ศึกษาการถ่ายภาพฝนดาวตก แต่ทำให้เข้าใจการถ่ายดาว เพราะดูแล้วถ่ายฝนดาวตก ต้องใช้ความพยายามมาก อาจมากกว่าที่เรามี(ฮา)

วันอ่านข่าวจะมีฝนดาวตกเจมินิดส์ จึงคิดเรื่องถ่ายดาวอีกครั้ง ก่อนนั้นลองถ่ายอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ภาพ หมายถึง ได้แต่ความมืด แม้ใช้ขาตั้งกล้องและใช้เวลาเปิดรูรับแสงนานกว่าปกติ ไม่ช่างสงสัยอะไรอยู่แล้ว แค่คิดว่าประสิทธิภาพกล้อง เลนส์ หรือเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้อยู่ไม่สามารถพอ 

ใฝ่รู่ใฝ่เรียน เรียนรู้ตลอดชีวิต(Life-Long Learning) อย่างที่นักการศึกษาต้องการ รู้ตัวเองดีเลย ว่ามีน้อย(ฮา)

หลังเห็นภาพฝนดาวตก ซึ่งแปะไว้ในคำประกาศเชิญชวนให้ชม ในคืนวันที่ 14 ธันวาคม จะมีจำนวนมากที่สุด อาจถึง120 ดวง/ชั่วโมง เริ่มเห็นตั้งแต่หัวค่ำ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คืนนั้นดวงจันทร์ปรากฏโฉมช้า ท้องฟ้ามืด จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการรับชม

ภาพฝนดาวตกสวยงาม ซึ่งแปะไว้ในคำประกาศเชิญชวนนั้น เป็นจุดเริ่มทำให้อยากถ่ายดาวอีกครั้ง เขาถ่ายกันอย่างไร ครูกูเกิลเป็นที่พึ่ง(ฮา) อ่านข้อมูลหรือเทคนิควิธีแล้ว ถึงบางอ้อหลายประการ ที่เคยถ่ายไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ทำหลายอย่าง

ศึกษาการถ่ายภาพฝนดาวตก แต่ทำให้เข้าใจการถ่ายดาว เพราะดูแล้วถ่ายฝนดาวตก ต้องใช้ความพยายามมาก อาจมากกว่าที่เรามี(ฮา) แม้ไม่กระจ่างในการถ่ายฝนดาวตก แต่ก็พอจับใจความได้ ต้องตั้งกล้องถ่ายหลายชั่วโมงหรือทั้งคืน ใช้รีโมทกดชัตเตอร์ไปเรื่อยๆ เพื่อความนิ่งหรือไม่ให้กล้องสั่น ผู้รู้แนะ 30 วินาที/ครั้ง จากนั้นนำภาพทั้งหมดมาหลอมรวมกัน ด้วยโปรแกรมตกแต่ง

สรุปว่าการถ่ายภาพฝนดาวตก จึงแค่พอรู้หลักการ(ฮา) ที่ชัดเจนขึ้นมากเป็นเรื่องถ่ายดาว เคยถ่ายไม่ได้ มีหลายอย่างครับ ที่เราไม่รู้ จึงไม่ได้ทำ..

อย่างแรก ต้องเปลี่ยนระบบโฟกัสอัตโนมัติของกล้องและเลนส์ ให้มาเป็นโฟกัสด้วยตัวเราเองหรือใช้ระบบแมนนวล(Manual) เพราะกรณีนี้โฟกัสอัตโนมัติจะไม่สามารถหาตำแหน่งโฟกัสเองได้ นอกจากนั้น จะต้องปรับระยะโฟกัสที่เลนส์ให้เป็นระยะอนันต์ หรืออินฟินิตี้(Infinity)ด้วย

อย่างที่สอง ต้องปิดระบบกันสั่นที่เลนส์ ทีแรกงง มีกันสั่นดีแล้วไปปิดทำไม ยิ่งต้องการความนิ่งไม่ใช่หรือ  แต่ผู้รู้บอกว่า ระบบกันสั่นของเลนส์ มันทำงานหรือกันสั่นได้ เพราะตัวมันเองก็ใช้วิธีสั่นเช่นกัน สั่นให้แรงพอดี เพื่อไปหักล้างการสั่น ซึ่งเกิดขึ้นอย่างปกติขณะถ่ายภาพ ฉะนั้นเมื่อเราใช้ขาตั้งกล้องแก้ปัญหาสั่นไปแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องป้องกันการสั่นจากเลนส์อีก และถ้าเราไม่ปิดระบบกันสั่น ตัวมันเองจะเป็นปัญหาทำให้ภาพสั่นหรือเบลอเสียเอง

อย่างที่สาม ต้องใช้ความไวแสงสูงๆ (ISO ; International Organisation for Standardisation) อาจเป็น 2000-3000 แต่ก็ควรระวัง ถ้าความไวแสงสูงมากๆ จุดรบกวนในภาพ(Noise)อาจมากเกิน อย่าให้ถึงขนาดแยกไม่ออก ว่าอันไหนดาวอันไหนเป็นจุดรบกวน(ฮา)

นอกจากนั้น อีกอย่างสองอย่างที่วางแผนไว้ในใจ เนื่องจากตัวเองไม่มีรีโมท เพื่อความนิ่ง ตั้งใจจะใช้การตั้งเวลาลั่นชัตเตอร์ รวมทั้งเวลาเปิดรูรับแสง ว่าจะใช้เท่าถ่ายฝนดาวตก คือ 30 วินาที

ผลลัพธ์ออกมามีกำไร จากต้นทุนที่ไม่เคยถ่ายได้เลย แต่ค่ำนี้ดาวเป็นภาพออกมาแล้ว ปัญหามีอยู่อย่างเดียว ดาวไม่กลมหรือไม่เป็นจุด แต่กลับยาว รูปร่างรีๆ ต้องบากหน้าไปหาครูกูเกิลอีกครั้ง(ฮา) รูรับแสงน่าจะเปิดนานเกิน โลกและดวงดาวไม่ได้อยู่นิ่ง แต่เคลื่อนตัวตลอด ทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า “ดาวไหล” หรือถ่ายออกมาเป็นเส้นขีดๆ 

วันรุ่งขึ้นจึงทดลองหาคำตอบ ด้วยการลดเวลาหรือเปิดรูรับแสงเร็วขึ้น คำตอบคือ เปิดรูรับแสงสัก 8-10 วินาที ความไวแสงสัก 800 ก็ใช้ได้แล้ว

คืนแรกของการทดลองถ่ายดาวครั้งนี้ เป็นวันเดียวกับที่คาดว่าจะเห็นฝนดาวตกเจมินิดส์จำนวนมากที่สุด ชั่วโมงกว่าที่ต้องต่อสู้กับยุงยามค่ำคืน อาจเพราะไม่ค่อยสังเกตด้วย เพราะง่วนอยู่กับการถ่ายดาว 

แต่ก็โชคดีเห็นฝนดาวตกร่วงผล็อยต่อหน้าต่อต่าสองดวงเต็มๆครับ(ฮา)