พ่อฉันชื่อ นายประสิทธิ์  ขจรศรี   แม่ฉันชื่อ  นางบุญศรี  ขจรศรีฉันมีน้องชาย 2 คน..อ้าวลืมไป...นึกว่าเรื่องครอบครัวของฉัน ค่ะ คุณครูขา...เอาใหม่ค่ะ...

 

พ่อฉันเป็นลูกชาวนา เกิดที่ อ.ไชโย จ.อ่างทอง   แม่ฉันเกิด อ.เมือง จ.อ่างทอง.. พ่อจบ ม.6 สมัยก่อนแล้วมาทำงานเป็นเสมียนในเมือง...พบรักกับแม่... แม่จบ ครู ป.สมัยก่อน แต่มาทำงานที่ที่ดินจังหวัด  กว่าจะได้แต่งงานกันพ่อบอกว่าต้องมาช่วย คุณตาดี” (เป็นปลัดเชียวนะ) ทำตู้เก็บกับข้าว...ต้องขัดแต่งไม้ให้สวยงาม...ตอนนี้ก็ยังเก็บไว้ดูอยู่เลย...

 

คุณตามีงานอดิเรกเป็นช่างไม้  พ่อว่าคุณตาฝีมือดีมาก  พ่อจุดตะเกียงเดินผ่านหน้าบ้านคุณตาแล้วตามสาวไปอาบน้ำที่ท่าน้ำบ่อยๆ... 

 

แต่งงานกันแล้วมีฉันเป็นลูกสาวคนแรก...แม่บอกว่าลุงเนียน เพื่อนสนิทพ่อต้องไปตามพ่อที่สโมสรอ่างทอง...พ่อเล่นบิลเลียดอยู่...มาจุดไฟตั้งน้ำร้อน  ฉันคลอดโดยผดุงครรภ์นะไม่ใช่หมอตำแย...แม่บอกว่าออกมาตัวดำปี๋...เหมือนก้อนถ่าน...คุณตาเลยตั้งชื่อว่า กฤษณาแปลว่าไม้ดำ...แต่มีกลิ่นหอม (คนมักรู้จักแต่ไม้ดำ...แต่กลิ่นหอมไม่ค่อยรู้จักกัน)  ท่านๆทั้งหลายเรียกฉันว่า ยายแฉะ เพราะตอนเด็กๆฉันหุงข้าวแฉะให้ท่านทาน

 

บ้านที่อ่างทองอยู่ติดแม่น้ำ  เวลาน้ำจากแม่น้ำน้อยท่วม พ่อจะทำสะพานข้ามจากตัวบ้านขึ้นบนถนน  มีอยู่ปีหนึ่งที่พ่อทำสะพานช้า...ขณะน้ำกำลังมา...ไส้เดือนหนีน้ำมากองรวมกันเป็นกระจุกๆ...ฉันขยะแขยง...ต้องค่อยๆเดินระหว่างก้อนของพวกมัน...

 

พอฉันอายุ 10 ขวบ พ่อต้องย้ายมาอยู่ จ.ขอนแก่นคนเดียวก่อน  ฉันและน้องๆยังอยู่ระหว่างเรียนกลางปี เราย้ายตามมาทีหลัง....ระหว่างนั้นบังเอิญฉันได้มีโอกาสเห็นจดหมายที่พ่อเขียนถึงแม่...ขึ้นต้นว่า.. บุญศรี..ที่รัก แค่นั้นฉันก็ปลื้มแทนแม่แล้ว  

 

ฉันเห็นภาพพ่อปั่นจักรยาน แฮมเมอร์...ที่พยายามเก็บหอมรอมริบซื้อไว้...มันแพงมาก...พ่อบอก.. พ่อให้แม่ซ้อนท้ายจักรยาน...มีปิ่นโตข้าวกลางวันที่แม่ทำตอนเช้าติดไปด้วย...ไปทำงาน..จากบ้านเช่าที่ ต.เมืองเก่าปัจจุบัน...ไปถึงศาลากลาง.จ.ขอนแก่น  ระยะทางน่าจะ 5 กิโลได้มั๊ง...ไปกลับทุกวัน...แล้วจักรยานแฮมเมอร์ราคาแพงของพ่อก็ถูกขโมย..

 

พ่อกับแม่ช่วยกันเลี้ยงลูก 3 คน.... เลี้ยงน้องพ่ออีก 2 คน (พยาบาลจุฬา 1คน.,อาจารย์ 1 คน)...เลี้ยงน้องแม่(จากยายคนที่1 อีก3 คน) เรียน เพาะช่าง, แม่โจ้ และช่างรังวัด แล้วมีน้องคนละยายอีก3-4 คนฉันจำไม่ได้...เขาเลี้ยงกันยังไง..ได้ดีหมดทุกคน 

 

ตอนนี้พ่อกับแม่ฉันดูมีความสุข... "ตามประสาคนแก่ที่เกษียณอายุ..กินบำนาญ " ท่านว่างั้น...น้องชายของฉันมีครอบครัวอยู่กรุงเทพทั้ง 2 คน มาหากันทุกเทศกาล... มีฉันกับครอบครัวที่ใกล้หน่อย...แต่ก็ไม่ค่อยได้ไปหา..เวลาเขาคิดถึงหลานมากๆก็จะโทรฯมา

 

ตอนนี้ฉันได้เพื่อนดีม๊ากกก... 1 เดือนที่ผ่านมา..ฉันโทรศัพท์ไปหาพ่อกับแม่บ่อยขึ้น...เนื่องจาก คุณ Seanqia, คุณกะปุ๋ม, คุณครูอ้อย และอีกหลายท่านที่มีโอกาสให้ฉันคิดถึงพ่อ”......  

ฉันได้ยินเสียงหัวเราะทุกครั้งที่ได้คุยกับพ่อ  เดือนนี้ได้พาท่านไปหาหมอด้วยแหละ...... 

 

และวันนี้ฉันก็ได้เพื่อนดี  ฉันโทรฯไปหาพ่ออีก  เสียงพ่อหัวเราะ.. 

ฮัลโหล ป๋าเหรอ...โทรฯมากราบวันพ่อค่ะฉันพูด

อะไรนะ...เดี๋ยวนะลูกคลื่นมันไม่ดีเลย...เดี๋ยวนะๆ...เดินหาคลื่นก่อน เอ้อๆ...ได้ยินชัดแล้ว...อะไรนะลูก

แหม...พอลูกจะพูดอะไรคลาสสิกบ้างทำเป็นไม่ค่อยได้ยินแน่ะ...สงสัยอยากจะฟังชัดๆ..ฮิ..ฮิ...

 

ฉันพูดซ้ำ ...

 โทรมากราบวันพ่อค่ะ...สุขภาพแข็งแรงนะคะ...ฝากกราบคุณยายด้วยค่ะ

เออๆ...ขอบใจลูก...ฮ่ะๆๆมีเสียงหัวเราะตามมา

นี่เพิ่งกลับมาจากวัดกัน....เตรียมตัวล่ะ ปีใหม่นี้แม่เค้าจะแบ่งสมบัติแล้ว ที่ทางตรงไหนใครจะเอาก้อเอาไป....”

อ้าว...แล้วกันฉันงงๆ

จะตัดช่องน้อยแต่พอตัวแล้ว...เขาว่าต่อ...

จะหนีไปไหน...ตัดช่องน้อยไปกันเองได้ไง...เอาลูกเอาหลานไปด้วยซี๊...”  ฉันหยอกล้อ....แล้วท่านก็หัวเราะ...เราคุยกันเรื่องอื่นสักพักก็วางสาย

เห็นไหม คบเพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัว...”  สงสัยฉันจะได้สมบัติเยอะ...ล้อเล่นค่ะคุณตา

(อ้าว!... ตกลงเรียงความเรื่อง พ่อของฉันหรือเพื่อนของฉันกันเนี่ย)

ลูกไม่อยากได้อะไรจากพ่อกับแม่อีก เพราะพ่อกับแม่ให้ลูกมามากแล้ว... สิ่งที่อยากได้มีแต่ อยากให้ท่านทั้งสองอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกๆหลานๆนานๆ  สุขภาพแข็งแรง เท่านั้นพอ...

.....รักพ่อกับแม่มากค่ะ....

 ยายแฉะ.