เจ้าหน้าที่สคส.ที่มีเพียง 10 ท่าน แต่สามารถทำให้งานเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความสุขอิ่มเอมทั้งผู้ให้และผู้รับ ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้.......แก่ผู้จัดและคณะทำงานทุกท่าน มหกรรมฯ ปีหน้าคงยิ่งใหญ่และได้เต็มอิ่มกับอาหารจานเด็ดและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เช่นนี้อีกนะคะ....

ประกาศ....!!!... ขอเตือนว่าบันทึกนี้เป็นบันทึกที่เต็มไปด้วยอาหาร (ความรู้) จานเด็ด..ที่น่าเชิญชวนให้รับประทานอย่างยิ่ง ท่านอย่าได้เผลอไผลบริโภคเข้าไปจนเกินควร ..มิฉะนั้นท่านอาจเป็นโรคความรู้อวบอ้วนได้...

 

ดิฉันใช้เวลาค่อย ๆ คิดเมนูเด็ด ๆ มาให้ท่านจนได้เป็นความรู้ออกมาก็จะอะไรซะอีกละคะ ก็งานมหกรรมจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ 3 นี้ซิคะมีอาหาร(ความรู้) ให้เลือกบริโภคมากมาย ตั้ง 4 โซน แน่ะ แถมตั้งชื่อซะกิ๊บเก๋..ยูเรกาซ้า...ทั้ง

  1. แลกเปลี่ยนประสบการณ์ (KM Experience Sharing)
  2. สื่อสาร.....สร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration-based Communication)
  3. ได้ทดลองปฏิบัติจริง (KM Workshop)
  4. ประเด็นปิ๊ง...สู่ลานเสวนา (Talk Show/Live Interview)

รูปแบบการบริโภคก็เป็นแบบ บุฟเฟ่ต์ KM ซะอีก แถมมีอาหารตั้ง 16 ชนิด (ห้อง) แถมอาหารหวาน (การแสดงนิทรรศการ) อีก 42 บูท จนทำให้หลายต่อหลายคนไม่รู้จะเลือกชิมแบบไหนดี เกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง และพลาดอาหารเมนูเด็ด ๆ วันนี้ดิฉันจึงเลือกเมนูอาหาร(ความรู้)ที่ดิฉันได้ชิมแล้วว่าเลิศรสมาเพื่อแลกเปลี่ยนกันนะ...

เริ่มที่ออเดิร์ฟ กันก่อนดีกว่า...ท่านศาตราพิชาน ไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ มาปฐกถาในหัวข้อ " KM ในบริบทของความเป็นไท "

 KM ในบริบทของความเป็นไท 5 ประการ ได้แก่ 

  1. วิถีไท
  2. คนไท
  3. สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติไท
  4. สิ่งแวดล้อมที่สร้างขึ้นแบบไท
  5. องค์ความรู้เพื่อความเป็นไท

โดยต้องหาจุดพอดีในบริบทไท 3 ประการได้แก่

  1. พอดีในเรื่องวิทยาศาสตร์กับเรื่องอื่นๆ
  2. พอดีในการพึ่งพาตนเองกับการพึ่งพานอกตน
  3. พอดีในความมั่นคงกับความเปลี่ยนแปลง

เพื่อบรรลุเป้าหมายKM ในบริบทของความเป็นไท 5 ประการ คือ

  1. KM เพื่อลดสิ่งปนเปื้อน  มุ่งส่งเสริมความบริสุทธิ์  
  2. KM เพื่อลดสิ่งรบกวนใจ  มุ่งส่งเสริมความสงบสุข
  3. KM เพื่อลดความหลงผิด มุ่งส่งเสริมความมีวิชชา
  4. KM เพื่อลดข้อกังขา มุ่งส่งเสริมความมั่นใจ 
  5. KMเพื่อลดข้อเย้ยหยัน มุ่งส่งเสริมกัลยาณมิตร   

 

จานต่อมาเป็นเมนูเด็ดสุดในความคิดเห็นของดิฉัน เพราะเป็นเมนูสุขภาพ ชื่อ เมนู "หลุมดำ"  ดิฉันชิมแล้ว..หร็อย..จัง ทำให้เราสามารถตรวจสอบประเมินสุขภาพของหน่วยงาน เกี่ยวกับการจัดการความรู้ว่า สุขภาพการจัดการความรู้ เป็นอย่างไร อ้วนไป ผอมไป ต้องปรับปรุงแก้ไขตรงไหน ซึ่งทางทีมงานสคส.จัดเป็นห้องนิทรรศการเชิงกิจกรรม คือ มีประเด็นให้เราตรวจสอบตัวเองบนบอร์ดที่สมมุติให้เป็นกับดัก 5 จุดด้วยกัน คือ

      1. People Trap
      2. Purpose Trap
      3. Process Trap
      4. Platform Trap
      5. Performance Trap


 

ขณะที่เดินชมในห้องนี้เราสามารถประเมินหน่วยงานได้ว่าคุณเอื้อ คุณอำนวย คุณกิจ หรือคุณประหลาดต่าง ๆ เดินตกลงไปในหลุมพรางหรือหลุมดำบ้างหรือเปล่า ซึ่งหากมีหลุมดำตรงจุดไหนก็จะมีการเสี่ยงเซียมซี..ไปและมีทางออกให้ว่าเราควรจะไปเก็บเกี่ยวความรู้เพื่อแก้ปัญหาต่อในห้องนั้น ๆ .แบบนี้คนชอบเสี่ยงก็ทั้งชอบและเพลิดเพลิน สนุกสนานไปด้วย 

ดิฉันมาได้ยินเสียงเสียดายจากหลายต่อหลายคนที่ "ห้องหลุมดำ" นี้ ไม่ได้ระบุหรือประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าร่วมงานไปตรวจสอบสุขภาพ KM ของตัวเองก่อนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ มากนัก จึงทำให้ผู้เข้าร่วมงานที่ก็ไม่รู้สภาพความจำเป็นต้องการของตัวเอง เข้าห้องฟังเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้แบบสะเปะสะปะ ..ไม่มีเป้าหมาย และพลาดห้องนี้ไป


มีอาหารจานเด็ดอีก 2 จานที่ปรุงมาอย่างแซ่บ..รสชาดเด็ดอย่าบอกใครเป็นอาหารที่พี่พัชรา หรือพี่ปิ่งจากบำราศฯ ได้ปรุงแต่งอย่างน่าเอร็ดอร่อยและน่าทดลองชิมอย่างยิ่ง คือ  เก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจ และ มุ่งสู่สังคมอุดมปัญญา  ท่านที่พลาดในบางห้องก็ลองตามชิมดูนะคะ

 

แนะนำอาหาร(ความรู้)..จานเด็ดครั้งนี้เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นเอง ส่วนที่สำคัญคือพ่อครัวหัวป่าก์คณะทำงานผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่ต้องเตรียมทั้งวัตถุดิบ (ความรู้)  สูตรจานเด็ด (Theme  ห้อง) ที่เหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมากกับการประสานงาน และบริหารจัดการให้เป็นไปด้วยความราบรื่นเรียบร้อย เจ้าหน้าที่สคส.ที่มีเพียง 10 ท่าน แต่สามารถทำให้งานเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความสุขอิ่มเอมทั้งผู้ให้และผู้รับ ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้.......แก่ผู้จัดและคณะทำงานทุกท่าน มหกรรมฯ ปีหน้าคงยิ่งใหญ่และได้เต็มอิ่มกับอาหารจานเด็ดและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เช่นนี้อีกนะคะ....