กรณีศึกษาการดำเนินการต่างๆเพื่อให้อากาศยานร่อนลงสนามบินด้วยมุมร่อนปกติ


เครื่องตรวจวัดมุมแบบ กล้องปริซึมมือถือ ราคาประมาณ 1,000 กว่าบาท หรือกล้องเลเซอร์ทำหน้าที่วัดระยะทาง และมุมก้มมุมเงย และนำค่าต่างๆมาประมวลผลในตัวเองอัตโนมัติ จนได้ค่าความสูง ซึ่งราคาประมาณ 45,000 บาท ถูกกว่ากล้องซึ่งมีราคาหลักแสนบาท ซึ่งสามารถวัดมุมเงยของวัตถุได้ แต่อาจจะไม่ละเอียดเท่ากล้องราหลักแสนหลักล้าน ซึ่งก็จะช่วยให้สนามบินสามารถควบคุมสิ่งปลูกสร้างได้เอง ส่งผลให้เกิดความปลอดภัยต่อสนามบินและการปฏิบัติการร่อนลงสู่ทางวิ่ง

........กรณีศึกษาการดำเนินการต่างๆเพื่อให้อากาศยานร่อนลงสนามบินด้วยมุมร่อนปกติ

1. สนามบินสมุย

2.สนามบินตราด

3.สนามบินกระบี่

......... การตรวจสิ่งกีดขวางที่มีผลต่อมุมร่อนอากาศยานและมุมร่อน PAPI

การควบคุมสิ่งกีดขวางของสนามบิน สนามบินไม่มีเจ้าหน้าที่ช่างสำรวจ ที่สามารถใช้งานกล้องสำรวจ เพื่อคอยตรวจตรา สิ่งปลูกสร้างในเขตปลอดภัยการเดินอากาศรวมทั้งหัวสนามบิน ที่มักจะมีต้นไม้ สายไฟ เสาไฟ เสาอากาศวิทยุ หรือสิ่งแลูกสร้างที่สร้างสูงเกินข้อกำหนด รวมทั้งอุปกรณ์สำรวจ มีราคาสูงไม่สามารถจัดซื้อให้กับสนามบินแต่ละแห่งได้ครบถ้วน ปัญหาดังกล่าว อาจแก้ได้โดยใช้เครื่องตรวจวัดมุมแบบ กล้องปริซึมมือถือ ราคาประมาณ 1,000 กว่าบาท หรือกล้องเลเซอร์ทำหน้าที่วัดระยะทาง และมุมก้มมุมเงย และนำค่าต่างๆมาประมวลผลในตัวเองอัตโนมัติ จนได้ค่าความสูง ซึ่งราคาประมาณ 45,000 บาท ถูกกว่ากล้องซึ่งมีราคาหลักแสนบาท ซึ่งสามารถวัดมุมเงยของวัตถุได้ ซึ่งอาจจะวัดได้ไม่ละเอียดเท่ากล้องราคาหลักแสน แต่สามารถช่วยให้สนามบินสามารถควบคุมสิ่งปลูกสร้างได้เอง ส่งผลให้เกิดความปลอดภัยต่อสนามบินและการปฏิบัติการร่อนลงสู่ทางวิ่งด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัย PAPI


อีกวิธีคือการทำเสาโพลขึ้นเป็นจุดเล็ง ....

......อย่างน้อย 2 จุดได้แก่ในแนว Inner Horizontal Surface Left / Right สองจุดเสาใกล้และเสาไกล เพื่อเล็งแนว Divergent การที่เสาสูงต่างกัน สามารถใช้เป็นจุดเล็งเหมือนศูนย์เล็งของปืน ทำให้ทราบมุมเงย และถ้าเราปรับตั้งให้มุมเป็นมุมเงยมาตรฐานของหัวทางวิ่งนั้น ก็จะสามารถช่วยให้สนามบินตรวจสอบหาค่ามุมเงยของวัตถุ และเมื่อหามุมเงยได้  หาความสูงที่เกินได้  สนามบินก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้แบบยั่งยืน แต่จะต้องคำนึงถึงเรื่องค่าระดับผิวพื้นที่ต่างกัน และการทรุดตัวของผิวพื้นในบริเวณที่เราตั้งเสาต่อไป

.......อีกวิธีที่ง่ายและได้ผลชัดเจนคือ การที่เราทราบว่ามุมร่อนหรือมุมเงยของสิ่งปลูกสร้างถาวรที่หัวสนามบิน เช่น เสาอากาศทวนสัญานมือถืออยู่ว่า เสาต้นนี้มีความสูงเท่ากับมุมปกป้องสิ่งกีดขวาง ประมาณ 2องศา (กรณีขออนุญาตใหม่ ไม่เกิน 1.6 องศา) ซึ่งไม่เกินเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ เราก็ใช้วัตถุนี้อ้างอิงได้ คือเมื่อตรวจเห็นว่ามีต้นไม้ หรือสิ่งที่กำลังก่อสร้าง มีแนวโน้มว่าจะสูงเกิน ก่อสร้างเกินเสาทวนสัญญานมือถือต้นนี้ ก็สามารถจะตรวจสอบแจ้งเจ้าของสิ่งปลูกสร้างนั้นก่อที่จะสายเกินแก้ได้ ถ้าจะให้ชัดเจนขึ้นเรานำรูปถ่ายซึ่งถ่ายออกจากหัวทางวิ่ง แสดงให้เห็นแนวร่อนและสิ่งกีดขวาง โดยถ่ายจากซ้ายไปขวา ห้ามใช้การแพนจากจุดกึ่งกลาง แต่จะเดินถ่ายรูปจากข้างทางวิ่งแต่ละด้าน ยาวตลอดในทิศทางขวางกับทางวิ่ง แล้วใช้โปรแกรมพาโนรามาต่อภาพให้ได้แนวระดับ แล้วกำหนดเส้นควบคุมความสูง ที่เป็นมุมเงย 1.6 องศาเอาไว้สังเกตุวัตถุที่เกินแนวมุมเงยของเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ และกำหนดอีกเส้นหนึ่งมุมเงย 1.93 หรือ 2 องศา ไว้สังเกตุว่าวัตถุใดเกินมุมเงยปกติ 3 องศาของ PAPI ซึ่งทำให้ตั้งมุมร่อนที่ 3 องศาไม่ได้ หรือถ้าตั้งได้ต้องออกประกาศนักบินแจ้งเตือน และใส่รายละเอียดของวัตถุนั้นในข้อกำกัดของผลการบินทดสอบ ว่าวัตถุอยู่ห่างจากหัวทางวิ่งเป็นระยะเท่าไร อยู่ห่างจากแนวกึ่งกลางทางวิ่งด้านไหนเป็นระยะด้านข้างเท่าไร แบบนี้จะต้องทำการตรวจโดยใช้กล้องสำรวจในครั้งแรก หรือขอข้อมูลจากหน่วยงานที่ปฏิบัติการบินทดสอบ แล้วนำมาใส่ในรูปไว้ เพื่อให้สนามบินใช้ตรวจสอบก่อนที่จะถึงวงรอบการบินทดสอบ เห็นจะทำได้ไม่ยากนักครับ

......การประชุมหารือข้อราชการของ บพ.และ ทย. ภูมิภาคมีข้อสรุปในเรื่องนี้ว่า .....

อบพ.(นายวุฒิชัย)เป็นประธานในที่ประชุมฯ ซึ่งมีมติให้ ทย.ภูมิภาค ในสังกัด บพ. ต้องดำเนินการสำรวจและกำจัดสิ่งกีดขวาง ที่มีผลต่อมุมร่อนเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ PAPI โดยอาจประสานงานกับโยธาจังหวัด หรือกำหนดวัตถุใดๆในแนวร่อน เป็นวัตถุอ้างอิงความสูงในการลดความสูง ตัดต้นไม้ ให้ได้ความสูงมุมเงยตามเกณฑ์ ซึ่งมีวิศวกรรับรองการสำรวจนั้นๆ ซึ่งแต่ก่อน ทย.จะมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะนี้ พบว่ามีสิ่งกีดขวางสูงเกินข้อกำหนด ก็ต่อเมื่อหน่วยบินทดสอบได้ไปถึง ทย. แล้วซึ่งไม่ทันการณ์  ทย.จะต้องเพิ่มความถี่ในการกำจัดตรวจสอบสิ่งกีดขวางต่างๆ ก่อนที่หน่วยเกี่ยวข้องจะได้ไปบินทดสอบ PAPI ตามวงรอบ

หมายเหตุ : การไม่ได้บิน PAPI ตามวงรอบ 1 ปีนั้น หากไม่สามารถทำการบินทดสอบได้เนื่องจากสิ่งกีดขวางสูง ทย.จะต้องดำเนินการออกประกาศนักบิน เพื่อปิดการให้บริการ (เมื่อสำรวจพบก่อนการบิน ให้พิจารณาแก้ไขโดยอาจทำการยกมุมร่อนให้สูงขึ้น) โดยให้ ทย.สังกัด บพ.ทุกทย.ดำเนินการตามที่ สมส.เดิม(กมส.)ได้เคยเวียนเอกสารแนะนำการปฏิบัติ ดังนี้มาตรฐานปฏิบัติงานสำรวจสิ่งกีดขวางที่มีผลต่อมุมร่อนของอากาศยาน

หมายเลขบันทึก: 644855เขียนเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2018 15:08 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 มีนาคม 2020 15:49 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี