บ่ายวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ เป็นการประชุมคณะกรรมการจัดการประชุมนานาชาติ (IOC – International Organizing Committee) ที่มีผู้เข้าประชุมมากเป็นประวัติการณ์ โดยปีนี้มีผู้แทนจาก ADB และ UNICEF เข้าร่วมประชุมด้วย โดยเขาขอเข้าร่วมเป็น co-host ในปีหน้าและปีต่อๆ ไป หลังจากมาเห็นการประชุมว่ามีคุณภาพเพียงใดเขาก็ปวารณาตัวเข้าร่วม
การประชุมนี้เป็นการประชุมควบทั้ง IOC ของ PMAC 2017 และของ PMAC 2018 โดยวาระแรกเป็นการนำเสนอผลการประเมิน PMAC ที่ดำเนินการมาครบ ๑๐ ปี เป็นรายงานเบื้องต้น แต่ก็มีข้อเสนอแนะที่น่าฟังหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างกลไกของความยั่งยืน ที่มีผู้นำรุ่นต่อไปมารับช่วงต่องาน
ต่อมาเป็นการสรุปและประเมินผล PMAC 2017 ที่เพิ่งจบไปหยกๆ สรุปคือประสบความสำเร็จดีเยี่ยม แต่ก็มีคำแนะนำมากมาย เพื่อปรับปรุงการประชุมให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างผลกระทบ
วาระต่อมาเป็นการหารือประเด็นและ subtheme ของ PMAC 2018 ในหัวข้อ Making the World Safe from the Threats of Emerging Infectious Diseases ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ ๑ - ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ที่ผมเคยเล่าไว้บ้างแล้ว ที่ ๑, ๒ ผู้เข้าร่วมประชุมให้ความเห็นมากและดีมากอย่างน่าชื่นใจ มี ๔ คนร่วมประชุมทางเทเลคอนเฟอเรนศ์ จากเจนีวา และปารีส ข้อเสนอแนะเหล่านี้จะได้รับการบูรณาการเข้าไปในร่างเดิม และนำไปตกลงกันในการประชุมคณะทำงานที่โตเกียว ตอนกลางเดือนเมษายน แล้วนำไปให้ความเห็นชอบในการประชุม IOC ครั้งที่ ๒ ที่มงเทรอซ์ สวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐
วาระสุดท้าย เป็นการปรึกษาหารือหัวข้อการประชุม PMAC 2019 มี อ. หมอ ปริญญ์ วาทีสาธกกิจ แห่งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นผู้ยกร่าง และนำเสนอ โดยเสนอหัวข้อ NCD Prevention through Multilateral Movementที่ประชุมสนับสนุนโดยไม่มีคนคัดค้านเลย แถมยังมีการร่วมกันตั้งชื่อว่า “โรคธุรกิจทำ” (business-borne disease) หรือ “โรคที่เกิดจากการมอมเมาโดยธุรกิจ” เสียอีก อันได้แก่ธุรกิจน้ำตาล ธุรกิจน้ำเมา ธุรกิจเครื่องดื่ม ธุรกิจยาสูบ
ผมประทับใจที่มีคนเสนอว่า เรื่องการประชุมเรื่อง NCD (Non-Communicable Disease โรคไม่ติดต่อ) ก็คือการประชุมเรื่อง UHC ในมิติของการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคนั่นเอง โดยในยุคนี้โรค NCD เป็นปัญหาสุขภาพมากกว่าโรคติดเชื้ออย่างมากมาย และมีคนเสนอว่า ปัจจัยที่มีผลต่อ NCD มีตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา และในช่วงเป็นเด็กเล็ก
ทารกในครรภ์ที่ขาดอาหาร หรือมีความเครียดอย่างอื่นจากแม่ เมื่อโตขึ้นจะมีโอกาสเป็นโรคอ้วน และเป็นโรค NCD มากกว่า มีคำอธิบายกลไกที่ซับซ้อน
วิจารณ์ พานิช
๓ ก.พ. ๖๐