มายาคติสามข้อ เรื่องคุณภาพครูกับผลสัมฤทธิ์ในการเรียนของศิษย์


หนังสือ ปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ บทเรียนแนวใหม่จากฟินแลนด์` บทที่ ๓ และโดยเฉพาะข้อความในหน้า ๒๖๖ - ๒๗๒ บอกเราว่าครูคุณภาพสูงเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอต่อการได้ Learning Outcome ที่ดีของนักเรียน การได้ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ที่ดีของนักเรียนต้องการปัจจัยหนุนที่ซับซ้อน


มายาคติ (ความเชื่อผิดๆ) ที่ว่า ครูดีซะอย่าง ผลลัพธ์การเรียนรู้ของศิษย์ไปฉลุยนั้น มีมายาคติย่อยสามข้อแฝงอยู่


  • “ปัจจัยเพียงหนึ่งเดียวที่มีส่วนสำคัญที่สุดในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาคือ ครู” ความเชื่อนี้ผิด ครูและปัจจัยอื่นๆ ในห้องเรียนมีส่วนเพียงร้อยละ ๑๐ - ๒๐ ของผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ และเมื่อรวมกับปัจจัยอื่นๆ ในโรงเรียน ก็กล่าวได้ว่ามีส่วนเพียงหนึ่งในสามต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน อีกสองในสามเป็นปัจจัยนอกความควบคุมของโรงเรียน
  • “ระบบการศึกษาไม่สามารถมีคุณภาพสูงไปกว่าคุณภาพของครูได้” เป็นความเชื่อที่ผิด และปรากฎอยู่ในรายงานสำคัญๆ ทางการศึกษา สิ่งที่สำคัญกว่าความเก่งของครูเป็นรายคนคือการทำงานร่วมกันเป็นทีม และความพยายามร่วมกันทั้งโรงเรียน
  • “ถ้านักเรียนได้เรียนกับครูที่ยอดเยี่ยมสามหรือสี่คนติดต่อกัน พวกเขาจะพัฒนาความสามารถทางวิชาการได้อย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าปัจจัยอื่นๆ อย่างสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมจะเป็นเช่นไร ในทางตรงกันข้าม นักเรียนที่เจอครูไม่เก่งอย่างต่อเนื่อง จะเรียนแย่ลง และห่างชั้นจากเด็กเก่งออกไปเรื่อยๆ” มายาคติข้อนี้ ละเลยความสำคัญของครอบครัว และสิ่งแวดล้อมทางสังคม ทั้งภานนอกโรงเรียนและภายในโรงเรียน

ข้อสรุปของผมคือ เมื่อไรก็ตามที่ประเทศจัดการระบบการศึกษาแบบมองง่ายๆ ตื้นๆ ไม่มองอย่างซับซ้อน ก็ยากที่จะทำให้เกิดคุณภาพของการศึกษาในภาพรวมได้


วิจารณ์ พานิช

๗ มี.ค. ๖๐

โรงอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)