เดินแพะ.....

เดินแพะ...แพะ ในบันทึกนี้ หมายถึง ป่า ครับ บ้านเกิดผม เถิน/ลำปาง/เหนือ จะเรียกป่าว่า"แพะ"ดังนั้นเพื่อเป็นการถ่ายทอดถึงภาษาถิ่นและร่วมอนุรักษ์ภาษาถิ่นดินแดนเกิด ดังนั้นจึงขอตั้งชื่อบันทึกนี้เอาไว้ว่า"เดินแพะ" และการ"เดินแพะในครั้งนี้ได้ประสบการณ์ชีวิตต่างๆ มากมาย...จึงขอนำมาบันทึกให้ติดตามกันก่อนในตอนแรก ส่วนตอนต่อไปมีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นมานำเสนอ...อย่าลืมติดตามด้วยนะคร้าบ...

                                                         -กับช่วงบ่ายนี้ ขอนำเอาเรื่องราวของประสบการณ์ชีวิตมาบันทึกเอาไว้บนสมุดออนไลน์เล่มนี้กันสักหน่อยก็แล้วกันนะครับ หลังจากที่มุ่งเป้าไปในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายกันไปพักใหญ่ๆ ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของทีมงานผู้นำของตำบลพรานกระต่าย มาถึงวันนี้งานต่างๆ เริ่มเบาบางลงมาได้บ้าง พอมีเวลาจึงแวะเข้ามาพักผ่อนและคลายสมองไปกับการบันทึกเรื่องเล่า ดี ดี เก็บเอาไว้และแบ่งปันให้กับผู้อ่านได้ร่วมตามติดภารกิจนี้...พร้อมแล้วตามไป"เดินแพะ"พร้อมๆ กันได้เลยคร้าบ!!!!!!

2.เช้าของวันเสาร์ที่ผ่านมา(5 สิงหาคม 2560)เป็นเช้าที่อากาศดีมาก ๆ เลยล่ะครับ และวันนี้เป็นวันที่ผมได้นัดกับทีมงาน"พรานป่า"เข้าไปเดินท่องเที่ยวในป่าซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก เช้านี้"ผู้ช่วยโทน"ได้มารับผมถึงหน้าบ้าน เพื่อเดินทางไปสมทบกับทีมงานท้ายหมู่บ้านครับ..พอเตรียมอุปกรณ์เดินป่าพร้อมสรรพแล้วเราก็เริ่มออกเดินทางลัดเลาะไปตามหมู่บ้าน ยานพาหนะของเราก็เริ่มเดินเครื่อง ตัวผมเองก็เริ่มตื่นเต้นและรู้สึกผ่อนคลายไปกับบรรยากาศยามเช้า..วันที่ได้ปลดปล่อยความเครียด และพร้อมที่จะสัมผัสกับธรรมชาติให้อิ่มเอมใจครับ....

3.เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ เราก็เดินทางไปถึงยังจุดหมายปลายทางครับ ป่าท้ายหมู่บ้านที่ตอนนี้กำลังชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ผมเองซึ่งไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เดินป่ามากนัก เริ่มสูดอากาศให้เต็มปอดรวมทั้งเตรียมการเก็บภาพบรรยากาศของป่าที่นี่เอาไว้ให้มากที่สุดครับ ด้วยคุณภาพของอุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีที่มีอยู่ไม่ค่อยจะมีศักยภาพสูงอะไรมากนัก แต่ก็พอที่จะเก็บภาพแห่งความประทับใจเอาไว้มาฝากผู้อ่านได้มากพอควรเลยล่ะครับ....555

4.ขอต้อนรับทุกท่านด้วยพืชอาหารจากป่าครับ แม้ว่าป่าแถบนี้จะลดความอุดมสมบูรณ์ไปบ้าง เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ถูกทำลายไป แต่สิ่งต่างๆ บนผืนป่าแห่งนี้ก็ยังคงรักษาสภาพเอาไว้ให้เราได้สัมผัสเป็นอย่างดีเลยครับ...เริ่มด้วยพืชผักพื้นบ้านที่ตัวผมเองพอจะรู้จักบ้าง นั่นก็คือ"ใบมะเม่าป่า/ผักส้มอูดหรือว่านเปราะหรือบางแห่งเรียกว่านตูบหมูบ/ผลไม้ป่านามว่า"กล้วยเต่า"ที่ตอนนี้ยังไม่สุกดี/และพืชอาหารอีกหลายชนิดที่วันนี้ขอเก็บภาพมาให้ชมบางส่วนก็แล้วกันนะครับ เมื่อเจอพืชอาหารพื้นถิ่นแบบนี้แล้วทีมเราก็ได้เก็บเอากลับมาเป็นอาหารในมื้อกลางวันด้วย เราต่างก็เก็บเอามาแต่พอกินเท่านั้นครับ...เพราะว่าป่าอยู่ไม่ไกลมากนัก หากเราอยากจะกินเมื่อไหร่ก็สามารถกลับไปเก็บมากินได้แบบสดๆ ไร้สารพิษปลอดภัยแน่นอนคร้าบ....

5.นอกจากนี้ความสวยงามของผืนป่าที่แต่งแต้มด้วยดอกไม้ป่าหรือบางชนิดก็เป็นพืชผักพื้นบ้านด้วยนะครับ...หากผู้อ่านท่านใดเคยเดินป่าก็คงจะพอซึมซับบรรยากาศไปพร้อมๆ กับผมได้เป็นอย่างดี แต่หากผู้ใดไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้ด้วยตนเองแล้วละก็ งานนี้คงจะต้องใช้จินตนาการค่อนข้างสูงหน่อยนะครับ 555 ทำสำคัญไม่ง่ายเลยนะครับสำหรับเส้นทางการเดินป่าที่มักจะมีอุปสรรคต่างๆ คอยรบกวนเรา ไม่ว่าจะเป็นยุง มด หรือแมลงต่างๆ ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมการให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจที่มุ่งมั่นด้วยนะคร้าบ....

6.ทีมงานเดินป่าได้พาผมเดินลัดเลาะไปตามตีนเขา ซึ่งการเดินป่าแบบนี้จะต้องอาศัยประสบการณ์ต่างๆ อย่างมากทีเดียวครับ การระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในชีวิตถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดในการเดินป่าก็คือการไปกับผู้มีประสบการณ์และสามารถดูแลเราได้ครับ และวันนี้ตัวผมเองถือว่าโชคดีมากๆ ที่มีผู้นำทางเชี่ยวชาญเรื่องการเดินป่าระแวกนี้ ทำให้ผมสบายใจและสามารถเก็บภาพและเรื่องราวต่าง ๆเอาไว้อย่างเต็มอิ่มเลยล่ะครับ นอกจากนี้ยังได้เก็บเอาพืชอาหารจากป่า เช่น หน่อไม้ และ เห็ดโคน ซึ่งถือว่าเป็นเห็ดที่อร่อยที่สุดและกำลังออกมาให้เราได้ลิ้มลอง และเห็ดโคนที่ท่านกำลังเห็นอยู่นี้เขาเรียกว่า"เห็ดโคนไฟ"ครับ เป็นเห็ดโคนที่มีลักษณะดอกเล็ก ตีนเห็ดไม่ยาวมากเหมือนเห็ดโคนใหญ่ ซึ่งจะออกมาให้เราได้ลิ้มลองในเร็ววันนี้ครับ...เอาเป็นว่าหากมีโอกาสได้ไปเก็บ"เห็ดโคนใหญ่"วันไหนแล้วผมจะเก็บภาพและเรื่องราวมาฝากอีกนะครับ....

7.ใช้เวลาในการเดินป่าประมาณ 3 ชั่วโมงเศษ เราก็ได้พบกับ"ผึ้งป่า"ครับ และเมื่อเจอแล้ว "ทิดเอ๋"กับ"ทิดออ"ก็บอกกับผมว่าจะต้องขึ้นไปตีผึ้งในวันนี้ด้วย ดังนั้นจึงให้ทีมงานเรานั่งพักผ่อนกันก่อน และทั้งสองคนก็ออกไปจัดเตรียมอุปกรณ์ตีผึ้งทันทีครับ สำหรับวิธีการ"ตีผึ้ง"นั้นวันนี้ขอเก็บเอาไว้ก่อน เพราะว่ามีรายละเอียดที่น่าสนใจมากๆ และสำหรับตัวผมแล้วก็ถือว่าเป็นประสบการณ์คร้งแรกของชีวิตกับการ"ตีฝึ้ง"ครับ...เอาเป็นว่ารอติดตามอ่านในตอนต่อไปก็แล้วกันนะคร้าบ 555

8.เมื่อเสร็จสิ้นจากภารกิจการ"ตีผึ้ง"แล้วเราก็เดินทางกลับบ้านครับ การเดินทางเข้าป่าในครั้งนี้ เราใช้เส้นทางลัดเลาะไปตามชายป่า ดังนั้นเราจึงได้สัมผัสถึงความสมบูรณ์ของป่าที่สร้างแหล่งอาหารให้เราได้อย่างมากมาย และรู้สึกได้ถึงการหวงแหนและต้องช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่าเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะเป็นกลุ่มเล็กๆ หากแต่เราได้คิดและร่วมกันตระหนักถึงเรื่องนี้แล้ว ผมคิดว่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่ก็จะค่อยๆ เห็นและเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนครับ....

9.เมื่อถึงบ้านแล้ว แม่ครัวประจำบ้านของ"ทิดเอ๋"ก็ลงมือปรุงอาหารจากป่าให้เราได้ลิ้มลอง ในช่วงเวลาบ่ายแก่ๆ ทำให้ทีมงานเดินป่าของเราลิ้มรสอาหารจากป่าอย่างเอร็ดอร่อยและอิ่มท้องมากๆ เลยล่ะครับ...และนี่ก็คือ"ความสุข"ที่ตัวผมเองได้สัมผัสจากชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ ชุมชนที่น่าอยู่และอบอุ่นใจที่ได้อาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้ครับ....

สำหรับวันนี้ ขอพาทุกท่านสัมผัสความงามจากป่า เพียงเท่านี้ก่อนก็แล้วกันนะครับ ในบันทึกหน้านี้จะเป็นบันทึกแห่งความตื่นเต้นและได้รับรู้ถึงวิถีแห่งการอยู่ร่วมกันของคนกับป่าที่อยู่ด้วยกันอย่างสมดุล อย่าลืมติดตามด้วยนะคร้าบ.....

สำหรับวันนี้......

                                                                                                          สวัสดีครับ

                                                                                                              เพชรน้ำหนึ่ง/ทีมงานเดินป่า

                                                                                                             09/08/2560


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกษตรบ้านพราน



ความเห็น (10)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ..คุณ เพชรน้ำหนึ่ง.."ชมภาพ..เห็นแล้ว..แพะ..เหมือนขึ้นสวรรค์ ทั้งเป็น"....เดาได้เลยว่า..หากเรามีป่าได้บริบรูณ์..ทุกหย่อมหญ้า..ประเทศเราจะมีความสุข..ขั้นเทพ..ได้ทุกหย่อมหญ้า..ทีเดียว..เจียว..นะ..

เขียนเมื่อ 

โห...บันทึกนี้ทำให้ผมนึกถึงบ้านเมื่อตอนเป็นเด็กเลยครับ

พืชผักก็คล้ายๆกัน เพียงแต่อาจจะเรียกแตกต่างกันไปครับ


เขียนเมื่อ 

ยังมี " แพะ" ให้เดิน  ถือว่า สุดยอดละน้องเพชร

ดีใจกับน้องและคนในพื้นที่จ้ะ

เขียนเมื่อ 

เคยไปเดิน ที่เขาใหญ่ เพื่อน เขาส่องนกกัน เดินไปเดินมา เอ เจ็บๆ ใต้ท้องแขน โดนปลิงดูดเลือดครับ

-สวัสดีครับยายธี

-ตามมาบอกว่าสวรรค์บ้านนายังรอยายอยู่นะครับ

-ได้มีโอกาสเดินป่าแพะแล้วผ่อนคลายไปได้เยอะเลยครับยาย

-ขอบคุณยายที่มาเยี่ยมและสำรวจป่าไปพร้อมๆกันนะครับ

-สวัสดีครับท่าน พ.แจ่มจำรัส

-ยินดีที่บันทึกนี้ทำให้ท่านได้รำลึกถึงความหลังครับ

-ยินดีที่ได้แบ่งปันความสุขไปยังผู้อ่านทุก ๆท่านด้วยครับ

-ขอบคุณครับ

-สวัสดีครับพี่ครูมะเดื่อ

-แถวนี้ยังมีป่าให้ได้เดินและสร้างแหล่งอาหารครับพี่ครู

-ถือว่าโชคดีมากๆ ครับ

-ขอบคุณพี่ครูที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจบันทึกนี้ครับ

-สวัสดีครับท่าน JJ

-การเดินป่าถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีมากๆ เลยนะครับ

-เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะพบเจออะไรบ้าง

-ดังนั้นสิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมที่สุดคือร่างกายและจิตใจที่เข้มแข็งครับ

-ขอบคุณท่านที่มาเยีี่ยมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตดี ดี ด้วยนะครับ

เขียนเมื่อ 

ตัวผมเองก็เริ่มตื่นเต้นและรู้สึกผ่อนคลายไปกับบรรยากาศยามเช้า..วันที่ได้ปลดปล่อยความเครียด และพร้อมที่จะสัมผัสกับธรรมชาติให้อิ่มเอมใจครับ....

.....

เช่นกันครับ

บรรยากาศของยามเช้า

มันมีมนต์เสน่ห์เสมอ มีความนัยสำคัญของการเริ่มต้น และการขีดเขียนฝันเสมอ ครับ

-สวัสดีครับอาจารย์แผ่นดิน

-รู้สึกยินดีที่อาจารย์ได้นำเอาข้อความสั้นๆ มาขยายความต่อ

-ขอบคุณที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจคนเดินแพะนะครับ