Ho Chi Minh - Dalat - Mui ne ตอนที่ 2

Piyawan
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

Ho Chi Minh Trip 29 Dec 2018 - 1 Jan 2019

ตื่นเต่เช้ามาขึ้นรถที่ The Sinh office รถออก 7.30 น. เราขอให้ทางโรงแรมเรียก Taxi ไว้ให้ คนที่โรงแรมบอกว่าไม่ไกล

Taxi ก็เอากระเป๋าของพวกเราและเสื่อโยคะ ลงมาเรียงให้เรียบร้อย ซึ่งตอนไปถึงก็เจอกับแถวยาวเหยียด เราก็เข้าไปต่อแถว และให้ที่เหลือไปหาอาหาร

มีร้านอาหารอยู่ตรงนี้เลย พวกก็เข้าไปสั่ง

มีปัญหาเล็กน้อย เพราะเราจองตั๋วและจ่ายด้วยบัตรเครดิต และปรินท์ใบจองออกมาขึ้นตั๋วจริงที่นี่ เค้าขอดูบัตรเครดิตของเราที่ใช้จ่ายเงิน ปรากฎว่าเราไม่ได้เอามาเพราะว่าเป็นบัตรเก่า ที่ทางธนาคารได้เปลี่ยนให้ใหม่ (คือ จองไว้นานมาก กลัวเต็ม) ทีนี้เค้าก็เลยให้เราจ่ายใหม่ และบอกว่าอันเดิมที่จ่ายไปแล้วเค้าจะ refund คืนให้ในบัตรเดิม แต่ต้องจ่ายราคาใหม่นะจ๊ะ เป็นราคาปีใหม่ ซื้อแพงกว่าเดิมไปอีกนิดหน่อย สรุปจ่ายใหม่ตกค่าตั๋วคนละ 222 บาท เรียบร้อยแล้วก็พุ่งขึ้นรถ

ผิดคาดมาก นึกว่าคนจะเต็มรถ มีตั๋วนั่งตั๋วยืน พอรถตกหลุมก็โย้ไปมา รถไม่เต็มค่ะยังมีที่ว่างเหลืออีก แต่ภาษาไทยเต็มรถเลย มีคนเวียดนามแค่ 4 คนทั้งรถ นอกนั้นไทยล้วน เส้นทางมามุยเน่เหมือนเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอนเล็กๆ กะต๊อกกะตอน เป็นระยะๆ มีพักระหว่างทางให้เข้าห้องน้ำด้วย

ตรงข้ามจุดจอดรถ มีน้ำและวิวดูสวยดี พวกก็จัดภาพถ่าย 1 set

ก็ได้อยู่นะ

กลับมาขึ้นรถต่อ

วิวระหว่างทาง ถ่ายจากไอโฟน ได้มาประมาณนี้ อ้อ ภาพถ่ายของทริปนี้ที่นำมาเขียนบันทึก ได้จากกล้องมือถือนะคะ

วิวระหว่างทาง คือมีความธรรมชาติมาก รถวิ่งถึงมุยเน่ 11.40 น. แถวๆ ท่ารถบัสหรือจุดที่เค้าจะจอดให้พวกเราลง เป็นแหล่งกินแหล่งที่พักมากๆ เห็นนักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่

เราจองทัวร์ half day ที่มุยเน่ไว้ คนติดต่อทัวร์คือซันเช่นเคย สำนักงานเค้าอยู่ใกล้ๆ กับจุดที่เราลงรถทัวร์ ราคาทัวร์ 50 usd ต่อ 3 คน (จี๊ปพร้อมคนขับ) ลากกระเป๋าไปยัง office ของเค้า เค้าชื่อ ​Mr. Trong เป็นเพื่อนกับ คุณดวง แหมกำ (ดวง คือ เจ้าของที่พักที่เราเคยไปพักที่ ดอง ฮอย) ซันคุยกะเค้าทาง Whatsapp และเค้ามีร้านอาหารติด office เลย เราก็เลยกินอาหารร้านเค้าซะ เพราะตอนนี้หิวข้าวหนักมาก กินก่อนเดี๋ยวค่อยเที่ยว

อาหารมาแล้ว ดูอาหารซะก่อน น่ากินสุดๆ

กินเสร็จก็ได้เวลาออกไปชมเมืองมุยเน่ จิ๊ปสีฟ้าพร้อมคนขับของเรารออยู่แล้ว ขึ้นรถสิคะรออะไร

ครึ่งวันที่มุยเน่ งดงามตามท้องเรื่อง ที่แรกคือไปชมแฟรี่สตรีม มีค่าเข้าชมด้วย อันนี้จ่ายเอง ไม่ include

ต้องถอดรองเท้าผ้าใบทิ้งไว้ยังต้นทางที่จะลงไปลุยน้ำ คือบางทีเราน่าจะเตรียมรองเท้าแตะมาด้วย แต่ไม่มี ณ จุดนั้น ก็เลยลงเดินเท้าเปล่านี่แหละ ก็ได้อยู่

ตรงนี้แค่ต้นทางเท่านั้นเอง ทางเดินยังอีกไกลมาก เดินไปจนเจอคนเก็บตั๋วนั่นแหละถึงจะเป็นทางเข้า

มีเนินทราย เลยส่งคนขึ้นไปสำรวจ

พวกข้างล่างก็เดินไปเรื่อยๆ

นักท่องเที่ยวมีพอสมควร ไม่แออัด ยังมีพอมีที่ว่างให้เก็บภาพประทับใจ

ด้านข้างเป็นกำแพงดิน สีแปลกตา สวยงาม ถ่ายรูปคู่มาเยอะเลย

นี่ก็รูปคู่

มีของขายตามทาง เช่นเคย ไม่ได้ซื้อ

มีเหตุให้ตื่นเต้นเล็กน้อย หลังจากที่พวกเราเดินกลับมาถึงทางลงที่เราถอดรองเท้าไว้ ทีนี้ปัญหาคือ เราไม่ได้เอารองเท้าแตะไป เวลาเดินขึ้นมายังจุดเก็บรองเท้า เท้าก็จะเปื้อนฝุ่น เลอะเทอะ แนะนำให้เอากระดาษทิชชูเปียกไป เพื่อใช้เช็ดเท้า ผึ่งให้แห้งแป๊ปนึง แล้วค่อยสวมถุงเท้ารองเท้านะ เอาล่ะ เข้าเรื่องตื่นเต้น คือ พอขึ้นมา เราหารถจี๊ปและคนขับของเราไม่เจอ ไม่รู้เขาไปไหน จนต้องโทรกลับไปหา Mr. Trong เพื่อให้ติดต่อคนขับให้บอกว่าพวกเรากลับมาถึงแล้ว คือ เราไม่ได้มาก่อนเวลานัดเลยนะ เลทไป 5 นาทีด้วยซ้ำ รออยู่สักพัก เขาก็มาถึง บอกว่าไปซื้อของ งี้ แอบเคือง ที่ต่อไปเป็นหมู่บ้านชาวประมง เป็นจุดที่แวะให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป

แวะกันแป๊ปเดียว ฝนก็เริ่มปรอยลงมาอีกละ ก็เลยไปทะเลทรายขาวก่อน นานมากกว่าจะถึง และรถก็เป็นจี๊ป คือ มาทั้งลม ทั้งละอองเล็กๆ ลมตีผม ผมตีหน้า คือถึงกับต้องหลับตาบางช่วงเลยแหละ พอเลี้ยวเข้าถนนที่มีแต่ทราย คนขับจอดรถ ปล่อยลมยางออก เพื่อให้วิ่งบนพื้นทรายได้

เสร็จแล้วก็เข้าไปเลย ทรายล้วนๆ จะบอกว่า ที่ดูไบสวยกว่านะ ดูไบ ไม่ไปไม่รู้ อิอิ

ตรงทะเลทรายขาวนี่ เขาจะจอดให้ 2 stop ที่แรกจะมาจอดตรงยอดเขาลูกนี้ คนสามารถลงไปเล่นขับรถพวก ATV ได้ ซึ่งต้องซื้อตั๋วเล่นเอง ไม่ include พวกเราไม่ได้เล่น เก็บภาพกันเท่านั้น

บ้างก็มีความโพสแบบ point เท้า

ซึ่งก็จะได้ภาพมาแบบนี้

เสดแล้วก็โดนไล่ เพราะว่า หัวโผล่ในเฟรม ถ้าจะให้ดีต้องแบบนี้ นางบอก

เอาโทสับไปถ่ายบ้างสิ เอ๊าะ เอ๊าะ มีความยื่นกล้องมือถือ

มีการเทรนกันในการโพสท่า ตั๋วต้องทำจะอี้ โยนผ้าขึ้นไปจะอี้ จะอี้ เทรนเนอร์กล่าวไว้

แต่สิ่งทีไ่ด้มา

คือยาก จังหวะก็ไม่ดี เอาแบบนี้ดีกว่า ง่ายสุด

สนุกสนานกันตามสมควร ก็บอกคนขับว่า ป่ะ ไปกันเถอะ เขาก็จะพาเราไป stop 2 เป็นเนินทรายที่ติดกับทะเล

สักพักก็ชวนกันไปทะเลทรายแดงต่อ (คุ้นๆ ว่าเหมือนน้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายแดง 555)

ตรงนี้ใกล้เมืองเข้ามาอีก คือจะเป็นเนินทรายแดงๆ ส้มๆ แบบนี้ อีกฟากถนนก็เป็นบ้านคน

อันนี้ก็คิดไม่ออกว่า กำลังทำอะไรอยู่

กิจกรรมเดิมคือ เก็บภาพถ่าย

สักพักก็กลับ เพราะใกล้เวลาที่เราจะต้องเดินทางต่อ

ด้านล่างมีแม่ค้ามาขายของบริเวณทางเข้า อ้อ ทะเลทรายทั้ง 2 ที่ เข้าฟรีค่ะ

พวกเราห้อออกจากมุยเน่ประมาณ 17.40 น. ก่อนรถออกเราก็ซื้อเสบียงตุน เป็นพวกแฮมเบอร์เกอร์จากร้านเล็กๆ หน้าตาน่ากิน พาหนะของเราคือรถเช่าพร้อมคนขับ จากมุยเน่ ถึง โฮจิมินท์ ราคา 85 usd ยอมค่ะยอม พวกเรากินอาหารบนรถ หลับไปเรื่อยๆ มาถึงโฮจิมินท์ 3 ทุ่มครึ่ง

ด้วยการจราจรที่โคตร Jam พอเข้าโรงแรมได้ก็พักผ่อนตั้งหลัก เราจองโรงแรมชื่อ Dragon palace II Hotel โดย check in 31 dec out 1 jan 2019 = 1520 บาท

เดินออกจากโรงแรมประมาณเกือบๆ 5 ทุ่ม เห็นท้องถนนนี่ผงะ รถเต็มถนนไปหมด แทบไม่เหลือพื้นที่ว่างเลย เสียงบีบแตรดังเต็มท้องถนน ดังตลอดเวลา

พวกเราเดินตามวัยรุ่นเวียดนามไปเรื่อยๆ ไปยังจุดที่เค้าจัดงาน count down กัน

น่าจะไปแถวๆ ตึกนั้น ที่เปิดไฟสว่างอยู่

คนเยอะมากๆ เดินจนมาถึงส่วนหน้าๆ แถวๆ รถถ่ายทอดทีวี เห็นคนนั่งกันบนถนน เหมือนนั่งรอดูหนังยังไงยังงั้น เราก็นั่งบ้าง ถึงเวลาเที่ยงคืน มีจุดพลุชุดใหญ่ ชาวเวียดนามโห่ร้อง สนุกสานกับการดูพลุ พวกเราก็โห่ร้องไปกะเค้า

พลุชุดใหญ่ประมาณ 15 นาที ก็หมดลง ทีนี้คนก็พากันเดินกลับ มวลมหาประชาชนคนทั้งหลาย รวมทั้งมอไซค์ รถยนต์ ก็มากระจุกกันบนท้องถนน เบียดเสียดยัดเยียด แบบไม่ต้องเดิน มันไหลไปเรื่อยๆ จนไปไม่ได้ นิ่งสนิทอยู่กลางถนนก็มี อัดกันเป็นปลากระป๋อง นี่คิดในใจว่าตรูจะเอาชีวิตมาทิ้งเสียทีนี่ไหมเนี่ย ถ้าใครสักคนล้มลงไปคงเกิดโศกนาฏกรรมเป็นแน่

มีอยู่ช่วงนึงที่เราเดินนำหน้า แต่ไปเร็วไปหน่อย พอหันหลังไป พวกไม่มี คือพวกคงติดคนอยู่ด้านหลังก็เลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาว่าจะโทรหา แต่ปรากฎว่า สัญญาณไม่มีเลย คนคงใช้กันเยอะมากจนแย่งช่องสัญญาณกัน ไม่มีประโยชน์ละถ้าจะใช้โทรศัพท์ เราก็เลยหยุดเดิน จนพวกตามมาถึง ทีนี้ใช้วิธีจับกันไว้ จะได้ไม่คลาดกันอีก (แอบกลัวตอนที่หลงอยู่คนเดียว)

สุดท้ายก็หลุดมาจากตรงนั้นได้ พากันเดินกลับโรงแรม ซื้อลูกชิ้นปิ้งกินระหว่างทาง ที่แนะนำเลยก็คือ น้ำอ้อยหนีบสดๆ อร่อยมาก อร่อยสุดๆ

กินพอใจแล้วก็เข้าที่พัก กว่าจะได้นอน ปาไปตี 2 ดูๆแล้ว ชาวเวียดนามเค้ามีความสุขกับการได้มาดูพลุปีใหม่นะ เก็บเป็นอีก 1 ประสบการณ์ที่น่าจดจำ

เช้านี้รีบตื่นมาชมโบสถ์ เราโบก Taxi จากหน้าโรงแรมไป แต่ทว่า มีการซ่อมแซม เก็บความงามได้พอสังเขป

เดินไปสถานที่สำคัญกันต่อ

เดินตามหาลุงโฮ กว่าจะเจอ แต่ก็ไม่เห็นหน้าเพราะเขาเก็บลุงไว้ในกล่องดอกบัวนี้

Happy New Year 2019

เดินทางกลับจาก Ho Chi minh ด้วย Viet Jet Air Flight vj891 SGN-CNX 12.15-14.20 บ้างก็แต่งรูป บ้างก็นอน

กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ปิดทริปปีใหม่แบบชิวๆ Happy New Year 2019 ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน learn2travel



ความเห็น (0)