ใจนำพาศรัทธานำทาง : งานเล็กๆ ของกลุ่มคนเล็กๆ ในวิถีจิตอาสาแบบค่อยคิดค่อยทำ (ค่อยเป็นค่อยไป)

จากนี้เป็นต้นไป ต้องมาดูกันละว่าพวกเขา ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ หรือกระทั่งนิสิตจะทำได้ดีแค่ไหน เพราะงานประเภทนี้มันต้อง “ใจนำพา ศรัทธานำทาง” จริงๆ ไม่ใช่ทำงานเพียงหน้าที่ หรือเพื่อตัวชี้วัดใดๆ



ปลายปี 2559 ผมชวนนิสิตทั้งที่เป็นผู้นำองค์กรนิสิตและนิสิตทั่วไปมารวมกลุ่มทำกิจกรรมจิตอาสาแบบไม่ยึดติดกับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง เหมือนกับที่ผมเคยขับเคลื่อนจนเกิด “กลุ่มไหล” เมื่อปี 2551

การรวมกลุ่มครั้งนี้เกิดจากแนวคิดที่แอบอิง หรือมีแรงบันดาลใจอันเป็นหนึ่งเดียวกับสถานการณ์ทางสังคม 2 เรื่องใหญ่ๆ คือการเสด็จสวรรคตของในหลวงภูมิพล รัชกาลที่ 9 และการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในบางจังหวัดของภาคใต้





โดยเนื้อแท้ของการคิด ผมไม่ได้คิดหรือต้องการหยุดอยู่กับแค่ 2 เหตุการณ์นี้เท่านั้น และลึกๆ ก็คือการวางหมุดหมายให้เป็นเครือข่ายจิตอาสาที่ทำกันทั้งปี ทำกันทุกฤดูกาล ทำเรื่อยๆ โดยไม่ติดยึดว่ามีวิกฤตแล้วค่อยลงมือทำ

ดังนั้นจึงได้ขออนุมัติกึ่งทางการจากผู้บริหารเพื่อจัดตั้งกลุ่มเล็กๆ ในชื่อ “มมส จิตอาสาทำความดีเพื่อแผ่นดิน บนฐานคิดอันเป็นวัตถุประสงค์หลักสำคัญๆ เช่น ฝึกทักษะการจัดกิจกรรมจิตอาสาแก่นิสิต ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมผ่านการลงมือทำบนสถานการณ์จริงของสังคม (ใช้เหตุการณ์ทางสังคมเป็นโจทย์การเรียนรู้) รวมถึงการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดจนการเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10

ด้วยเหตุนี้กลุ่มบุคคลดังกล่าวจึงมีการขยับเขยื้อนตัวเองเป็นพักๆ มีการระดมข้าวของเงินทองตามวาระที่เหมาะสมมาเก็บไว้ ขณะเดียวกันก็ผ่องถ่ายออกไปสู่กิจกรรมบริการสังคมเป็นระยะๆ เป็นต้นว่า เดินทางลงไปร่วมค่ายเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดพัทลุง พร้อมทั้งสมทบงบประมาณและข้าวของเครื่องใช้อีกจำนวนหนึ่ง ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 1 เมษายน 2560



มอบสมทบกิจกรรมให้กับชมรมกู้ภัยราชพฤกษ์


มอบสมทบช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย ผ่าน นางอัจฉราวดี กำมุขโข




หรือกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2560 เครือข่ายนิสิตจิตอาสาเพื่อสังคม ทำความดีเพื่อแผ่นดิน นำโดยนางสาวสินีนาฏ สียางนอกและนางสาวศศิประภา ศุภกิจ ร่วมกับกลุ่มงานกิจกรรมนิสิต ส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอัคคีภัย(เพลิงไหม้) เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2560 ณ บ้านหนองโดน หมู่ที่ 15 ตำบลนาสีนวน อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม

การส่งมอบครั้งนี้ดำเนินการผ่านนางอัจฉราวดี กำมุขโข (นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ) กองแผนงาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เครือข่ายจิตอาสาที่จะลงพื้นที่ส่งมอบสิ่งของต่างๆ อีกครั้งในวันที่ 1 เมษายน 2560 ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคสำคัญๆ เช่น ข้าวสาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นมกล่องพร้อมเครื่องดื่ม ฯลฯ




ในทำนองเดียวกันนี้ ย้อนกลับไปวันที่ 30 มีนาคม 2560 เครือข่ายนิสิตจิตอาสาเพื่อสังคม ทำความดีเพื่อแผ่นดินยังได้ส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคอีกจำนวนหนึ่งให้กับ "ชมรมกู้ภัยราชพฤกษ์" เพื่อจัดกิจกรรมบริการสังคมในโครงการ "กู้ภัยร่วมใจสู่ชุมชน ครั้งที่ 4" ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม - วันที่ 2 เมษายน 2560 ณ บ้านนาแปน ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ที่ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ เช่น เผยแพร่ความรู้และฝึกทักษะในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปรับภูมิทัศน์ในชุมชน ตีเส้นสัญญาณจราจรบนสะพานในชุมชน ฯลฯ




กิจกรรมข้างต้นจะเห็นได้ว่าการขับเคลื่อนดังกล่าวมิได้เฝ้ารอแต่เฉพาะวิกฤตทางสังคมเท่านั้น ตรงกันข้ามนิสิตจะออกมาขยับกายและใจเข้าไปเกื้อหนุนปรากฏการณ์ต่างๆ เป็นระยะๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เป็นต้นว่า การเข้าหนุนกิจกรรมนิสิตนักศึกษา หรือกิจกรรมองค์กรนิสิตเป็นระยะๆ ด้วยเช่นกัน

ปรากฏการณ์ดังกล่าวช่วยยืนยันถึงเจตนารมณ์ว่าการจัดตั้งกลุ่มเหล่านี้จะยังคงดำเนินการไปเรื่อยๆ
เป็นการดำเนินการในลักษณะ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ลงมือทำ และหยัดยืนในแบบ "ทำไป-เรียนรู้ไป" และ "เรียนรู้อย่างเป็นทีม" อย่างค่อยเป็นค่อยไป




ต่อกรณีทั้งปวงนั้น ในระยะเริ่มต้น ผมหลุดออกมาทำเรื่องนี้โดยตรงในแบบศิลปินเดี่ยว หลุดออกมาหลังจากเชื้อเชิญน้องๆ ที่เป็นบุคลากรในสายงานมาช่วยกัน แต่ดูเหมือนพวกเขานิ่งเงียบ – ไม่พร้อม


ผมให้ความเคารพต่อ “ความไม่พร้อม” ของพวกเขาอย่างมาก -

ให้ความเคารพถึงขั้นไม่ได้สั่งการ หรือรบเร้าอันใดเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับมุ่งหน้าที่จะทำเรื่องเหล่านี้กับนิสิตอย่างค่อยเป็นค่อยไป เน้นให้นิสิตได้คิดและลงมือทำด้วยตนเองเป็นส่วนใหญ่ ผมทำหน้าที่เหมือน “โค้ช” ที่คอยแนะนำอยู่ห่างๆ หนุนเสริมกระบวนทัศน์ จัดหาสถานที่และอุปกรณ์รองรับ ประสานภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเท่าที่พึงจะกระทำได้ เพื่อให้การงานเหล่านั้นคลี่คลายและดำเนินการไปได้ตามครรลองที่ก่อเกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของนิสิตและสังคม

เช่นเดียวกับการกระตุ้นให้พวกเขาเข้ามานั่งประจำที่ห้องเป็นระยะๆ ทั้งการโสเหล่พูดคุย คัดแยกสิ่งของเป็นหมวดหมู่ ตรวจทานอายุของสิ่งของ ฯลฯ

หากแต่วันนี้ เมื่อเวลาผ่านไป ผมเริ่มที่จะมอบหมายสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในทีมลงมาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง เสมือนมอบหมายและสร้าง “พี่เลี้ยงแถวสอง” ขึ้นมารองรับอย่างชัดแจ้ง -

จากนี้เป็นต้นไป ต้องมาดูกันละว่าพวกเขา ทั้งที่เป็นเจ้าหน้าที่ หรือกระทั่งนิสิตจะทำได้ดีแค่ไหน เพราะงานประเภทนี้มันต้อง “ใจนำพา ศรัทธานำทาง” จริงๆ ไม่ใช่ทำงานเพียงหน้าที่ หรือเพื่อตัวชี้วัดใดๆ





กระนั้น ผมก็ยังอยากจะยืนยันว่า กิจกรรมดังกล่าวนี้เป็นเสมือนระบบและกลไกที่จะช่วยเกื้อหนุนกระบวนการของการพัฒนานิสิตอย่างดียิ่ง โดยเฉพาะในประเด็นการบ่มเพาะความตระหนักรู้เรื่องจิตอาสา หรือจิตสาธารณะที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นทีมผ่านกิจกรรมนอกหลักสูตรและสถานการณ์จริงทางสังคมที่เน้นการลงมือทำจริง – ทำไปเรียนรู้ไป-ให้นิสิตเป็นพระเอกและนางเอกของเรื่อง ใช้ชุมชนเป็นโจทย์ หรือฐานการเรียนรู้

แน่นอนครับ ผมเชื่อว่าเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ผลลัพธ์การเรียนรู้ย่อมมีหลากมิติ หรือหลากประเด็นอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ที่แน่ๆ นี่คือการเป็นอีกหนึ่งแนวทางของการบ่มเพาะนิสิตสู่ "อัตลักษณ์" ที่พึงประสงค์ดังว่า "ผู้ช่วยเหลือสังคมและชุมชน" สัมพันธ์กับหมุดหมายอันเป็น "เอกลักษณ์" ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดังว่า “เป็นที่พึ่งของสังคมและชุมชนด้วยเช่นกัน




เขียน : วันที่ 1 เมษายน 2560
ภาพ : สุริยะ สอนสุระ/อัจฉราวดี กำมุขโข พร้อมเครือข่าย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (1)

การเขียนสะท้อนวิธีคิดและการดำเนินกิจกรรมดีค่ะ

พี่แก้วขอบคุณที่คุรพนัส ยังเขียนให้เป็นวิทยาทานกับคนต่อไป

ขอบคุณค่ะ