เช้าวันที่ 2 ธ.ค. เราออกเดินทางจากโรงแรม AVANA ไปที่ไบเทคด้วยรถตู้ของโรงแรมเช่นเดิมค่ะ
วันนี้ต่างกับเมื่อวาน ก็ตรงที่เราต้องหอบสัมภาระทั้งหมดไปด้วย เพราะได้เช็คเอ๊าท์ออกจากโรงแรมเรียบร้อยแล้ว พวกเราตรงไปที่ประชาสัมพันธ์เพื่อฝากกระเป๋าสัมภาระ พร้อมเช็คเงินสดขนาดยักษ์ของท่านเอื้อ ที่พวกเราต้องผลัดเวรกันหอบหิ้ว จะไปวางทิ้งที่ไหนก็ไม่ได้เพราะมีชื่อท่านเอื้อติดหราอยู่ด้วย.....
หลังจากได้รับฟังการปาฐกถาของท่านรัฐมนตรีฯไพบูลย์ วัฒนศิริธรรมแล้ว  พี่เม่ยก็แยกย้ายกับเด็กๆ (คุณศิริ กับคุณ nidnoi) ไปเข้าห้องคุณอำนวยของอาจารย์หมอ JJ ค่ะ
โชคดีเป็นของพี่เม่ย ห้องนี้ได้รับเกียรติจาก อ.วรภัทร์ (คนไร้กรอบ) เข้ามาร่วมแจมด้วย อาจารย์สามารถเปิดโลกทัศน์ให้พี่เม่ยได้มากเชียวค่ะ  พี่เม่ยอยู่ในห้องนี้จนถึงช่วงบ่าย มีการ ลปรร. แบบไร้รูปแบบ แต่ได้เรื่องค่ะ  พี่เม่ยก็ตามตะครุบประเด็นเด็ดๆ จากเรื่องเล่าของผู้ร่วมวงได้หลายๆท่าน....เช่น....
"ตอนผมเริ่มทำงานนี้ใหม่ๆ ไม่ได้รู้จักหรอก..คำว่า KM เนี่ย....ผมรู้แต่ว่าผมอยากทำ ผมก็ทำ"....นี่เป็นวาทะที่กลั่นจากใจของคุณชายขอบ
"วิธีเขียนบันทึกของผม คือผมจะจั่วหัวเรื่องไว้ด้วยประเด็นหลัก แล้วค่อยตามมาบันทึกรายละเอียดทีหลัง"...เคล็ดลับจากคุณชายขอบอีกเช่นกัน
"มีคนมาถามผมว่า จะเริ่มทำ KM ได้อย่างไร ผมตอบว่า ไม่ต้องไปทำหรอก ไอ้ KM เนี่ย คุณทำงานของคุณไปเถอะ แต่ทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ..นั่นแหละคือ KM".....เป็นไงคะ วาทะของจอม(คุณ)ยุทธ์ผู้มีกระบี่อยู่ที่ใจ แห่งสิงห์ป่าสัก
"รู้แต่ว่าเราเริ่มต้นด้วยสิ่งดีๆ และบันทึกทุกอย่างที่ได้ทำไป เราเรียนรู้จากการปฏิบัติ"....เก็บมาจากเรื่องเล่าของทันตแพทย์หญิง.....(ฟังชื่อคุณหมอไม่ทันจริงๆค่ะ ทราบแต่ว่าท่านเป็น "หมอฟันเด็ก")
"อย่าไปกังวลว่าเมื่อเปลี่ยนคุณเอื้อแล้วงานเราจะสะดุด  คุณอำนวยที่ดีต้องสามารถคิดเชื่อมโยงให้ได้ สิ่งใดที่เห็นว่ามีคุณค่า ต้องสามารถปรับให้เข้ากับนโยบายให้ได้"....อาจารย์เลขาให้กำลังใจคุณอำนวยฝึกหัดทั้งหลายค่ะ
"เรามาช่วยกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้กันเถอะ"....อาจารย์หมอ JJ ตอกย้ำอุดมการณ์ของท่านค่ะ
"ผม...ก็เคยเป็น คุณอำนาจ มาก่อน" ....คุณทวีสิน แห่งปูนฯแก่งคอยเล่าอย่างเปิดเผย...
"ผมอยากได้ยินประสบการณ์การจัดการความรู้ในวงราชการ"  ...คุณหมออัครินทร์เปิดเผยความในใจ....
"เราเชื่อว่าถ้าคนของเราสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ได้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่นได้ ความสำเร็จของงานจะตามมา".....เอ๊ะ! พี่เม่ยพูดหรือเปล่าก็ไม่ทราบค่ะ หรือว่าคิดในใจหนอ....ชักงง!
ฯลฯ.....ถ่ายทอดได้ไม่หมดจริงๆค่ะ  แต่ที่แน่ๆได้พลังใจมาเต็มเปี่ยม เพื่อพร้อมจะทำหน้าที่ของตัวเองในส่วนที่รับผิดชอบ...ต่อไป....
ทีมของเรามาพบกันอีกครั้งในห้องใหญ่ เพื่อรับฟังการส่งต่อสิ่งดีๆสู่ปีหน้า และปิดงานโดยท่าน อ.หมอวิจารณ์...
หลังจากนั้นเราก็นั่งแท๊กซี่ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิอย่างไม่รีบเร่ง  หาอาหารรับประทานกันอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็นั่งรอคอยเวลาขึ้นเครื่อง (มีประเด็นสนทนาที่เกิดขึ้นในระหว่างการนั่งรถแท๊กซี่ ที่พี่เม่ยหวังว่าเมื่อคุณศิริอดใจไว้ไม่ไหวแล้ว ก็คงจะนำมาเล่าสู่กันอ่าน...นะคะ...)
หมายเหตุ: และพี่เม่ยก็จัดการเก็บความประทับใจที่ได้พบกัลยาณมิตรในวันนี้ ไว้ในบันทึก ลำนำบล็อกเกอร์(2) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณสายการบินนกแอร์  ที่นำพาพวกเรากลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ....