ดิฉันเริ่มเปิดบล็อกครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 นับเวลาขณะนี้ร่วม 7 เดือนแล้ว ไม่ได้เขียนบันทึกทุกวัน แต่เขียนทยอยขึ้นมาบ่อย ๆ สม่ำเสมอ และตอนนี้เปิดบล็อกเป็นของตัวเอง 2 บล็อกแล้ว จึงพอจะมีประสบการณ์ในการเขียนบันทึกขึ้นบล็อกนำมาเล่าสู่กันฟังได้บ้าง เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับบุคคลหน้าใหม่ที่กำลังอยากจะเข้ามาใช้พื้นที่นี้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ดิฉันเองได้รับความรู้ในการสร้างบล็อกจากการอบรมของโครงการวิจัยพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรด้วยการจัดการความรู้ (EdKM) โดย อ.โอฬาร คำจีน วิทยากรของโครงการ กลับมาเขียนบันทึกได้ไม่เท่าไร Gotoknow ก็เปลี่ยนโฉมไป สร้างปัญหาให้คนที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง IT เท่าที่ควรอย่างดิฉันไม่น้อย ประกอบกับมีปัญหา Internet Explorer ในเครื่องของตัวเองไม่สมบูรณ์ ต้องค่อย ๆ เรียนรู้และแก้ปัญหาไป
มีปัญหาหนึ่งที่เพื่อนครูมักเปรย ๆ และบ่นให้ฟังว่า ไม่รู้จะเขียนเรื่องเล่าอะไรลงบล็อกของตัวเอง บางคนก็บอกว่ามีเรื่องที่ตัวเองทำอยู่เยอะแยะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเล่าลงบล็อกอย่างไร บางคนเล่าขึ้นบล็อกไปบ้างแล้ว แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อท้ายบันทึกเสียที ทำให้รู้สึกว่าเขียนไปก็ไม่มีคนอ่าน พาลไม่อยากเขียนเรื่องขึ้นไปอีก
ลองมาฟังประสบการณ์ของดิฉันบ้างนะคะ....แรก ๆ ที่ดิฉันเขียนบันทึกขึ้นมานั้น ก็ไม่ค่อยมีใครมาเขียนต่อท้ายบันทึกของดิฉันสักเท่าไรเหมือนกัน บังเอิญในช่วงที่ตัวเองมีปัญหาดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งเป็นผลให้ไม่ปรากฏ Toolbar ดังนั้นจึงเลี่ยงจากการเขียนบันทึกยาว ๆ ที่ไม่สามารถตกแต่งตัวอักษรให้สวยงามน่าอ่านได้ ไปใช้วิธีเขียนแสดงความคิดเห็นสั้น ๆ ต่อท้ายเรื่องของคนอื่น ๆ ที่เราเข้าไปอ่านเรื่องของเขา
วิธีนี้จะทำให้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และ ได้แนะนำคัวให้เจ้าของบันทึกนั้นรู้จักเราไปด้วย ซึ่งทุกครั้งที่เราเข้าไปแสดงความคิดเห็นนั้น ต้องเข้าระบบด้วย Username และ Password ของเราเสียก่อนนะคะ เขาจะได้ตามตัวเราถูก และอย่ามัวเพลินเข้าไปพูดคุยแสดงความคิดเห็นกับเขาอยู่ฝ่ายเดียวนะคะ ต้องเขียนบันทึกของเราขึ้นไปใหม่เรื่อย ๆ ค่ะ
ในการเขียนเรื่องนั้นต้องเป็นความรู้ในเรื่องราวที่เราปฏิบัติอยู่ เป็นความรู้จากการปฏิบัติที่เราเรียกว่า Tacit Knowledge ไม่ควรไปคัดลอกมาจากหนังสือหรือเว็บไซด์ เพราะนั่นเป็นความรู้จากตำรา หรือ Explicit Knowledge ใครก็หาอ่านเองได้ แต่ความรู้จากการปฏิบัตินั้น เป็นเคล็ดลับหรือเทคนิคเฉพาะตัว ที่ใคร ๆ เข้ามาอ่านแล้วจะเกิดความสนใจ ซึ่งเราต้องเขียนให้เป็นประเด็นขั้นตอนเห็นวิธีการปฏิบัติโดยใช้ภาษาง่าย ๆ เข้าใจได้ง่าย ๆ
โดยอาจมีโครงสร้างลำดับเรื่องราวเริ่มจากส่วน “บทนำ” บอกสาเหตุของเรื่องหรือสิ่งที่ทำ ต่อด้วยส่วนของ “เนื้อหา” ซึ่งอาจเดินเรื่องโดยใช้หลักการ 5W1H (ใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม อย่างไร) ข้อสำคัญต้องเขียนให้เป็นขั้นเป็นตอนอย่างชัดเจน และจบด้วยส่วน “สรุป” ทิ้งท้ายบอกผลของเรื่องที่ทำ ของเหตุการณ์นั้น ๆ หรือ ข้อคิด – คำถามกระตุ้นให้คิดต่อก็ได้
หลังจากบันทึกเรื่องขึ้นไปแล้ว ต้องจัดหน้า ตกแต่งตัวอักษรและข้อความให้สวยงามด้วยนะคะ จะได้น่าอ่าน และยิ่งถ้าเราสามารถนำรูปมาประกอบเรื่องได้ด้วย จะยิ่งน่าสนใจเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ ...อ้อ...การตั้งชื่อเรื่องให้ชวนติดตามก็สามารถทำให้เพิ่มความน่าสนใจได้ด้วยเหมือนกันค่ะ
ลองมาดูแนวทางการเขียนบล็อกที่ท่าน ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ได้เคยกรุณาชี้แนะไว้ให้เป็นแนวทางในการเขียนบล็อกสำหรับคุณครูที่ยังไม่รู้ว่าจะเขียนเรื่องอะไร เขียนอย่างไร ดูบ้างนะคะ เผื่อผู้ที่พลาดการอ่านในบันทึกนี้ของท่าน จะได้อ่านอีกครั้งและเกิดไอเดียในการเขียนได้ค่ะ
คำแนะนำการเขียนบล็อกสำหรับครู
1. เขียนเล่าเรื่องวิธีออกแบบการเรียนรู้ วิธีการนั้นก่อผลอะไรต่อเด็กและต่อครู มีเหตุการณ์อะไรมากระตุ้นให้คิดออกแบบเช่นนี้ได้ เวลาปฏิบัติ (จัดการเรียนรู้ของเด็ก) เกิดอะไรขึ้น ต้องแก้ไขสถานการณ์อะไรบ้าง เล่าให้เห็นความคิด วิธีปฏิบัติและผลของการปฏิบัติ
2. เขียนเล่าเรื่องความสำเร็จของนักเรียนที่ตนภาคภูมิใจและเล่าว่าความสำเร็จเกิดขึ้นได้อย่างไร
3. เขียนเล่ากระบวนการกลุ่มของครู ในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน
4. เขียนเล่าเรื่องราวที่ครูช่วยเหลือเด็ก เปลี่ยนเด็กจากเด็กเบื่อเรียนเป็นเด็กรักเรียน เปลี่ยนจากเด็กเกเรเป็นเด็กช่วยเหลือ รร. ช่วยเหลือเพื่อน ทำประโยชน์ให้แก่ชุมชน ฯลฯ
5. เขียนเล่าเรื่องราวความร่วมมือระหว่างครู (โรงเรียน) กับผู้ปกครองในการจัดการเรียนรู้ หรือแก้ไขปัญหาของเด็ก
6. เขียนเล่าเรื่องราวของลูกศิษย์ที่จบไปแล้ว และไปเรียนต่อหรือทำงานที่ครูภูมิใจ
7. เขียนเล่าเรื่องราวความร่วมมือระหว่าง รร. และชุมชน
8. ฯลฯ มีเรื่องราวความสำเร็จ เรื่องราวดี ๆ ที่ครูน่าจะนำมาเล่าได้เป็นพันเป็นหมื่นเรื่อง
วิจารณ์ พานิช
25 ก.ย.49
http://gotoknow.org/blog/thaikm/51691
ในส่วนตัวของดิฉันนั้น เมื่อเขียนบันทึกขึ้นไปแล้ว ก็จะต่อด้วยการเข้าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่นในแพลนเน็ตของเราสักพักหนึ่งเสียก่อนที่จะออกจากการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ถ้าบางเรื่องที่เราเข้าไปแสดงความคิดเห็น อยู่ในแนวทางเดียวกันกับเรื่องของเราได้ ก็ทำลิงค์ทิ้งไว้ในการแสดงความคิดเห็นนั้น ๆ เขาก็จะสนใจตามเข้ามาอ่านและแลกเปลี่ยนต่อท้ายบันทึกของเราบ้าง...เป็นวิธีการเพิ่มกัลยาณมิตรได้ดีค่ะ
อย่าลืมนะคะว่า เราต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยสำนวนในทางบวก หากมีความเห็นต่าง ควรใช้ถ้อยคำที่สุภาพนุ่มนวล ให้เกียรติเจ้าของบันทึกและผู้ที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในบันทึกนั้น...รวมถึงพร้อมที่จะกล้าเข้าไปแลกเปลี่ยนกับผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์มาก ๆ เป็นประจำหรือบ่อยครั้ง จะทำให้เราสามารถพัฒนาความคิด และวิธีคิดของตัวเองเพิ่มมากขึ้นได้เรื่อย ๆ
บันทึกที่ดิฉันเขียนขึ้นมาใช่ว่าจะได้รับการแสดงความคิดเห็นในท้ายบันทึกทุกบันทึกไป บางบันทึกมีมาก บางบันทึกมีน้อย บางบันทึกก็ไม่มีเลย ซึ่งเราไม่ต้องกังวลค่ะ เราก็เขียนบันทึกใหม่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ถ้าเป็นเรื่องที่ตรงกับความสนใจของผู้ใดเข้า เขาก็จะเข้ามาแลกเปลี่ยนกับเราเอง...อยู่ที่ลีลาและศิลปะในการนำเสนอเรื่องเหมือนกันนะคะ...ซึ่งตรงนี้ก็ถ่ายทอดกันยากค่ะ...เป็นลีลาเฉพาะตัวของแต่ละคน ต้องลองเข้าไปอ่านบันทึกของท่านที่เขียนอย่างมีคุณภาพ ติดตามไปยังท่านที่เคยได้รับรางวัลจาก สคส. ก็ได้ค่ะ
เอ่ยถึงรางวัลแล้ว ก็นึกถึงรางวัลที่ สคส.กรุณามอบให้ดิฉัน ซึ่งคุณหญิงได้กรุณาบอกเหตุผลของการได้รับรางวัลนี้ไว้ ซึ่งดิฉันจะขออนุญาตนำเสนออีกครั้งเผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่กำลังหาลีลาในการเขียนบันทึกของตัวเองค่ะ
มอบรางวัลพิเศษ Blog ในดวงใจของภาคการศึกษา
เห็นคุณอ้อ สคส. มอบรางวัลพิเศษ แด่ คุณศิริวรรณ หวังดี จากกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะที่เขียน Blog เล่าเรื่องการไปเป็นวิทยากร KM ได้อย่างดีและน่าสนใจ Link ผู้เขียนในฐานะที่ทำงานขับเคลื่อน KM ภาคการศึกษา ไม่ขอน้อยหน้า ขอเป็นกำลังใจให้กับ Blogger ภาคการศึกษาด้วย
โดย Blog ที่จะได้รับรางวัลพิเศษนี้ เป็น Blog ที่มีการเขียนได้ดี เร้าใจ น่าติดตาม เขียนแบบเล่าเรื่องได้สนุกสนาน มองเห็นTacit Knowledge และเทคนิควิธีการเฉพาะตัวในการทำงานหรือเรื่องเล่านั้นๆ อย่างชัดเจน มีการเชื่อมโยงกับการทำงานของตัวเองได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเป็นการเขียนที่ช่วยกระตุ้นเสริมแรง กำลังใจให้กับคนทำงาน เป็นเรื่องเล่าดีๆ ที่ควรมีการขยายเผยแพร่ในวงกว้าง อ.วิจารณ์ และผู้เขียนมีความเห็นตรงกันที่จะมอบรางวัลพิเศษ Blog ในดวงใจของภาคการศึกษา ให้กับ คุณปวีณา ธิติวรนันท์ ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 โดยสามารถเข้าไปอ่านเรื่องเล่า เรื่องดีๆ ที่ท่าไชย ได้เลยค่ะ สคส. จะส่งมอบเสื้อยืด สคส. ให้ต่อไปค่ะ
หญิง สคส.
ป้าย: กำลังใจ ภาคการศึกษา รางวัล blogger เรื่องเล่า goodnews โรงเรียน โดย yayaying ลิงค์ที่อยู่ถาวร ข้อคิดเห็น (3) [ แก้ไข ลบ ] สร้าง: จ. 11 ก.ย. 2549 @ 14:54 แก้ไข: จ. 11 ก.ย. 2549 @ 14:54
นำเสนอมายืดยาว คงจะพอมองเห็นแนวทางการเขียนบันทึกให้น่าอ่านได้บ้างนะคะ ข้อสำคัญ...อย่ายอมแพ้...ท้อแท้ใจ...ในการเขียน หากจะเปรียบเทียบกันก็คงเหมือนการตั้งใจทำอะไรให้สม่ำเสมอเป็นประจำ เช่น การออกกำลังกาย การอดบุหรี่ การลดความอ้วน ฯลฯ อะไรประมาณนี้ พอปฏิบัติผ่านไปได้ระยะหนึ่ง ก็จะกลายเป็นสิ่งที่เราสามารถปฏิบัติได้เป็นประจำ แล้วตั้งเป้าหมายไว้ว่าเดือนนี้เราจะบันทึกเรื่องเพิ่มขึ้นสักกี่บันทึก ทยอยเขียนเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ เราก็จะสามารถเขียนบันทึกได้ถี่ขึ้นโดยปริยายค่ะ
มาเริ่มต้นเขียนบันทึกกันนะคะ....และขอให้มีความสุขกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ
เขียนบันทึกลงบล็อกอย่างไรให้น่าอ่าน
ไม่รู้จะเขียนเรื่องเล่าอะไรลงบล็อกของตัวเอง บางคนก็บอกว่ามีเรื่องที่ตัวเองทำอยู่เยอะแยะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเล่าลงบล็อกอย่างไร
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
กฤษณา สำเร็จ (Krisana Sumret) · 1 ธ.ค. 2549
เด็กน้อยตาดำดำ · 1 ธ.ค. 2549
ครูอ้อย แซ่เฮ · 1 ธ.ค. 2549
pick MooDang NooPik · 1 ธ.ค. 2549
นาย ธวัชชัย พานแก้ว · 1 ธ.ค. 2549
นางสาว เกศแก้ว ประดิษฐ์ · 1 ธ.ค. 2549
ทิพาพร · 1 ธ.ค. 2549
ขอบคุณค่ะที่ให้คำแนะนำ ดิฉันเองเข้ามาเหมือนคนเรียนลัด แล้วค่อยย้อนกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่
ไม่เคยอ่านเป้าหมาย วิธีการใช้ Blog ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายหลักของ KM ด้วยมีโฮมเพจเกี่ยวกับการเรียนการสอนของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว
การเข้ามาสู่ go to know ก็เพราะว่าเห็นเขาใช้บล็อก กัน ก็จะลองมีกะเขาบ้าง เรื่องที่นำเสนอจึงเป็นเรื่องที่ตนเองสนใจชอบ ถนัดแต่เพียงอย่างเดียว
และคิดว่านี่ล่ะคือไดอารี่อีกเล่มหนึ่งของฉัน เผื่อว่า sever ของโรงเรียนล่ม ก็จะมีคลังเก็บข้อมูลสำรอง ผลงานของดิฉันที่นำเสนอจึงมี อย่างน้อย ๒ สำเนาเสมอ
ที่น่าเกลียดก็คือ โพสท์บันทึกเสร็จก็ออกจากระบบไม่ได้ใส่ใจจะเข้าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กะคนอื่นเลย (ข้ออ้าง ไม่มีเวลาต้องกลับบ้าน ต้องเตรียมสอน)
เมื่อมีเพื่อน ๆ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จึงเข้าใจและแกะรอยกลับไปอ่านผลงานของเพื่อน ๆ และพบอะไร ๆ อีกมากมาย
ซึ่งต่อจากนี้ก็จะได้นำความรู้ต่าง ๆ จากที่นี่ไปขยายให้กับเพื่อน ๆ ต่อค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ห้องเรียนสีชมพู
เก่งมาก มากค่ะ อ่านแล้วได้บรรยากาศและอรรถรส…ขออนุญาตนำไปเป็นเอกสารแนะนำ…นคราวที่ดิฉันเป็นวิทยากรแนะนำ blogger ใหม่ๆ นะคะ คุณปวีณา
มีอีกเรื่องหนึ่งค่ะ ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ
คือดิฉันไปพบบล็อก บันทึกที่เราสนใจ ต้องการติดตาม เช่นเรื่องราวของสุขภาพ ดิฉันต้องการนำบล็อกนั้นมาเป็นเครือข่ายกับดิฉัน เพื่อสะดวกในการอ่าน แต่ไม่ทราบวิธีการดึงเข้ามาร่วมค่ะ โปรดชี้แนะด้วย ขอบคุณค่ะ
เพราะ คำ ที่ศน.บอกว่าดิฉันมี Tacit เยอะมาก ด้วยความไม่รู้ ไปเปิดดิคชันนารี เขาก็แปล ความเป็นนัย เงียบ อะไรกันล่ะเนี่ย
จึงต้องไปที่ google ก็ได้เจออะไรอีกมากมาย
สรุปว่า มันคือ ทักษะ ความถนัด+ประสบการณ์ = ภูมิรู้ ภูมิปัญญา ? ไม่มันใจ ได้เจอกับ Flowchart
Knowledge Spiral ทำให้รู้ว่า ครูภาทิพ ยังไม่รู้และไม่เข้าใจอะไรอีกมากมาย จะขยายให้เพื่อนรู้ได้อย่างไรล่ะนี่ ?
Handy
เมตตา
ภาทิพ
1. เข้าใช้ gotoknow ด้วยชื่อผู้ใช้ (Uesername) และรหัสผ่าน (Password) ของเราเสียก่อน
2. ไปที่ "แผงควบคุม" เลือก "สร้างแพลนเน็ตใหม่" ใส่ข้อมูลให้ครบ (คล้าย ๆ การสร้างบล็อกใหม่ ตรงชื่อแพล็นเน็ตอาจารย์อาจจะตั้งว่า "รวมเรื่องสุขภาพ" ก็ได้ จะชื่ออะไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสนใจของอาจารย์เองค่ะว่าจะนำบันทึกแนวไหนมาใส่รวมกันไว้) แล้วคลิ๊ก "สร้าง"
3. จากนั้นเมื่อเราไปอ่านพบบันทึกของใคร ในหน้าเว็บจะปรากฏข้อความ [ นำบล็อก (สมุดบันทึก) เข้าแพลนเน็ต (ภาทิพ) ] คุณครูก็คลิ๊กที่ข้อความนั้น ระบบจะถามว่าต้องการนำไปไว้ที่แพลนเน็ตใด (ซึ่งคุณครูมีแพล็นเน็ต "ห้องเรียนสีชมพู" อยู่แล้ว) คุณครูก็คลิ๊กเลือกแพลนเน็ตที่ต้องการนำบันทึกนี้ไปไว้ค่ะ
ท่านกล่าวว่า....ความรู้ในโลกนี้มี 2 ชนิด....ชนิดแรก
- เป็นวิทยาการ
- เป็น "หลักวิชา"
- มาจากการเรียน "ปริยัติ"
- อยู่ในสื่อต่าง ๆ
- เป็นความรู้ที่ "บันทึกได้"
- เห็นได้ค่อนข้างชัด
เราเรียกว่า Explicit Knowledge
ความรู้อีกชนิดหนึ่ง
- เป็นภูมิปัญญา
- เป็น "ประสบการณ์"
- ได้มาจากการ "ปฏิบัติ"
- อยู่ในตัวคน
- เป็นความรู้ที่ "ฝังลึก" ซ่อนเร้น
เราเรียกว่า Tacit Knowledge
คุณกุ้งคะ
ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
เทคนิคให้คนตามอ่าน คือ เขียนบ่อยๆ เขียนใส่อารมณ์ขัน ตั้งชื่อบันทึกให้น่าสนใจแต่แฝงคำหลักไว้ด้วย :)
เรียนคุณปวีณา
ดิฉันเพิ่งเริ่มเบียนบล็อกครั้งแรกวันที่ 21 พย.49 นี่แหละค่ะพอเห็นหัวเรื่อง เกี่ยวกับ"เขียนบันทึกลงบล็อกอย่างไรให้น่าอ่าน" คิดว่านี่แหละคงให้ความรู้เราจากผู้มีประสบการณ์จริง ๆ เพราะลองผิดลองถูกแหละค่ะ ไหนจะอายุมากแล้ว แต่คิดว่าวิธีไหนที่เป็นแหล่งหาความรู้ หรือครั้งหนึ่งก็เหมือนกับไดอารี่ส่วนตัวที่ได้บันทึกไว้ และสักวันหนึ่งคงจะเป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ร่วมกันก็จะพยายาม ดิฉันทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน แต่คิดว่าทุกอาชีพสามารถแชร์ความรู้กันได้ และก็ไม่ผิดหวังค่ะ เพราะที่ดิฉันทำแลนเน็ตได้เพราะการต่อเติมคำถามของคุณภาทิพย์ จึงทำให้ได้ความรู้สามารถเติมเต็มความรู้ที่ขาดไป ขอเป็นกำลังใจและจะเข้ามาอ่านบ่อย ๆ ค่ะ
นาง นวลน้อย สังขมี
สิงห์ป่าสัก
มาอีกแล้วค่ะ คุณกุ้ง
มีประโยชน์มากเลยค่ะคุณปวีณา จะขอนำไปปรับแนวการเขียนของตัวเองเพื่อให้บันทึกน่าอ่าน และขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อแนะนำเพื่อน ๆ และน้อง ให้เริ่มต้นลงมือเขียนนะคะ