Authentic Learning ที่นำไปสู่การเรียนรู้ในความเป็นจริง

Ka-Poom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

Authentic Learning ที่นำไปสู่การเรียนรู้ในความเป็นจริง

เมื่อวันศุกร์ที่ 29 มีนาคมมีโอกาสได้มาฟังเด็กๆ นักศึกษาหลักสูตรเทคนิคเภสัชกรรม

พูดคุยกันเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงค่ะ มีพลังและปิติสุขมาก ซึ่งอาการเช่นนี้จะเกิดขึ้นเสมอเมื่อได้เห็นปรากฏการณ์ของการเป็นเจ้าของการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งเด็กๆ นักศึกษารุ่นนี้ก็ได้ทำเช่นนั้น

เรียนรู้ ทำความเข้าใจเรื่อง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ด้วยตนเอง

โดยอาจารย์ทำหน้าที่เป็น Caoch กระตุ้นและตั้งคำถามเพื่อให้เด็กไปแสวงคำตอบด้วยตนเอง

“แววตา น้ำเสียง และการเล่าเรื่องมีพลัง ตกผลึกในสิ่งที่ไปศึกษา และนำมาถ่ายทอดต่อได้อย่างไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อย ยิ่งเล่ายิ่งมีความสุขทั้งผู้ฟังและผู้พูด หัวใจอัน Inspiration ก็เกิดขึ้น”

ซึ่งตอนต้นเทอมได้มา Attention Class เพื่อร่วม Inspiration นำไปสู่การเรียนรู้และสร้างความรู้ด้วยตนเองของเด็กๆ อาจจะถือได้ว่า เป็นการทำความหมายร่วมกันในมิติของเรื่องดังกล่าว จากนั้นอาจารย์เภสัชหญิงจำปี ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำวิชาได้จัดกระบวนการเรียนรู้การสอนโดยใช้ฐานคิด Authentic Learning เข้าไปตลอดภาคการศึกษา ในช่วงนั้นถ้ามีโอกาสได้แวะเวียนไปขอนแก่นก็ได้ไปร่วมทำ Reflective Learning กับนักศึกษากลุ่มนี้อยู่เสมอ

ก่อนปิด Class เด็กได้รับมอบหมายให้ไปทำ Project ในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากการเรียนรู้ในสถานการณ์จริง ในประเด็นดังต่อไปนี้

  • เศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ใช้กับภาครัฐ
  • เศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ใช้กับภาคเอกชน
  • เศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์ใช้กับภาคส่วนต่างๆ
  • การวิจัยที่เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  • ประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาทรัพยากรที่ยั่งยืน

โดยต้องไปทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประเด็นที่ตนเองได้รับมอบหมาย เชื่อมโยง และตีความหมายพร้อมถ่ายทอดออกมาผ่านตัวอย่างที่เป็นจริงที่มีอยู่ใกล้ตัวในชีวิตและประสบการณ์ สิ่งที่ทำได้เกินความหมาย ประทับใจ

จากนั้นนำสิ่งที่ค้นพบมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในรูปแบบ World Cafe การพูดคุยซักถามและการแชร์ความคิดประสบการณ์ระหว่างกันส่งผลให้เกิดพลังนำไปสู่ความใจในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และช่วงท้ายก็มาร่วมกันดีเบตถึงคุณค่าและความหมายที่ได้รับ 

ช่วงดีเบตกันนั้นได้ตั้งข้อสังเกตต่อตนเองว่า

“เด็กๆ นักศึกษาดูมีพลังมาก แม้ว่าเราจะเรียกว่าเป็นการดีเบต แต่ภายใต้การดีเบตนั้นออกแบบภายใต้ฐานคิดในเรื่อง Reflective Learning มีคำถามกระตุ้นนำสองสามคำถามให้ได้ใคร่ครวญและถ่ายทอดออกมา”

การหมุนวนอยู่ถึงแปดรอบตามจำนวนกลุ่ม ไม่ได้สะท้อนให้เห็นเลยว่ามีความเบื่อหน่าย ยิ่งเล่ายิ่งคุยยิ่งสนุก ในเพื่อนนักศึกษาด้วยกันเองยังอดที่จะชื่นชมกันเองไม่ได้ว่า “เพื่อนเก่งมาก” 

จากกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวได้มีการประเมิน “ความรู้” อีกครั้งผ่านการเขียนถอดบทเรียนในรายบุคคล เพื่อสกัดออกมาถึงระดับความลึกซึ้งต่อการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นภายในตัวเด็กๆ นักศึกษา แบ่งออกเป็นตัวรู้ 4 ระดับ

  • Data
  • Information
  • Knowledge
  • Deep Understanding

หลังจากที่เด็กๆ แยกย้ายกลับไปแล้ว เรายังนั่งคุยกันต่อถึงกระบวนการและการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาอื่น เช่น กายวิภาค สรีรวิทยา หรืออื่นๆ ที่ค่อนข้างซับซ้อนในเนื้อหา ซึ่งการสอนแบบเดิมเราจะให้เด็กท่องจำ และอาจารย์เป็นผู้บรรยาย ท้ายที่สุดเด็กก็จำไม่ได้ เชื่อมโยงความรู้กับความเป็นจริงไม่ได้ ก็เลย Challeng อาจารย์เภสัชจำปีไปว่า “ลองใช้ฐานคิด Authentic Learning มาใช้ออกแบบการเรียนรู้เหมือนเดิม” จากนั้นก็ยกตัวอย่างให้ฟัง ปิ๊งแว้ป ...ปิ๊งแว้ป กันเป็นที่สนุกสนานและเบิกบานเลยค่ะ

กว่าจะปิดการพูดคุยกันก็มืดค่ำ

แต่ก็คุ้มค่าและมีความหมายค่ะ

บันทึกไว้

29-03-62

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM & R2R



ความเห็น (0)