สวัสดีครับ ขอเรียนว่า ไม่ได้บันทึกเพราะโกรธ เกลียด หรือไม่เชื่อมั่นในองค์กร บุคคล จังหวัดน่านแต่ประการ เพียงต้องการสะกิด สะท้อนจากประสบการณ์ กรณีหนึ่งเท่านั้น ให้ทราบว่า มันยังไง น่านใครดูแล
เรื่องมีอยู่ว่า คำขวัญจังหวัดน่าน ประโยคแรก คือ แข่งเรือลือเลื่อง... ในปีนั้นจดจำได้ เพราะเป็นช่วงใหม่ ๆ ที่ทำนองเป็นจิตอาสา ไปช่วยพี่ ๆ ที่เขามีจิตใจรักเรือน่าน ขับเคลื่อนงานเรือแข่งหรือแข่งเรือ เราทำเรื่องเรือกีฬา ไม่วาย ไม่พ้นว่าต้องไปเกี่ยวข้อง
การแข่งเรือประเพณีจังหวัดน่านเสร็จสิ้นลง กรุงเทพมหานคร มีหนังสือถึงจังหวัดน่าน ขอเชิญเรือตัวแทนจังหวัดน่าน แข่งเรือที่กรุงเทพมหานคร คร้ั้งนั้น นอกจากหนังสือมาถึงจังหวัด ยังมีไปถึงเรือ เทพพิรุณทอง 88 บ้านดอนไชย อ.เวียงสา
เอาละซิครับ ติดตามเรื่องจากทางฝ่ายเรือ มาระดับจังหวัดน่าน ไม่ทราบว่าหนังสือจากต้นทางมาจังหวัด ไปเริ่มต้นที่หน่วยงานไหน ยังไง กว่าจะคล้ำหาได้ใช้เวลาไม่น้อย แล้วเมื่อทราบว่า มีหน่วยราชการต้นเรื่อง ( ไม่ขอระบุดีกว่า มันไม่ดี ) กลับไม่ได้ช่วยใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจาก บ่น ว่าเป็นเรื่องของฝ่ายเชิญ ให้ตัวแทนจังหวัด เสาะแสวงหางบประมาณเพื่อไปแข่งขันเอง ( เป็นซะงั้น ) เป็นข้อมูล ความจริง เข้าใจดี ว่า ทางราชการหากไม่ได้ทำโครงการ คำขอข้ามปี ไม่มีทางที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณ
สำหรับจังหวัดน่านมันง่ายซะเมื่อไหร่ ผู้ว่ามาไม่ถึงปีย้าย ปีกว่าย้าย อยู่ได้ไม่นาน มีหรือที่จะมาดูแล เท่าที่เห็นคือไม่ค่อยอินังขังขอบ โยนกันไป โยนกันมา ไม่มีประสบการณ์ตรง คงไม่กล้าเขียนและยืนยันความจริง
จึงมองว่า คำขวัญจังหวัดน่าน ที่ว่า แข่งเรือลือเลือง .... เป็นเพียงลมปาก ของผู้ใหญ่ระดับจังหวัดน่าน หากมองแง่ดี พวกเขาคงมองเพียงแต่ แข่ง ๆ ในจังหวัดพอ ถ้าหากอยากไปสร้างชื่อเสียงนอกจังหวัด ให้ไปเสาะแสวงหางบประมาณกันเอง.... แนะนำให้ลูก ๆ หลาน ๆ สร้างระบบ แล้วจังหวัดไม่พยายาม สร้างระบบ ให้สอดคล้องกับคำขวัญ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา อย่างยั่งยืน ปล่อยให้เด็ก เยาวชน ประชาชน บากหน้าติดบุญคุณคนโน้น คนนี้ คนมีอิทธิพลอยู่ได้ สร้างระบบเพียงลมปาก อยู่ไปวัน ๆ เพื่อรอการโยกย้าย ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ผู้ใหญ่ในจังหวัด ระบบราชการ ไม่เหมือนเด็กนักกรีฑาที่วิ่งผลัดส่งไม้กันเลย... ไม่มีใครอาจหาญโต้แย้ง พูดในที่ประชุมอีกต่างหาก เพราะคนเห็นต่างมักไม่ถูกเชิญไปเป็นกรรมการ แสดงความคิดเห็น ให้คนที่พยักหน้าเก่ง ๆ ทำหน้าที่ สะดวกสบายดี
17 ก.พ.2561