ดั่งสายน้ำไหล




ศิษย์พี่-ศิษย์น้อง

ผมรู้จักกับพุงตั้งแต่อยู่ชุมนุมทางน้ำ ธรรมศาสตร์ เมื่อประมาณปี ๒๕๑๖ สาเหตุที่ให้สนิทกันเพราะเข้าเรียนคณะเดียวกัน คือคณะรัฐศาสตร์ที่อยู่ตรงข้ามโรงอาหาร บางครั้งถึงกับเรียนวิชาเดียวกันด้วย ตอนอยู่ปีสองผมลงวิชาเลือกเศรษฐศาสต์ ๑๐๑ ซึ่งสอนอยู่ชั้นที่สองของตึกนั่งเล่นที่พวกเราส่วนมากมาพักผ่อนด้วยกันเล่นไพ่เป็นการฆ่าเวลา ผมไปเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ไม่กี่ครั้ง จนอาจารย์เตือนว่า คุณคนที่เดินเข้ามา ไม่ค่อยมาเรียนเลย ช่วยมาเรียนบ่อยๆเพราะจะไม่เข้าใจ แต่อาจารย์ไม่ทราบว่าผมเคยเรียนวิชานี้มาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาก่อน ไม่ว่าจะอาจารย์จะสอนอย่างไร ดูเหมือนผมจะเข้าใจก่อนแล้ว หลังจากอาจารย์เตือนผม ผมก็เลยไม่ไปเข้าห้องเรียนได้แต่ถามรุ่นน้องซึ่งส่วนมากจะเป็นพุง ว่าอาจารย์สอนอะไรมาบ้าง และจะสอบวันไหน หลังจากการสอบเสร็จผมก็ได้ A พุงถึงกับประหลาดใจว่าพี่ปูทำอย่างไร ไม่เรียนก็ได้ A

การเรียนรัฐศาสตร์ที่ธรรมศาสตร์ตอนนั้น มีเคล็ดที่ไม่ลับอยู่ว่า นักศึกษาสามารถเข้าไปขอดูข้อสอบเก่าของปีที่แล้วมาศึกษาดู ผมทำเป็นประจำ ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นการฝึกซ้อม และส่วนมากอาจารย์ก็ออกซ้ำไปซ้ำมาภายในเวลาสี่ห้าปี ผมบอกเคล็ดลับนี้ให้พุงฟังเพราะเป็นรุ่นน้องเรียนคณะเดียวกัน ไม่รู้ว่าพุงทำตามหรือเปล่าเพราะหลังจากเรียนจบ ผมก็เดินทางมาศึกษาต่อที่อเมริกา

กิจกรรมประจำวันของผมและพุงก็คือ ตอนกลางวันเราจะต้องไปกินอาหารข้างนอกซึ่งพุงจะเป็นคนไปหาสถานที่มา ไปกินกันส่วนมากก็เป็นชาวชุมนุมทางน้ำ กินกันจนเงินเดือนที่แม่ให้ประจำเดือนหมด เพราะสมัยนั้นแม่ผมให้ไว้ไม่มาก ดูเหมือนจะให้ค่าอาหารและค่าอื่นๆเดือนละพัน พอปลายๆเดือนส่วนมากก็จะกินที่โรงอาหารใต้ตึกเศรษฐศาสตร์

อีกอย่างที่ผมสนิทกับพุงคือถ้าจะจัดไปเที่ยวที่ไหนพุงจะไปด้วยไม่มีข้อแม้ ไม่ว่าจะไปที่ยวทะเล เกาะเสม็ด หรือขึ้นภูกระดึง ไปไหนผมกับพุงก็ไปด้วยกัน

พอผมมาอเมริกาใหม่การติดต่อก็ค่อยหายไป เพราะผมกำลังเรียนปริญญาโทอยู่ ตอนเรียนก็ทำงาน พอเรียนเสร็จก็เริ่มก่อร่างสร้างตัว สมัยก่อนจะเขียนจดหมายสักฉบับเรียกว่าจะต้องรักกันจริง เพราะอินเทอร์เนตไม่มี กว่าจดหมายจะถึงคนที่อยู่เมืองไทยก็ใช้เวลาสองอาทิตย์ กว่าคนเมืองไทยจะตอบกลับมาก็ใช้เวลาอีกสองอาทิตย์ หนึ่งเดือนก็จะได้ข่าวคราวกันที ไปๆมาๆทั้งคนเมืองและคนเมืองนอก ก็เลยต้องแยกจากกันตามระยะทาง ปีหนึ่งจะเขียนจดหมายสักฉบับหนึ่งก็ถือว่าคิดถึงกัน เป็นสุดยอดแล้ว

เวลาผมกลับไปใหม่ๆประมาณสิบปีครั้ง เวลาพุงรู้ข่าวจะโทรมาชวนผมไปกินข้าว ซึ่งพุงจะเลือกร้านอาหารที่ดีที่สุด เราไปกินกันทั้งชุมนุม เป็นการคุยกันถึงเรื่องเก่าๆ คุยยังไม่ทันหายอยาก ก็หมดเวลาร้านอาหารปิด เสร็จแล้วผมก็กลับอเมริกา คนเมืองไทยก็แยกย้ายกันไปตามเหตุตามปัจจัย ส่วนมากพุงอาสาจะเป็นคนขับรถ ผมจะไปซื้ออะไรขอให้บอก จะกินอะไรขอให้บอก ใหม่ๆก็ดูจะโอเค แต่อีกยี่สิบปีหลัง พุงแต่งงาน ผมก็เกรงใจภรรยาพุง การไปเที่ยวกันเที่ยวซื้อของก็ไม่บ่อยเหมือนก่อนๆ

หลังๆมาเริ่มมีไลน์ผมกับพุงเริ่มติดต่อกันมากขึ้น นึกอยากจะโทรก็โทรเพียงแต่ว่ากะเวลาให้ถูกไม่ไปปลุกคนทางโน้นให้ตื่นขี้นมาคุยกัน

เมื่อสองปีก่อนพุงไม่สบาย ผมไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นครั้งแรกที่เจอภรรยาพุง ผมเอาของที่พุงฝากซื้อไปให้ ดูพุงจะดีใจ เพราะตามปรกติพุงจะไม่อยากให้เพื่อนๆมาเยี่ยมเลย เพราะกลัวติดเชื้อ

ภรรยาพุงเล่าให้ผมฟังว่า พุงจะไม่ค่อยรับโทรศัพท์จากคนอื่น แต่ถ้าเป็นผมและภรรยาผมจะยินดีตอบ และจะมีจิตใจที่แช่มชื่นขึ้น ที่ก็เป็นเพราะว่าเราติดต่อกันมานานแบบพี่กับน้อง

ปีที่แล้วผมรู้จักกับอาจารย์วิลลี่ อาจารย์คนไทยสอนวิปัสสนากรรมฐานที่อเมริกา ท่านมาเปิดคอร์สอบรมที่เมืองไทยปีละหนึ่งเดือน ได้แนะนำให้พุงไปเข้าปฏิบัติภาวนาที่เพชรบุรี แต่อาการของพุงไม่อำนวยในการเข้าคอร์สเสียแล้ว พุงบอกผมว่าถ้าอาการดีขึ้นจะหาโอกาสไปให้ได้ ผมก็ขอความกรุณาอาจารย์ให้ช่วยสอนพุงเป็นการส่วนตัวทางโทรศัพท์ ซึ่งอาจารย์ก็ได้มีเมตตามาสอนพุงหลายครั้งหลายคราว

เมื่อสองวันก่อนพุงเสียชีวิต ภรรยาพุงไลน์มาบอกว่าถ้าเป็นไปได้ในวาระสุดท้ายของพี่เค้าอยากขอให้อาจารย์วิลลี่ช่วยส่งจิตประคับประครองพี่เค้าไปในที่ที่ดีด้วย คืนนี้ย้ายเข้า ICU หมอประเมินแล้วว่าน่าเป็นห่วง ผมและภรรยาได้ยินก็เป็นห่วงรีบติดต่ออาจารย์ให้ได้ทราบ

อาจารย์ไลน์มาบอกว่า ตอนนั้นสอนอยู่ที่ศูนยกำลังสวดมนต์อยู่ เดียวจะแผ่บุญไปให้ ขอชื่อนามสกุล จริงมาให้หน่อย จะแผ่บุญและอธิฺฐานจิตส่งมาให้

หลังจากนั้นตอนเย็นอาจารย์ไลน์มาหาพุง ตอนนั้นพุงพูดไม่ได้เสียแล้วเพราะมีสายยางใส่เข้าไปในปากเพื่อช่วยในการหายใจ ก็ได้แต่ฟังคำแนะนำการวางจิตก่อนตาย อาจารย์บอกพุงให้ทำจิตสบายๆ ให้คิดถึงพระพุทธเจ้า และบุญที่พุงได้เคยทำมาก่อนแล้ว และให้การบ้านเบาๆเอาไว้เพื่อให้จิตมีเครื่องอยู่ อาจารย์บอกผมว่า “คนเราไม่แน่นอนเลยจริงๆ”

อาจารย์ยังมีเมตตาส่งข่าวมาให้ผมทราบว่า พี่พุงไปด้วยใจสงบ ตอนผมคุยกับแก แกฟังใจไม่ร้อนรน แกยอมรับว่าไม่ไหวแล้ว และตั้งใจมีสติ รุ้สึกตัว แล้วไปสงบด้วย

"แกไปสงบละครับพี่ แกกำลังสอนพวกเราให้ อย่าประมาท รีบกันนะ แกมาอยากเรียนตอนไม่มีโอกาสแล้ว พวกเราต้องเพียรจะได้ไม่เสียโอกาสนะครับ"

เมื่อสี่สิบปีก่อนพุงและชุมนุมทางน้ำมาผมส่งที่สนามบินดอนเมืองเป็นการจากเป็น หลังจากวันนี้เป็นต้นไป พุงก็จากพวกเราเป็นการจากตาย ขอให้บุญกุศลที่พุงสร้างมาในขณะที่ยังมีชีวิตนำพาดวงวิญญานไปสู่ที่สุขคติสัมปรายภพ

ด้วยความอาลัยเป็นอย่างยิ่ง

ศิษย์พี่


หมายเลขบันทึก: 644851เขียนเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2018 07:58 น. ()แก้ไขเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2018 07:58 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

สิ่งที่กัลยาณมิตร ให้ไว้เป็นบรรณาการก็คือ มรณสติเราไม่ควรประมาท เร่งทำความเพียร… นี่เอง

ขอให้คุณพุงไปสู่สุคติค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี