4 ธ.ค.2549 ช่วงเกือบ 4 โมงเช้า นายบอนขึ้นรถโดยสารที่จะวิ่งเข้าตัวเมืองนครราชสีมา มีผู้โดยสารเต็มคันรถ ที่ว่างตรงทางเดินมีคนยืนเต็ม
นายบอนเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ 2 คน (ชาย 1 หญิง 1) ยืนเกาะราวบนรถโดยสารมาด้วย สะพายเป้ใบใหญ่ คาดว่าคงจะกลับจากเที่ยวพิมาย ต่อรถเข้า โคราช
นายบอนไปขึ้นรถสายโคราช – อุดร เพื่อจะมาลงที่ขอนแก่น ก็พบกับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศคู่นี้บนรถอีกครั้ง นั่งรถไปสักครู่ ฝ่ายหญิงก็หยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ขนาดประมาณ 4 x 6 นิ้ว ออกมาเขียนบันทึกกันสดๆ
เหลือบไปครั้งแรก ตอนที่รถพึ่งออกมาจากโคราช เห็นเธอเริ่มเขียนตรงครึ่งหน้า รถวิ่งมาถึง 3 แยกไป อ.โนนสูง (30 กิโลเมตร จากตัวเมืองโคราช ) เธอเขียนได้ 2 หน้าแล้ว
<h3>การเขียนบันทึกหลังจากผ่านเหตุการณ์มาไม่นาน ย่อมสามารถที่จะเก็บเกี่ยวความประทับใจ ความทรงจำดีๆได้ทุกเม็ด ทุกแง่มุม แต่หลายคน มักจะรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม หรือขอให้เกิดความอยากเขียนเสียก่อน แล้วจึงจะลงมือเขียน</h3>
เมื่อเวลาผ่านไปนาน ย่อมต้องใช้เวลาในการนึกมากขึ้น ต่างกับการบันทึกเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านไปไม่นาน ที่สามารถเขียนได้ไหลลื่นมากกว่า
บางคนสงสัยว่า ทำไมบางคนเขียนบันทึกได้เก่งจัง ทำยังไงหรือ ความจริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แค่การเขียนบันทึกที่พึ่งจะผ่านเหตุการณ์นั้นไปไม่นาน จะสามารถบันทึกได้ลื่นไหล เขียนได้เยอะกว่า
นักท่องเที่ยวสาวรายนี้ นั่งเขียนไป สักครู่ก็นั่งนึก.. แล้วก็เขียนๆๆๆๆ ฝ่ายชายก็นั่งอ่านหนังสืออยู่เบาะข้างๆ นั่งรถไปสักพัก ฝ่ายหญิงก็หันไปถามฝ่ายชาย แล้วก็ก้มหน้าเขียนบันทึก
เมื่อรถวิ่งมาถึงกิ่ง อ. สีดา ฝ่ายหญิงก็หันไปถามชื่อสถานที่จากฝ่ายชาย ฝ่ายชายก็กางแผนที่เส้นทางแผ่นใหญ่ ชี้บอกตำแหน่งที่ตั้ง และอีกหลายๆจุด ฝ่ายหญิงก็จดบันทึกลงไป
เป็นเคล็ดไม่ลับง่ายๆ ในการเก็บเกี่ยวความประทับใจในการเดินทางร่วมกัน กับการบันทึกสดๆครับ
เคล็ดไม่ลับในการเขียนบันทึกของนักเดินทางชาวต่างประเทศบนรถโดยสารสายโคราช- อุดรธานี
ทำไมบางคนเขียนบันทึกได้เก่งจัง ทำยังไงหรือ ความจริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร......
มิน่าล่ะ..นายบอนถึงบันทึกเก่ง
ถ้าเป็นพี่เล็ก..ขอหลับ...อย่างเดียวเลย
ยิ้ม..ยิ้ม...
แต่นักท่องเที่ยวสาวคนนั้น เก่งกว่าอีกนะครับ เขียนกันสดๆร้อนๆ แต่ของนายบอน เย็นชืดตั้งหลายหน