พชอ.ย่อมาจากคณะกรรมการคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ   ทั้งนี้ เป็นไปตาม ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับพื้นที่พ.ศ. ๒๕๖๑ ()    ซึ่งพัฒนาการมาจากการริเริ่ม DHS, DHB, DHML (, ) อย่างไม่เป็นทางการ    มีวิวัฒนาการมาเกือบสิบปี   บัดนี้มีการออกระเบียบสำนักนายกสร้างความเป็นทางการให้ เพิ่งประกาศใช้เมื่อวันที่๙ มีนาคม ๒๕๖๑ นี่เอง  ซึ่งเราจะรู้ภายในไม่กี่ปีว่า ของดีที่มีการสร้างสรรค์อย่างไม่เป็นทางการเมื่อเข้าสู่ระบบราชการ จะดำรงคุณค่าไว้ได้หรือไม่   จะมีพลังยิ่งขึ้นได้ตามที่ผู้เกี่ยวข้องตั้งใจไว้หรือไม่   

วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑  ผศ. ดร. อรุณศรี มงคลชาติแห่งสถาบันสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล กำลังพัฒนาโครงการวิจัย Implementation Research เพื่อรองรับหรือสนับสนุนการดำเนินการของพชอ.   ได้เชิญฝ่ายต่างๆ ไปร่วมประชุมหารือเพื่อหาทางร่วมมือกันหนุนขบวนการ พชอ. นี้ให้ประสบความสำเร็จให้จงได้    เพราะเป็นเรื่องสำคัญต่อคนไทยทั้งมวล

ทีม สคส. และผมได้ไปเสนอว่า สคส. มีประสบการณ์ไปส่งเสริมการนำKM 4.0 ไปใช้เป็นเครื่องมือเรียนรู้ร่วมกันจากการทำงาน ใน 3 DHS คือแก่งคอย บางปะอิน และภาชี เป็นเวลา ๑ ปี   และเราตกลงกับ สสส. ไว้ว่าจะมี phase 2อีก ๒ ปี    โดยมีแผนไม่ทำแบบmicro อย่างเดิม    และเราคิดว่าจะทำแบบ macro หนุนการเรียนรู้ข้าม พชอ. (DHS)    โดยร่วมมือกับ LCC (LearningCoordinating Center) ที่มีอยู่แล้ว (พัฒนาโดยโครงการ DHML)    โดยเรากะจะนำเครื่องมือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ทรงพลังไปให้LCC  และ พชอ.ฝึกใช้    คือ River Diagram กับ Peer Assist

นพ. ยงยุทธ พงษ์สุภาพ แห่ง สปสช.  ผู้มีความรู้เรื่อง DHS อย่างดีเยี่ยม    รู้ความเคลื่อนไหวนี้ทั่วโลก    บอกว่า ขบวนการ พชอ. จะประสบความสำเร็จได้ต้องการเครื่องมือ KM เป็นอย่างมาก    โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสกัดความรู้ฝังลึก (tacitknowledge) ไปเป็นความรู้แจ้งชัด (explicit knowledge)    และหมุนเกลียวความรู้ยกระดับขึ้นไปผ่านการนำความรู้ทั้งสองแบบไปใช้ซ้ำ   ยกระดับผลงานไปพร้อมๆ กันกับการยกระดับความรู้   

รศ. นพ. สุรเกียรติ อาชานานุภาพครูใหญ่ของโครงการ DHML    บอกว่า ขบวนการ พชอ.นี้เป็นการ reform ระบบสุขภาพ   การเปลี่ยนสภาพจากการดำเนินการอย่างไม่เป็นทางการนี้  ต้องการการฟักตัวเพื่อให้มีการดำเนินการอย่างมีพลังเกิดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง    มีการดำเนินการที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพชอ.   ไม่ใช่ทำตามพิมพ์เขียวเดียวกัน    ซึ่งทาง DHML เรียกว่าcontext-based learning  

ก้าวต่อไปของ National DHS KM 4.0 คือการเจรจาหาแหล่งทุน   เพื่อดำเนินการเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมของการขับเคลื่อนขบวนการ พชอ. หรือ DHS

วิจารณ์ พานิช

๓ พ.ค. ๖๑