เรื่องราวและลายมือ..จะออกมาอย่างไร ดีหรือไม่ดี..ก็ให้คิดว่า..ดีทั้งหมด..เพื่อให้ผมได้ให้กำลังใจนักเรียนบางคน..และให้เวลา..ได้ปรับปรุงนักเรียนเหล่านั้น..ต่อไป...

            ผมคิดว่า..การจะเป็นครู หรือ ผู้บริหารสถานศึกษา ล้วนอยู่ในสถานะของการเป็น “ผู้ให้” อย่างสมบูรณ์แบบ มีคนบอกว่า..ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก..ก็คงจะจริง เพราะผมเห็นแล้วว่า..เวลาเด็กทำได้และทำดี..เขาจะมีความสุข แล้วก็ยิ้มให้กับครู....

            ผู้ให้..ที่อยู่ในฐานะครูนั้น..เป็นที่รักได้แน่นอน..เริ่มตั้งแต่รักตัวเอง เมื่อรักตัวเองก็ต้องหมั่นทำความดี..ตอบแทนบุคคลทั่วไป ตอบแทนให้แก่องค์กร ชุมชน และสังคม..

            การให้ความรู้..เป็นบุญกุศลแบบหนึ่งด้วย เหมือนให้ธรรมข้อควรปฏิบัติอันดีงาม ให้แสงสว่างแห่งปัญญา..ให้ผู้รับทุกเพศทุกวัย ได้ข้อคิดและประสบการณ์ สานต่อแนวคิดที่ดีงาม..ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน...

            การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างครูกับนักเรียน..การให้..ไม่ใช่แต่ให้ความรู้เท่านั้น ควรให้..กระบวนการคิด อันเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการแสวงหาความรู้ ต่อยอดสู่สิ่งใหม่..สังคมจะสงบสุข..ถ้าเยาวชนไทย..คิดได้และคิดเป็น..

            นับวัน..ผมเริ่มมองเห็นคุณค่าของการให้..ตลอดแนวทางของการเป็นปัจจุบัน..ถ้าจริงแท้และยั่งยืน..จะส่งผลดีต่อตัวเด็กและครอบครัวของเขา ตลอดจนส่งผลสะท้อนในแง่งาม..ต่อประเทศชาติ..ก็อาจเป็นไปได้...

            ทุกวัน..ที่ฝึกอ่าน เขียน คิดและวิเคราะห์..นักเรียนเข้าใจและส่งผลย้อนกลับ ให้ผมได้ปรับปรุงการสอนของผมเอง และไปต่อ...คุณค่าอยู่ตรงนี้จริงๆ...

            นักเรียนไปเรียนรู้การปลูกผักและเกี่ยวข้าวในนา..จากนั้นก็เขียนแผนภูมิ การคิดแบบเชื่อมโยง..ระหว่างสาระสำคัญกับความเข้าใจขั้นพื้นฐาน..บูรณาการสู่เรื่องต่างๆได้..

            นักเรียน..สร้างสรรค์งานศิลปะ ทำเรื่องที่ชอบที่คิดว่าใช่..เรื่องราวที่อยู่ในใจเด็ก ผมโน้มน้าว..ให้นักเรียนเขียนออกมา..ถ่ายทอดบอกเล่าให้ครูฟัง เป็นผลงานหนึ่งเดียวของนักเรียน..ที่มีคุณค่า..ให้นักเรียนได้ประทับใจ...

            เรื่องราวและลายมือ..จะออกมาอย่างไร ดีหรือไม่ดี..ก็ให้คิดว่า..ดีทั้งหมด..เพื่อให้ผมได้ให้กำลังใจนักเรียนบางคน..และให้เวลา..ได้ปรับปรุงนักเรียนเหล่านั้น..ต่อไป...

                การให้..ของครู..จึงดูเหมือนไม่สิ้นสุดจริงๆ...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๙  ธันวาคม  ๒๕๖๐