บันทึกนี้ จะขอกล่าว ต่อ จากบันทึกที่แล้ว ถึงความปลอดภัย และอันตราย
เมื่อได้รับ อาหารเสริม หรือ วิตามิน บำบัดโรค ที่มากเกินไป มาดูกันต่อเลยนะคะ

<p> วิตามินดี
วิตามินดี สามารถสร้างภาวะเป็นพิษให้กับร่างกายได้เช่นกัน ถ้าได้รับมากกว่า 1,500 IU เป็นเรื่องที่อันตราย </p><p>ซึ่งหมอผู้เขียน ไม่เคยแนะนำให้ได้รับมากกว่า 800 IU ต่อวัน ความเป็นพิษ สามารถเพิ่มระดับของแคลเซี่ยมในเลือด</p><p> เป็นสาเหตุเกิดภาวะสะสมของแคลเซี่ยมภายในอวัยวะ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ่วในไต</p><p>วิตามินบี3(ไนอาซีน)
</p><p>การได้รับ ไนอาซีนในระดับที่สูง ส่งผลให้ผิวหนังเกิดสีแดง คลื่นไส้ และตับเสื่อม มีหลายคนใช้ ไนอาซีน </p><p>ปริมาณสูงเป็นวิธีการทางธรรมชาติ ในการลดโคเลสเตอรอลลง อย่างไรก้ดี ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างเคร่งครัด
</p><p>ไนอาซีน มักใช้ควบคู่กันไปกับ ยา statin ซึ่งมีประสิทธิภาพในการลด คอเลสเตอรอล</p><p>วิตามินบี 6 (Pyridoxine)</p><p>เป็นวิตามินที่สามารถละลายในน้ำได้อีกชนิดหนึ่ง ที่มีความเสี่ยงต่อการต่อการสร้างภาวะที่เป็นพิษกับร่างกาย
</p><p>การที่ได้รับวิตามินนี้ในปริมาณที่มากกว่า 2,000 mg จะก่อให้เกิดอาการเป็นพิษที่เส้นประสาท แต่สำหรับผู้ที่ได้รับในระดับ 50 และ100 มิลลิกรัม ไม่มีรายงานการเป็นพิษ ดังนั้นควรระมัดรวังเวลาที่ต้องให้ปริมาณวิตามินบี6 ที่สูง
</p><p>กรดโฟลิค
</p><p>กรดโฟลิค สามารถทำให้เกิดภาวะขาดแคลน วิตามินบี12 ดังนั้นควรรับประทานวิตามินบี12ตามหลังจากรับประทานกรดโฟลิคเสริม ยังไม่มีรายงานของภาวะการเกิดพิษจากกรดโฟลิค จากการรับประทานอาหารเสริมชนิดนี้ 5 มิลลิกรัม ต่อวัน</p><p>แคลเซียม
</p><p>มีผู้คนจำนวนไม่น้อยรับประทานแคลเซียมเสริมถึงวันละ2,000 มิลลิกรัมต่อวัน มีงานวิจัยหลายชิ้นที่รายงานผลว่า การได้รับแคลเซียมสูงสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ่วในไต
</p><p>ไอโอดีน
</p><p>การได้รับ ไอโอดีนที่ปริมาณสูงมากกว่า 750 ไมโครกรัม สามารถหยุดการหลั่งของฮอร์โมนไทรอยด์ได้ และถ้าได้รับปริมาณสูงจะทำให้ผิวหนังแตกประทุคล้ายหัวสิว
</p><p>สุดท้าย ยังไม่มีรายงาน ภาวะของความเป็นพิษที่พบใน วิตามินเค / วิตามินบี1 / วิตามินบี2 / ไบโอติน / ซิลิกอน / โคเอ็นไซคิว10 / โบรอน / และกรดแอลฟาไลโอปิค
</p><p>การต่อต้านของแพทย์ เกี่ยวกับอาหารเสริม
</p><p>เนื่องจากวิชาทางโภชนาการไม่ได้เป็นวิชาบังคับ มีการทำสถิติพบว่า มีแพทยืเพียง 6 เปอร์เซนต์ ในสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการฝึกฝนทางด้านโภชนาการ เนื่องจากไม่เป็นประเด็นที่สำคัญในการฝึกทางการแพทย์ ดังนั้นความคิดเห็นในเรื่องอาหารเสริม และวิตามิน ที่ใช้บำบัดโรค จึงมีแต่ความไม่เห็นด้วยและเป็นอคติ ซึ่งคนทั่วไปมักจะคาดหวังว่า แพทย์ ต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับสุขภาพ แต่จริงๆแล้วอาจจะไม่ได้รู้ทั้งหมด ซึ่งการศึกษาเกียวกับอาหารเสริมทุกชิ้น ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงผลประโชน์ที่ชัดเจน บางกรณีย์ อาหารเสริมได้รับการแสดงผลว่ามีอันตรายต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชนหรือบทความทางการแพทย์ต่างก็ตีพิมพ์ผลการวิจัยในมุมมองที่ไม่ดี </p>

</p><p> เรื่องราวที่ได้นำมาเล่าสู่กันฟัง จากหนังสือเล่มนี้ ก็สุดแล้วแต่เพื่อนๆจะเห็นความสำคัญ แต่สำหรับตัวเอง คิดว่า </p><p>น่าสนใจ และเป็นสิ่งที่ดี ทุกคนควรดูแลสุขภาพเพื่อให้ เรา มีสุขภาพที่ดีขณะที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เท่านั้นเองค่ะ</p><p>บันทึกหน้า คงจะสรุปสุดท้าย กับตาราง คำแนะนำ ของคุณหมอ ในการบริโภคสารอาหารที่จำเป้น </p><p>ในโรคต่างๆที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ทานไปควบคู่ กับ การรักษาของแพทย์ ในโรคนั้นๆค่ะ
</p><p>
</p>