เมื่อพยาบาลต้องผ่าตัดไทรอยด์

วันนี้ก็วันที่ 6 แล้วสำหรับการนอนโรงพยาบาล มันไม่ง่ายเลยสำหรับการใช้ชีวิตผ่านไปแต่ละวัน เจ็บระบมไปหมด นับตั้งแต่ต้นเดือนมาก็มีเรื่องร้ายๆมาปะทะในชีวิตตลอด ยอมรับว่ามันหนักมากๆจริงๆสำหรับในชีวิตผู้หญิงธรรมดาเพียงคนหนึ่งที่โดนโกงเงินเป็นจำนวน 7 หลัก และยังมาทราบว่าตนเองมาป่วยมีซีสที่ไทรอยด์อีกต่างหาก หลังจากที่รู้ไม่เป็นอันทำงาน ยอมรับว่าการทำงานตนเองลดลงอย่างมากๆอาการย้อนกลับไปเมื่อ 6 เดือนก่อน ตนเองรู้สึกเหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอกอยู่บ่อยครั้ง หลังๆมาเริ่มมือชา และจะรู้สึกหงุดหงิดง่าย ขี้ร้อนและเมื่อปลายเดือนเมษายนก็คลำพบว่ามีก้อนที่คอ เรารู้ตัวเราอยู่แล้วแหละว่าต้องมีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นในร่างกายเราอย่างแน่นอนแต่ก็พยายามคิดดี เข้าวัดฟังธรรม ออกกำลังกาย ทำจิตใจให้แจ่มใส แต่นั่นมันไม่พอ มันเป็นสิ่งที่สะสมมานาน ร่างกายนั้นได้เตือนเราแล้ว ว่าเราใช้ชีวิตหนักเกินไป ปกติตัวเองจะได้นอนวันละ 3-4 ชม. เพราะทำงานตลอด ตอนเรียนปริญญาโทนี่ยิ่งหนัก บางวันนอน 15 นาที 30 นาที ไม่ได้นอนเลย 48 ชม. ก็ผ่านมาแล้ว ไม่เคยบ่นเหนื่อย ไม่เคยพูดหรือคิดบั่นทอนจิตใจถึงแม้จะเจอปัญหาอุปสรรคตลอดทั้งเรื่องครอบครัวให้ช่วยเหลือต่างๆก็ไม่เคยทำให้ตัวเองรู้สึกท้อแท้ เพราะคิดมาตลอดว่าตนเองคือนักสู้คนหนึ่งไม่เคยรักสุขภาพตนเองเลยสักนิดนั่นละ มันเหมือนระเบิดเวลาดีๆนี่เองหลังจากรู้ว่าตนเองมีซีสที่ไทรอยด์ ตนเองก็ศึกษาหนักมาก ทั้งเปเปอร์ไทยอังกฤษ ข้อดีข้อเสียของการรักษาแต่ละแบบ อ่านบทความงานวิจัยอ่านพันทิป ดูยูทูป อ่านทุกอย่าง เว็บไซด์ เจาะครั้งแรกสิ่งส่งตรวจไม่พอเจาะครั้งที่ 2 พบว่าไม่ใช่เซลล์มะเร็ง แต่ตนเองก็ได้ตัดสินใจรักษาแบบผ่าตัด ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่รวดเร็วมากจริงๆ แต่เรามีคติประจำใจอยู่แล้วว่า "สิ่งใดเกิดขึ้น...สิ่งนั้นดีเสมอ และต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอสำหรับโอกาสที่จะมาถึง" นั่นหล่ะการผ่าก็มีหลายแบบ มีทั้งแบบกรีดที่คอเลย ส่องกล้องทางปาก ส่องกล้องทางรักแร้ เราเลือกส่องกล้องทางรักแร้เพราะคิดว่าน่าจะโอเคกับเราที่สุด วันแรกที่หมอนัดนอนโรงพยาบาลเราออกโอพีดีเช้า วิ่งไปหาหมอ 10 โมง วิ่งกลับมาซักประวัติคนไข้ต่อ เพราะไม่อยากให้เพื่อนร่วมงานลำบาก ช่วงบ่ายเรารีบไปฟังวิสัญญีเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโออาร์ และทำเรื่องแอดมิทและขอพี่พยาบาลไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสระผม เพราะคิดไว้แล้วว่าคงไม่ได้สระผมเป็นอาทิตย์แน่ๆ หลังจากนั้นก็มานอนที่ตึก โทรบอกให้แม่มานอนเฝ้า เพราะไม่มีคนเฝ้าเลย อันที่จริงว่าจะไม่บอกใครเลย แต่มันทำไม่ได้ มาถึงก็สลบเลย เหนื่อยมากๆเพราะเช้าบ่ายเช้าดึกมาหลายวัน วันต่อมาเราต้องอาบน้ำแต่เช้า ใส่สายปัสสาวะ ใส่น้ำเกลือ รอห้องผ่าตัดมารับ พี่แจ้งว่าคิวสุดท้ายเพราะผ่าผ่านกล้องมันค่อนข้างยากและซับซ้อนต้องใช้เวลานาน 10.00 .โออาร์มารับไปห้องผ่าตัดเรารู้สึกใจหวิวมากๆ รับรู้เลยว่าเมื่อคนไข้มารักษาที่เราเค้ามีสภาพจิตใจเป็นอย่างไร บางทีการที่เราเป็นคนไข้บ้างก็ดีเหมือนกันนะ ทำให้เรารู้ว่าการที่เค้าป่วยสภาพจิตใจเค้าก็แย่มากพอแล้วรถโออาร์เข็นไปทีละตึก ทีละตึก เราได้แต่มองไฟกระพริบผ่านช่องไปทีละช่อง นี่ถึงเวลาเราแล้วเหรอ พอไปถึงจะต้องเปลี่ยนเปลนอนเป็นเปลปราศจาคเชื้อที่ใช่ในห้องผ่าตัดโดยเฉพาะ เรานอนรอสักพัก ได้ยินเสียงหมอที่จะผ่าเราแล้ว ถึงแม้ว่าการผ่าตัดของเราจะเสี่ยงมากๆ แต่เรายอมรับว่าเราก็ต้องมีความเชื่อมั่นในฝีมือหมอที่จะผ่าให้เราที่สุด เราคิดในใจไว้แล้วว่าอะไรจะเกิดมันต้องเกิด เราไม่กลัวหรอก ปัญหามีให้วิ่งพุ่งชนหนิ จริงไหม

เมื่อเรามาถึงในห้องผ่าตัดที่เป็นห้องปราศจาคเชื้อ พี่สครับให้ถอดเสื้อวัดความดัน ติด EKG ดมออกซิเจน มีเปิดเพลงคลอเล็กน้อย ถามว่าถึงตอนนั้นเรากลัวไหม มาถึงขั้นนี้แล้วเราไม่กลัวนะ เพราะเราทำใจไว้แล้ว ซักพักก็ฉีดยากลืนน้ำลายเราก็สลบไปเลย มารู้ตัวอีกทีตอนยุห้องพักฟื้นได้ยินเสียงคนพูดกันแต่เราสลึมสลือ รู้ตัวจริงๆก็อยู่ห้องพิเศษแล้ว มองไปที่นาฬิกาก็ 17.30 .แล้วเหรอเนี่ย เรามึนกับยาสลบ พี่พยาบาลมาถามว่าปวดไหมตอนนั้นยังไม่ปวด และได้มาถอดสายปัสสาวะให้ประมาณ 2 ทุ่มแค่นั้นแหละปวดร้าวระบมไปหมด คิดว่าไม่ไหวแน่นอนจึงได้ขอยาแก้ปวด pethidine ถ้าไม่ฉีดคิดว่าตนเองนอนไม่ได้แน่นอน และจะปวดเป็นระยะๆ ตัวเองก็กินยาพาราเอาทุก 4 ชม. เสียงไม่มีตั้งแต่วันแรกและวันนี้ก็ยังไม่มีอยู่

  1. วันต่อมาเราพยายามลุกขึ้นแต่เช้า ซึ่งเป็นการลุกด้วยตนเองที่ทรมาณสุดๆ แต่เราก็บอกตัวเองว่ายูต้องลุกให้ได้นะลุกภายใน 24 ชม.แรกนี่สำคัญ จึงพยายามเอาเตียงขึ้นและลุกเข้าห้องน้ำ เฮ้อ สำเร็จแบบทุลักทุเล Drain ที่ระบายเลือดออกเยอะมาก ประมาณ 110 cc. ก็ตกใจเพราะหากออกมากเกินไป เคยอ่านดูต้องกลับไปเปิด OR ใหม่เพื่อหยุดเลือด หมอจึงให้ pressure ไว้เพื่อ stop bleed ที่คอ วันที่ 2 หลังผ่าตัดออก 50 cc. วันที่ 3 ออก 15 cc. วันนี้ออกอีก 15 cc. ก็โล่งใจซึ่งวันนี้ได้ off drain และฉีด Dexa ครบแล้ว หวังว่าจะได้กลับบ้าน คิดถึงบ้านมากๆ ในใจลึกๆอยากกลับบ้านแล้ว เวลานอนทุกๆวันจะจับบริเวณต่อมไทรอยด์และหัวใจตัวเองว่าข้ารักเจ้านะ อย่าเป็นอะไรอีกนะ เรากำลังช่วยเหลือเจ้าอยู่ จับบริเวณเส้นเสียงตัวเองให้กลับมาพูดได้ส่งกำลังใจให้ฟื้นตัวไวๆ สู้ๆนะ สุขภาพได้เตือนเราแล้ว ต่อไปเราจะไม่ใช้เจ้าหนักๆอีก ขอโทษด้วย สุดท้ายนี้อยากบอกทุกคนว่า..ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ในโลกนี้..."สุขภาพสำคัญที่สุดจริงๆ" บางทีเงินทองมันไม่ได้มีค่ามากมายอะไรหรอกเมื่อเทียบกับสุขภาพของเรา เราจะเริ่มต้นใหม่ หันมาดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้ ...i am promise ?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกของพัฒนพร



ความเห็น (5)

ขอส่งกำลังใจให้หายไวๆค่ะ

เขียนเมื่อ 

สู้ สู้ นะครับ ;)...

ขอให้หายไวๆ นะคะ

-สวัสดีครับ

-เป็นกำลังใจให้หายไวๆ นะครับ

-แฟนผมก็เป็นไทรอยด์ แต่เธอกลืนแร่น่ะครับ

-ตอนนี้ปกติดีแล้วครับ

-เป็นกำลังใจให้นะครับ

ขอบคุณทุกๆคนมากนะคะ