ก่อนที่จะทราบถึงมาตรการ QE ของประเทศสวีเดนนั้น เรามารู้ถึงความหมายของ มาตรการ QE หรือ Quantitative Easing กันก่อนนะครับ โดยมาตรการ QE เป็นมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ คือนโยบายทางการเงิน แบบนึงครับ โดยจะเป็นการนำเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยที่รัฐบาลจะเข้าไปซื้อสินทรัพย์ของสถาบันการเงิน และจะให้สถาบันทางการเงิน ปล่อยกู้ให้ภาคเอกชนเพื่อกระตุ้นให้ ประชาชนในประเทศ มีการใช้จ่ายและการบริโภคกันมากขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจอีกทางครับ แต่ถ้าหากมีการยกเลิกมาตรการ QE จะส่งผลให้สภาพคล่องนั้นลดลง เนื่องจากต้องถอนเงินออกจากระบบ ทำให้ดัชนีในตลาดต่างๆ เช่นตลาดทุน เป็นต้น ลดต่ำลง เมื่อถอน QE ออกไป นั่นหมายความว่า เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ
ประเทศสวีเดนมีการใช้มาตรการ QE ล่าสุด ในวันที่ 18 กพ. พ.ศ.2558 โดยที่ธนาคารกลางของสวีเดน ได้มีการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นครั้งแรก ให้เหลือร้อยละ -0.1 หลังจากที่ทางประเทศได้ประสบปัญหาความผันผวนทางการเงินทางเศรษฐกิจ โดยที่ธนาคารกลางสวีเดนพยายามไม่ให้ประเทศนั้นตกอยู่ในภาวะเงินฝืด โดยการตัดสินใจนี้ เกิดขึ้นภายหลังการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยการหยุดยิงระหว่างรัสเซีย – ยูเครน หลังจากที่ธนาคารกลางเดนมาร์กประกาศลดอัตราดอกเบี้ยที่ผ่านมา โดยปัจจุบัน ราคาอสังหาริมทรัพย์ในสวีเดนขยับตัวเพิ่มสูงขึ้น และประเทศมีหนี้สินกว่าร้อยละ 81 ของ GDP ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่สูงที่สุดในโลก โดยธนาคารกลางยืนยันว่า มาตรการนี้ประกาศขึ้น เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ และภาคการส่งออกของประเทศ จะเห็นได้ว่าการใช้มาตรการ QE ของประเทศสวีเดนนั้น ส่งผลดีต่อประเทศได้พอสมควร และในปัจจุบันประเทศต่างๆมีการใช้มาตรการ QE กันอย่างแพร่หลาย โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในการใช้มาตรการ QE ของประเทศสวีเดน คงเป็นเรื่องของค่าเงิน ซึ่งมาจากที่อัตราเงินเฟ้อในช่วงนั้น ปรับลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2 ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของสวีเดน แต่ในทางกลับกันนั้นค่าเงินบาทของไทยแข็งค่ากว่าค่าเงินของสวีเดนอย่างมากเป็นผลให้ทางด้านการส่งออกของไทยไปยังประเทศสวีเดนนั้นลดลง
แหล่งที่มา : http://www.euronews.com/2015/02/12/sweden-moves-to...
