสังคม คบหากันมานานกว่า5 ปีแล้ว นัดกันครั้งนี้วัตถุประสงค์หลัก คือการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตการทำงานของแต่ละคนที่ส่งผลต่อนักศึกษาที่แต่ละคนไปเกี่ยวข้องส่งผลต่อเพื่อนร่วมงาน และส่งผลต่อสังคมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง วัตถประสงค์รองลงไป คือการสรุปการถอดบทเรีนจากการวิจัยถอดบทเรียนเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อไปและเตรียมจัดงานใหญ่ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้สถาบันที่ทางกลุ่มไปถอดบทเรียนมาเมื่อ1-2 ปีก่อนมาเล่าเรื่องของตนเองผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการให้แก่อาจารย์จากสถาบันผลิตแพทย์ทุกแห่งในประเทศไทยได้เรียนรู้ร่วมกันในวันที่27-28 พค 2562 ที่จะถึง

 

สถานที่การพบปะพูดคุยเริ่มแรกมีการเสนอสถานที่หลายแห่งเช่น หอสมุดแห่งชาติ ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวนเวียนมาใกล้ ๆบ้านเดิมที่ผมเคยอยู่แถว ๆ บางขุนพรหม ผมจึงนึกถึงโรงแรมบูติคแห่งหนึ่งแถว ๆเทเวศร์ที่เคยเห็นในรายการโทรทัศน์ ชื่อ พระนครนอนเล่น ซึ่งตกแต่งเป็นแบบบ้านไม้มีความร่มรื่น และมีสถานที่ให้พูดคุยได้ โดยไม่ต้องเสียเงินและมีห้องประชุมที่เสียเงิน (ติดแอร์)ในที่สุดทางกลุ่มก็เลือกสถานที่ห้องรับแขกเอกเขนกแบบไม่เสียเงินคุยกันตั้งแต่เช้าจนค่ำและเช้าวันต่อมา การเลือกสถานที่นี้มีเรื่องแอบแฝงอีกส่วนหนึ่ง คือผมต้องการกลับมาพบกับบรรยากาศเดิม ๆ สมัยผมเด็ก ๆ ทั้งโรงเรียนอนุบาลโรงเรียนประถม บ้านและวัดที่เคยใช้ชีวิตอยู่

 

กลุ่มเราเริ่มพูดคุยโดยให้แต่ละคนเล่าเรื่องราวของตนโดยอิสระแต่ละคนผ่านความสุขความทุกข์กันมาแตกต่างกัน ทุกคนมีความมุ่งมั่นต้องการทำสิ่งดี ๆให้กับนักศึกษาที่ตนเกี่ยวข้อง และต้องการทำให้เพื่อนอาจารย์ด้วยกันทำงานอย่างมีความสุขเพื่อลูกศิษย์ของตนเองต่อไปเรื่องเล่าของแต่ละคนกว่าจะจบลงก็เกือบค่ำสิ่งที่ผมสังเกตคือแต่ละคนเกิดการเติบโตจากการที่ตนเองต้องเผชิญกับสิ่งที่ตนเองไม่ชอบผ่านความทุกข์ ผ่านการทบทวนใคร่ครวญตนเอง และในระหว่างการเล่าเรื่องเพื่อน ๆในกลุ่มก็ช่วยกันทำให้คน ๆ นั้นเกิดการทบทวนในตนเอง จุดแข็งของกลุ่มคือสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มมีความหลากหลายมีทั้งฐานหัว(ใช้ความคิด) ฐานใจ (ใช้ความรู้สึก) ฐานท้อง (ใช้แรงกาย) และที่สำคัญแต่ละคนปวารณาตัวเองที่ให้เพื่อนสมาชิกในกลุ่มพูดอย่างตรงไปตรงมาและรับฟังกันอย่างลึกซึ้ง

 

ครั้งนี้ก็เช่นกันแต่ละคนพยายามช่วยเพื่อนให้เข้าใจตนเองตามแบบที่ตนเองถนัดซึ่งมีบางช่วงเวลาที่เจ้าตัวอาจไม่รู้สึกพึงพอใจกับวิธีการที่เพื่อนใช้กับตนเองก็บอกออกมาตามตรง และใช้เหตุการณ์นั้นเป็น dilemma ให้พูดคุยเพื่อให้เกิดการคลี่คลายถึงแม้คืนแรกยังอาจไม่คลี่คลาย แต่เช้าวันรุ่งขึ้นก็มีการพูดคุยประเด็นดังกล่าวต่อจนคลี่คลายหากเราไม่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตนเองก็ไม่สามารถซื่อตรงต่อคนอื่นได้เป็นคำพูดของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มและเรายึดถือปฏิบัติมาโดยตลอดทำให้กลุ่มมีพลังและสมาชิกกลุ่มเกิดการเติบโตภายในอย่างต่อเนื่องวิธีการเหล่านี้ทำให้ผมเห็นถึงสุนทรียสนทนาที่ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาดอกไม้ตลอดเวลาแต่ใช้ความจริงใจ และตั้งใจการรับฟังร่วมกับการตั้งใจช่วยให้เพื่อเข้าใจภายในตนเอง

 

วันรุ่งขึ้นหลังจากคุยกันถึง dilemmaที่ค้างคาจนคลี่คลายแล้ว กลุ่มก็คุยกันถึงงานที่จะมาถึงในวันที่27-28 พค ด้วยความหลากหลายของสมาชิกในกลุ่ม แม้ในช่วงเวลาอันจำกัดถึงแม้มีการกระทบกระทั่งกันทางความคิดบ้างแต่ก็สามารถขับเคลื่อนให้เกิดงานออกมาได้ หลังจากนั้นได้มีการพูดคุย afteraction review (AAR) ได้มีการพูดคุยกันถึง 2วันที่ผ่านมา และมีการพูดคุยถึง dilemma ในการประชุมทำให้เกิดการคลี่คลายมากยิ่งขึ้น

 

ทุกครั้งที่พบกันของกลุ่มนี้ผมได้รับพลังและสิ่งดีๆ จากกลุ่มเสมอมา ต้องขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้พวกเราได้มาพบกัน เติบโตไปด้วยกันทำเรื่องดี ๆ เพื่อตนเอง ครอบครัว นักศึกษา เพื่อนร่วมงาน และสังคมต่อไป

 

ขอบคุณครับ