ตีผึ้ง Honey bee.....

  ประสบการณ์ชีวิต เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากเราได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตผ่านผู้มีประสบการณ์แล้วนับว่าเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอดที่สุดครับ สำหรับการ"ตีผึ้ง"ในคราวนี้ ตัวผมเองถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรก ดังนั้นจึงขอเก็บเอาความตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจ มาบันทึกเอาไว้ ไม่ได้มีเจตนาในการทำลายระบบนิเวศน์แห่งป่าเขาใดๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการดำรงชีพตามวิถีของผู้คนที่อยู่ร่วมกับป่าเขา แหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ที่เราต้องช่วยกันอนุรักษ์และส่งต่อเรื่องราวดี ดี นี้ออกไปยังผู้คนครับ ขอขอบคุณ G2K ที่ช่วยเป็นสื่อกลางในการส่งต่อเรื่องราวดี ดี นี้ด้วยนะคร้าบ...  

                                                        -หลังจากเดินเที่ยวชมธรรมชาติและสัมผัสประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ กันเรียบร้อยแล้ว วันนี้มาต่อกับเรื่องราวอันน่าตื่นเต้นต่อจากบันทึกนี้ เดินแพะ ไปพร้อมๆ กันเลยก็แล้วกันนะครับเอาเป็นว่าไม่ต้องขยายอะไรให้มากความ...พร้อมแล้วตามผมไปปฏิบัติการ"ตีผึ้ง Honey bee..."ไปพร้อมๆ กันได้แล้วคร้าบ!!!!

1.จากบันทึกที่แล้ว ผมได้เกริ่นนำเอาไว้ให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงภารกิจอันน่าตื่นเต้นไปบ้างแล้ว และสิ่งที่ท่านกำลังเห็นอยู่นี้คือวิธีการจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการ"ตีผึ้ง"ครับ ในวันนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีิวิตดี ดี อีกอย่างหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในช่วงเวลานี้ของผมครับ...และเมื่อมีโอกาสเหมาะๆ เช่นนี้ ผมจึงขอเก็บภาพและเรื่องราวเอามาบันทึกไว้เพื่อแบ่งปันให้กับผู้อ่านได้ติดตามกัน..ว่าแต่วิธีการ"ตีผึ้ง"จะต้องทำอะไรบ้างนั้น..ตามไปชมกันต่อได้เลยครับ..

2.ในขั้นตอนแรกนี้ "ทิดเอ๋"กับ"ทิดออ"ก็ทำหน้าที่ในการจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการตีผึ้งครับ โดยการทำ"คบใบไม้"ทั้งนี้ก็เพื่อจะใช้เป็นเชื้อเพลิงในการนำขึ้นไปตีผึ้งนั่นเองครับ วิธีการทำก็เริ่มด้วยการหากิ่งไม้แห้งๆ มามัดรวมกันให้มีขนาดพอดีมือ หลังจากนั้นก็นำเอาใบไม้สดมามัดรวมกับไม้แห้งอีกรอบ "ทิดเอ๋"เล่าให้ผมฟังว่าเป็นการทำ"คบใบไม้สด"มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เวลาจุดไฟแล้วจะเกิดควันมากนั่นเองครับ และ"ควันไฟ"นี่เองที่จะทำให้"ตัวผึ้ง"บินหนีไป และเราก็จะสามารถตัดรังผึ้งลงมาได้อย่างปลอดภัยครับ....

3.หลังจากเราได้"คบใบไม้"เรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางเข้าไปยังในป่าที่มีผึ้งทำรังอยู่บนต้นไม้สูงครับ...งานนี้"ทิดเอ๋"รับหน้าที่ในการปีนขึ้นไปบนต้นไม้ครับ สำหรับผมและ"ทิดเอ๋"และ"อภิสิทธิ์"รออยู่ด้านล่าง แต่เราก็ต้องสร้างสิ่งคุ้มกันตัวเราด้วย เพราะหากผึ้งแตกรังแล้วอาจจะบินลงมาทำร้ายพวกเราได้ คราวนี้ถือเป็นภารกิจที่น่าตื่นเต้นมากๆ ครับ ครั้งแรกในชีวิตสำหรับผมสำหรับการได้ชมวิธีการตีผึ้งแบบนี้ ดังนั้น"ทิดออ"จึงได้บอกกับผมว่าให้อยู่ในบริเวณที่เราสุมไฟไว้เท่านั้นครับ ดังนั้นตัวผมเองจึงต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำโดยมี"อภิสิทธิ์"สุมไฟให้เกิดควันและมี"ทิดออ"คอยจุดคบใบไม้เอาไว้ช่วยอีกทางหนึ่งด้วยครับ...ดู ๆ แล้วผมก็ได้รับการ"คุ้มกัน"ที่ดีเยี่ยมากๆ เลยล่ะครับ 555

4.หลังจากวางแผนงานเรียบร้อยแล้ว "ทิดเอ๋"ก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้แล้วล่ะครับ โดยก่อนที่จะปีนขึ้นไป"ทิดเอ๋"ได้จุด"คบใบไม้"ก่อน พร้อมกับสะพาย"ถัง"ขึ้นไปด้วย เพียงลำพังแค่ปีนขึ้นไปเฉยๆ สำหรับผมแล้วก็คิดว่าน่าจะยากแล้ว แต่นี่"ทิดเอ๋"ต้องถือคบใบไม้+ถัง ขึ้นไปอีก และที่สำคัญต้นไม้ที่ปีนก็สูงและดูจะลื่นซะด้วย แต่ด้วยประสบการณ์อันดีเยี่ยม ที่ผ่านมาของ"ทิดเอ๋"แล้ว งานนี้ดูจะไม่ยากเลยครับ...ผมเฝ้าดูอยู่ด้านล่างก็คอยลุ้นและภาวนาให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีครับ...และแล้วภารกิจนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี..ครับ..

5.พอ"ทิดเอ๋"ลงมาจากต้นไม้แล้ว "ทิดออ"ก็รีบถือคบใบไม้ไปหาพร้อมกับช่วยหิ้วถังที่บรรจุรังผึ้งออกมาจากป่าอย่างรวดเร็วครับ งานนี้"ทิดออ"เล่าให้ผมฟังว่าจะต้องปฏิบัติภารกิจอย่างรวดเร็ว เพราะหากว่ามัวชักช้าอาจจะถูกฝูงผึ้งบินลงมาทำร้ายได้...ดังนั้นผมจึงต้องรีบช่วย"ทิดเอ๋"ถือคบใบไม้ คอยคุ้มกันอีกทางหนึ่งครับ...เมื่อเราเดินออกมาจากป่าแล้วเราก็ได้เห็นถึง"รังผึ้ง"ที่มี"น้ำผึ้ง+ตัวอ่อน"อยู่มากพอควร แต่"ทิดเอ๋"บอกกับผมว่าถ้าเราเจอรังผึ้งก่อนหน้านี้สัก 15 วันเราจะได้น้ำผึ้งและตัวอ่อนมากกว่านี้ครับ..เยี่ยมมากๆ ครับ..

6.หลังจากออกจากป่าแล้ว เราก็เดินทางกลับบ้านพร้อมกับนำเอา"รังผึ้ง"มาบีบคั้นเอา"น้ำผึ้ง"และแยกส่วนของ"รังและตัวอ่อน"เอาไว้ครับ เท่าที่เรานำน้ำผึ้งใส่ขวดแล้ว ปรากฎว่าเราได้น้ำผึ้งประมาณ 3 ขวดใหญ่ "ทิดเอ๋"บอกกับผมว่าน้ำผึ้งช่วงนี้ราคาไม่สูงเหมือนกันช่วง "น้ำผึ้งเดือน 5"เพราะว่าคงจะถูกน้ำฝน ดังนั้นหากขายก็จะได้ขายในราคาขวดละ 300 บาท รวมๆ แล้วน้ำผึ้งที่ได้ถ้าขายก็ได้ราคารวม 900 บาท หากขายตัวอ่อนด้วย ก็น่าจะได้เงินหลักพันบาทเลยล่ะครับ...แต่งานนี้เราไม่ขายแต่ได้แบ่งปันน้ำผึ้งและตัวอ่อนกันไปเป็นอาหารมื้อเย็นและเก็บเอาไว้กินเองครับ....

7.สำหรับผมแล้วงานนี้ได้"น้ำผึ้งมา 1 ขวด+รังผึ้่งที่มีตัวอ่อนอีก 1 แพ"ครับ ถือว่าเป็นของฝากจากป่าที่ตัวผมเองประทับใจและภูมิใจกับการได้เข้าไปหาประสบการณ์ในป่ามากๆ ครับ...การได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ชีวิตแบบนี้อาจจะหาได้ไม่ยากนักสำหรับคนเดินป่าทั่วไป แต่สำหรับผมแล้วมันเป็นสิ่งที่ท้าทายและน่าจดจำมากๆ เลยล่ะครับ และแถมยังได้มีโอกาสเก็บภาพและเรื่องราวกลับมาเขียนบันทึกด้วยแล้ว ทำให้ผมรู้สึก"สุขใจ"มากๆ เลยล่ะคร้าบ...

8.และนี่ก็คือบทสรุปและของรางวัลจาก"ป่าอันอุดมสมบูรณ์"แห่งนี้ครับ เราอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างสันติ แม้ว่าเราจะเก็บเอาน้ำผึ้งและตัวอ่อนออกมาจากป่าแล้ว "ทิดเอ๋"บอกกับผมว่า"ฝูงผึ้ง"ก็จะทำหน้าที่ในการเก็บน้ำหวานและสร้างรังต่อ และนี่ก็คือวิถีชีวิตของผู้คนที่อยู่ร่วมกันกับป่า ต่างก็พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันครับ..

สำหรับวันนี้...ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านและให้กำลังใจทีมงาน"ตีผึ้ง"ในบันทึกนี้ด้วยนะคร้าบ..

                                                                                          สวัสดีครับ

                                                                                          เพชรน้ำหนึ่ง+ฅนตีผึ้ง

                                                                                             11/08/2560

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกษตรบ้านพราน

บันทึกล่าสุด


ความเห็น (20)

พ.แจ่มจำรัส
เขียนเมื่อ 11 Aug 2017 @ 17:52

ยกนิ้วให้ครับ กับทีมงาน ตีผึ้ง

krutoom
เขียนเมื่อ 11 Aug 2017 @ 20:16

ปราชญ์ชาวบ้านจริงๆเลยนะคะน้องเพชร เล่าเหมือนพี่ได้ไปด้วยเลยค่ะ...ตื่นเต้นที่รีบออกจากป่าเนาะ ตามมาเป็นฝูงบินคงตัวใครตัวมันแน่ๆ...

Dr. Ple
เขียนเมื่อ 13 Aug 2017 @ 16:06

น้ำผึ้งสด น่าทานมากๆ ค่ะ .... ภูมปัญญาการเก็บน้ำผึ่ง นะคะ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 13 Aug 2017 @ 21:07

ไม่ได้ตีผึ้งแบบนี้นานมากๆ

น้ำผึ้งสดมากๆ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ 16 Aug 2017 @ 00:21

หากิ่งไม้แห้งๆ มามัดรวมกันให้มีขนาดพอดีมือ หลังจากนั้นก็นำเอาใบไม้สดมามัดรวมกับไม้แห้งอีกรอบ "ทิดเอ๋"เล่าให้ผมฟังว่าเป็นการทำ"คบใบไม้สด"มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เวลาจุดไฟแล้วจะเกิดควันมาก

...

ภูมิปัญญาที่งดงามและสง่างามโดยแท้ครับ

-สวัสดีครับท่าน พ.แจ่มจำรัส

-เป็นประสบการณ์ชีวิตที่น่าประทับใจมากๆ ครับ

-ยินดีที่ได้แบ่งปันเรื่องราวดี ๆ นี้ไปยังผู้อ่านครับ

-ขอบคุณครับ

-อ้อ..น่าเสียดายนะครับ ท่านกลับมากำแพงเพชร ไม่ได้ต้อนรับท่านสักเพลา..

-สวัสดีครับพี่ Krutoom

-เป็นการเล่าเรื่องจากการที่ได้สัมผัสครับพี่ครู

-ตื่นเต้นๆ ครับ

-พี่ครูสบายดีนะครับ?

-ด้วยความระลึกถึงพี่ครูครับ

-สวัสดีครับพี่ Krutoom

-เป็นการเล่าเรื่องจากการที่ได้สัมผัสครับพี่ครู

-ตื่นเต้นๆ ครับ

-พี่ครูสบายดีนะครับ?

-ด้วยความระลึกถึงพี่ครูครับ

-สวัสดีครับพี่หมอเปิ้น

-น้ำผึ้งสด ๆจากรังครับพี่หมอ

-ประสบการณ์ดีๆ ที่ต้องบอกต่อครับ

-ขอบคุณครับ

-สวัสดีครับพี่หมอเปิ้น

-น้ำผึ้งสด ๆจากรังครับพี่หมอ

-ประสบการณ์ดีๆ ที่ต้องบอกต่อครับ

-ขอบคุณครับ

-สวัสดีครับพี่หมอเปิ้น

-น้ำผึ้งสด ๆจากรังครับพี่หมอ

-ประสบการณ์ดีๆ ที่ต้องบอกต่อครับ

-ขอบคุณครับ

-สวัสดีครับอาจารย์ขจิต

-หากมีเวลามาเยีี่ยมบ้านนา บ้างเน้อ พี่เน้อ 55

-การตีผึ้งประสบการณ์ที่ได้สัมผัสและประทับใจมากๆ ครับ

-ขอบคุณครับ

-สวัสดีครับอาจารย์ขจิต

-หากมีเวลามาเยีี่ยมบ้านนา บ้างเน้อ พี่เน้อ 55

-การตีผึ้งประสบการณ์ที่ได้สัมผัสและประทับใจมากๆ ครับ

-ขอบคุณครับ

-สวัสดีครับอาจารย์ขจิต

-หากมีเวลามาเยีี่ยมบ้านนา บ้างเน้อ พี่เน้อ 55

-การตีผึ้งประสบการณ์ที่ได้สัมผัสและประทับใจมากๆ ครับ

-ขอบคุณครับ

-สวัสดีครับอาจารย์ขจิต

-หากมีเวลามาเยีี่ยมบ้านนา บ้างเน้อ พี่เน้อ 55

-การตีผึ้งประสบการณ์ที่ได้สัมผัสและประทับใจมากๆ ครับ

-ขอบคุณครับ

-สวัสดีครับอาจารย์แผ่นดิน

-ถือเป็นภูมิปัญญาที่น่าเก็บเอาไว้ส่งต่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ครับ

-ขอบคุณทีี่มาเยีี่ยมและให้กำลังใจครับ

-สวัสดีครับอาจารย์แผ่นดิน

-ถือเป็นภูมิปัญญาที่น่าเก็บเอาไว้ส่งต่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ครับ

-ขอบคุณทีี่มาเยีี่ยมและให้กำลังใจครับ

-สวัสดีครับอาจารย์แผ่นดิน

-ถือเป็นภูมิปัญญาที่น่าเก็บเอาไว้ส่งต่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ครับ

-ขอบคุณทีี่มาเยีี่ยมและให้กำลังใจครับ

-สวัสดีครับอาจารย์แผ่นดิน

-ถือเป็นภูมิปัญญาที่น่าเก็บเอาไว้ส่งต่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ครับ

-ขอบคุณทีี่มาเยีี่ยมและให้กำลังใจครับ

-สวัสดีครับอาจารย์แผ่นดิน

-ถือเป็นภูมิปัญญาที่น่าเก็บเอาไว้ส่งต่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้ครับ

-ขอบคุณทีี่มาเยีี่ยมและให้กำลังใจครับ