GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

Self AAR Nov 2006

          diary แบบเหมาจ่ายรายเดือน ประจำเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ประเดิมด้วย

          วันที่ 3 - 4 พ.ย. 49  เข้าร่วมงาน UKM ครั้งที่ 8 ในหัวข้อ "ความสำเร็จในการพัฒนาทุนมนุษย์สู่องค์กรเรียนรู้"  คราวนี้ มน. เป็นเจ้าภาพ จัดที่โรงแรมไพลิน จ.สุโขทัย  ย่อมเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า  ดิฉันสวมหมวก NUQA Staff เข้าร่วมงานคราวนี้  บันทึกในฐานะคนทำงานอยู่ในบันทึกชื่อ UKM-8 อย่าง chaordic เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          โดยส่วนตัว สิ่งที่ดิฉันได้เรียนรู้ คือการฝึกเป็นพิธีกรดำเนินรายการ แม้ว่าจะไม่ถนัดนัก (จริงๆ ก็ไม่ถนัดซักเรื่อง) แต่ก็ยินดี ยินดีที่เกิดมามีโอกาสได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง ที่ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ

          ดิฉันได้ลองบทเรียน "นำทำสมาธิ" ก่อนคุยกัน ซึ่งเป็นคนละแนวกันเลยกับ "กิจกรรมละลายพฤติกรรม" ที่เน้นความบันเทิง สำหรับการทำ KM กลุ่มใหญ่ วิธีนี้ง่าย ลงทุนหาเพลงบรรเลงเย็นๆ เบาๆ  กับเวลาเพียง 3 นาที  ให้ผลดีทีเดียวค่ะ

          สัปดาห์ที่ 2  สัปดาห์ที่ 3 และ 4..5..  เวียนพบบุคลากรทุกหน่วยงานย่อย  ไล่มาตั้งแต่

  1. ภาควิชารังสีเทคนิค  วันอังคารที่ 7  
  2. กลุ่มแม่บ้านทำความสะอาดที่บริษัทรับเหมาจัดหามาให้  และกรรมการสโมสรนิสิตคณะสหเวชศาสตร์   วันพุธที่ 8
  3. สำนักงานเลขานุการ  และภาควิชาเทคนิคการแพทย์  วันอังคารที่ 14
  4. ภาควิชาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก วันจันทร์ที่ 20
  5. ภาควิชากายภาพบำบัด  วันพุธที่ 29

          ดิฉันติดใจตั้งแต่ที่ได้เริ่มทำอย่างนี้ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งใช้เวลาต้นปีงบประมาณเช่นเดียวกับปีนี้  และตั้งใจจะทำเป็นประเพณีทุกๆ ปี  การที่ได้รับฟังปัญหาเฉพาะกลุ่มมีประโยชน์ต่อการบริหารงานมาก  เพราะจะช่วยให้ผู้บริหาร

  1. ทราบต้นตอของปัญหาที่แท้จริง ช่วยให้แก้ปัญหาได้ถูกจุด เช่น ถ้าถามแต่อาจารย์ นิสิต บุคลากร  ก็มักจะบ่นว่า ว่า แม่บ้านทำความสะอาดไม่เอี่ยมเลย  พอได้ถามแม่บ้านดูบ้าง  ก็ได้ความเพิ่มเติมในข้อติดขัดของพวกเขาว่า บริษัทรับเหมา (เป็นบริษัทใหม่) จัดหาอุปกรณ์ทำความสะอาดไม่เพียงพอ เถ้าแก่ไม่ค่อยสนใจ  แถมว่ากล่าวแม่บ้านจนห่อเหี่ยวใจ ฯลฯ พอทราบอย่างนี้  คุณอนุวัทย์ และคุณชรินทร์ ก็จัดการทันที คุยกับเจ้าของบริษัท จนสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลาย   
  2. หาข้อสรุปให้กับปัญหาที่แตกต่างหลากหลายได้  เมื่อผู้ทีมีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ต่างมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็น และอยู่พร้อมหน้ากัน  รับฟังกันด้วยเหตุและผล  ต่างก็สามารถหาข้อสรุปกันได้เอง ซึ่งก็เป็นข้อสรุปที่ทุกคนยอมรับ เช่น กรณี รางวัลไม่หยุดงานของสำนักงานเลขานุการ  
  3. สนองความต้องการที่อาจมองข้าม  ตัวอย่างเช่น ปกติ ที่ยังไม่เปิดโอกาสให้นิสิตได้พบปะพูดคุย  แม้จะมีกล่องรับฟังความคิดเห็น  ก็ไม่เคยได้รับเรื่องร้องหรือแม้แต่ได้ยินเสียงบ่นจากนิสิตว่า อยากให้ขยายเวลาเปิดให้บริหารห้องอ่านหนังสือ เพราะเวลาที่เปิดตรงกับเวลาเรียนของนิสิต (เปิดเฉพาะวัน เวลา ราชการ) การได้พบกันครั้งนี้ จึงทำให้คณะขยายเวลาเปิดให้บริการห้องอ่านหนังสือในวันธรรมดา ตั้งแต่ 8.30 น. ถึง 20.00 น. และวันเสาร์ - อาทิตย์ 9.00 - 16.00 น. ด้วย 
  4. ประสานสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานย่อย  เช่นการแบ่งปันทรัพยากร : ห้องปฏิบัติการ  ห้องเรียน  การประสานความร่วมมือในการบริการสุขภาพเคลื่อนที่เพื่อประชาชน ฯลฯ

          สัปดาห์ที่ 2 และ 3 ของเดือน ดิฉันและอาจารย์ดร.วันวิสาห์  บุญเลิศ  ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตร ป. โท สาขาชีวเวชศาสตร์ ของคณะฯ  ยังได้ร่วมด้วยช่วยกันในการจัดเตรียมห้องเรียน  ห้องปฏิบัติการ และสำนักงานบัณฑิตศึกษา  ที่เรากำลังจะเปิดในต้นปีการศึกษาหน้า (ปีการศึกษา 2550)

          อีกทั้งจัดประชุมคณะกรรมการรับผิดชอบหลักสูตร เพื่อหาข้อสรุปในการจัดโครงสร้างการบริหารงานหลักสูตร ป.โท ให้เป็นระบบ  ที่สุดก็คือ  หลักสูตรนี้สังกัดอยู่ในภาควิชาเทคนิคการแพทย์   กรรมการบริหารหลักสูตร ป.โท ร่วมกันทำหน้าที่บริหารจัดการหลักสูตรและการเรียนการสอน  ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการวิชาการ  และคณะกรรมการวิจัยและประกันคุณภาพของคณะ

          วันที่ 15 - 17 พ.ย. ดิฉันและอาจารย์ภัสสุรีย์  ชีพสุมนต์ (กรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิค) ได้เดินทางไปร่วมโครงการสัมมนาพัฒนามาตรฐานการจัดสอบความรู้ฯ ที่ กทม.  รายละเอียดดิฉันบันทึกไว้แล้วที่ Blog KM of RT for RT  งานนี้ ได้ความรู้ด้านนักการศึกษามาเพี๊ยบ ดังนั้น  ดิฉันจึงนำ passion plan มาฝาก อ.ดร.ศิริลักษณ์  ธีระภูธร (รองคณบดีฝ่ายวิชาการ) ให้ช่วยสานฝันในคณะสหเวชศาสตร์ของเราด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขอความอนุเคราะห์โปรแกรมวิเคราะห์ข้อสอบ (จากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มน.) มาใช้ในการปรับปรุงข้อสอบ MCQ และการจัดอบรมเรื่องการวิเคราะห์ข้อสอบแก่คณาจารย์

          วันที่ 23 พ.ย. ไปฟัง KM&Zen ที่กทม. นอกจากจะได้รับการกระตุกใจให้ตระหนักอย่างหนักๆ  ถึงความสำคัญของการสร้าง Innovation แล้ว  ยังได้รับรู้รับทราบว่า ในสังคมธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เป็นเพราะเขาส่งเสริมให้คนเป็นคนดี

        เดือนนี้ทั้งเดือนอีกเช่นกัน ที่กรุ่นไอของการทำวิจัยสถาบันตลบอบอวลไปทั้งคณะฯ  Super Boy (คุณอนุวัทย์  เรืองจันทร์)  จี้ทั้งนักวิจัยในงานต่างๆ  จี้ทั้งอาจารย์พี่เลี้ยง  รองวิจัยและประกันคุณภาพ (อ.ศุภวิทู  สุขเพ็ง) และแม้แต่ดิฉันเอง คณบดี ก็ถูกจี้ให้พยายามทำคลอด Proposal วิจัยสถาบันให้ออกมาให้ได้  เพื่อให้ทันส่งงานวิจัยของคณะฯ ภายในวันที่ 8 ธันวาคม 2549....

          สงสัยงานวิจัยสถาบันปีนี้ จะทะลุเป้า กระเป๋าตุง ยิ้มแก้มปริ กันเป็นแถว........  :)   :)

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): aarself
หมายเลขบันทึก: 65646
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)