เช้าวันที่ ๑ ธ.ค. ๔๙ ได้รับและสัมผัสสิ่งดี ๆ ผมเองรู้สึกถึงความสุขที่ได้รับ นี่แหละน่าจะใช่ที่พระท่านบอกว่า การให้มีความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ

            ได้เห็นประกาศประชาสัมพันธ์ เรื่องการจัดงาน "มหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ ๓" ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนามาเป็นเดือน ๆ  ยอมรับว่าตื่นเต้นและอยากมีโอกาส  เพราะได้อ่านบันทึก ครั้งที่ ๒ ของงานก็ทำให้อยากไปร่วมเรียนรู้มากขึ้น


            จนในที่สุดความฝันก็เป็นจริงแล้ว  เมื่อคุณสำราญ สารบรรณ์  จากกรมส่งเสริมการเกษตรติดต่อทางโทรศัพท์ว่าให้ไปทำหน้าที่วิทยากรในงานนี้ในส่วนของบูทกรมส่งเสริมการเกษตรด้วย  ผมดีใจและสมหวังก็รอว่าให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ  ผมคงได้เจอ  Blogger เก่ง ๆ หลายคนแน่ ๆ  ได้เห็นบรรยากาศของงาน  คงได้รับองค์ความรู้จากหลายหน่วยงาน / องค์กร  และแล้วหนังสือแจ้งให้ไปร่วมงานเป็นทางการก็แจ้งให้ทราบรายละเอียด  เรื่องการเดินทาง  สถานที่พัก  รายละเอียดในสถานที่จัดงาน   รู้ทันทีว่าแถวนั้นแค่เคยผ่าน ๆ ไม่รู้รายละเอียดลึกซึ้งมากนัก 


             ๓๐ พ.ย.๔๙  ช่วงบ่ายก็เดินทางไปยังสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช  ในตั๋วระบุรถนอนคันที่ ๓  ขึ้นไปบนรถก่อนเวลาออกประมาณครึ่งชั่วโมง  ชักสงสัยทำไมไม่เห็นมีผู้โดยสารอื่นเลย  ในรถก็ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศเลยแค่เดินผ่านไปเหงื่อแตกเลย หรือว่าเราผิดเองกลับลงมาใหม่  เพื่อดูข้างรถให้แน่ใจแต่ก็ใช่  สังเกตเห็นเท้าพนักงานวิ่งไปวิ่งมาจากใต้ท้องรถ  และได้ยินเสียงสตาร์ทเครื่องยนต์แต่ไม่ติด  และได้ยินผู้โดยหลายคนบอกว่า แอร์เสีย แอร์เสีย แล้วก็ส่ายหน้า   จนในที่สุดรถก็เคลื่อนขบวนออกจากสถานี  แต่แอร์ยังไม่เย็นก็ใช้พัดลมกันไปพลาง ๆ  พนักงานบอกว่าให้เราไปนั่งตู้ใกล้ ๆ ก่อนเดี๋ยวกำลังแก้ปัญหาอยู่


        ผมเริ่มคิดแล้วนะครับ  เพราะเดินทางคนเดียวจึงคิดไป  เอ้.... เราไปงานที่ตั้งใจแต่เริ่มต้นเป็นอย่างนี้แล้วข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเนี่ย  แต่ในที่สุดเมื่อผ่านไปชั่วโมงเศษ ๆ ทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทางค่อยสบายใจขึ้น  ถึงหัวลำโพงจับแท็กซี่บอกไปโรงแรม "เอวาน่า" ซอย ๔ ถนนบางนา-ตราด ตามที่ สคส.จัดไว้  ทำให้ตื่นเต้นอีกแล้วเมื่อคนขับถาม  มันอยู่ด้านซ้ายหรือขวาครับ เพราะผมไม่ค่อยได้มาแถวนี้  ผมบอกว่าบอกตามตรงเลยนะครับผมไม่ทราบรายละเอียดเรื่องเส้นทางเลย  ผมขอพึ่งพาแล้วกัน  งั้นขึ้นทางด่วนนะครับ ผมบอกยังไงก็ได้ไม่เป็นไร  เขาบอกว่าตึกใหญ่จะเห็นแต่ไกล  และก็จริงครับสักพักก็เห็นตึกใหญ่ภาษาอังกฤษ "AVANA" ใหญ่โตเลยครับ  เลยคุยกันไปเรื่อย ๆ เหมือนรู้จักกันมานานเพราะเปิดใจคุยกัน  แต่ก็ต้องตื่นเต้นอีกครั้งแล้วเมื่อ เริ่มเข้าใกล้ตึกอื่น ๆ ตึก AVANA นั้นหายไป และไปกลับรถเข้าซอยไกลมาก  เมื่อมาถึงตรงปากซอย ๔ เขาบอกว่าที่จริงผมควรจะเลี้ยวตรงนี่เมื่อกี้ แต่ผมไม่ทันเห็นเลยไปซะไกลเกรงใจพี่จัง  ผมบอกว่าไม่เป็นไรหรอกรถก็เยอะไม่ว่ากัน 

           จนในที่สุดรถก็จอดหน้าโรงแรม  ผมจ่ายเงินตามมิเตอร์ บวกด้วยค่าทางด่วนให้เขาไป   แต่เขาบอกว่า "พี่ครับผมลดค่าทางด่วนให้ เพราะผมพาพี่ไปผิดเอง"  ผมบอกว่าไม่ต้องคืนหรอกเดี๋ยวน้องขาดทุน  เขาบอก"ไม่ขาดครับพี่เอาไปเถอะนะครับ"  เขายื่นออกมานอกรถพยามให้ผมรับให้ได้  ผมขอบคุณเขาและอวยพรให้เขาโชคดี  ผมเห็นรอยยิ้มและแววตาเขามีความสุข  เป็นแววตาของคนที่มีน้ำใจมีคุณธรรมมีความรับผิดชอบ  เพราะเราเริ่มต้นที่การพูดคุยที่จริงใจ  ต่างคนต่างไม่ปิดบังเพราะผมก็บอกเขาว่าผมไม่ผิดบังนะผมไปไม่ถูก  เขาก็กล้าบอกว่าเขาหลงทางและกล้ารับผิดชอบ 


             เช้าวันที่ ๑ ธ.ค. ๔๙  ได้รับและสัมผัสสิ่งดี ๆ ผมเองรู้สึกถึงความสุขที่ได้รับ  นี่แหละน่าจะใช่ที่พระท่านบอกว่า
การให้มีความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ  คงจะมีอะไรที่ดี ๆ ให้ผมอีกในวันนี้ในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติที่ผมอยากมาร่วมและรอคอย