เมื่อหลายวันก่อนมีการแชร์เหรียญเชิงล้อเลียนเกี่ยวกับพระที่สังคมมองว่าประพฤติผิดธรรมวินัย เย็นนี้ผมเผลอไปเปิด YouTube เป็นการวิเคราะห์ข่าวของช่อง new... จริงๆ ต้องการจะเปิดคำแสดงธรรมของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย (ช่วงหลังมานี้อยากรู้เรื่องเหนือโลก/ตั้งแต่มาอยู่ที่ทำงานใหม่เปิดฟังเกือบจะทุกเช้า/เดิมทีไม่ได้ใส่ใจเลย) แต่บนเมนูรายการมีช่องยั่วยวนใจมากกว่า เมื่อกดเข้าไป จ๊ะเอ๋ ข่าวสำนักวัดพระธรรมกาย เปิดเข้าไปแล้ว ฟังอย่างเดียว แล้วกดไปอ่านความเห็นพร้อมกับอุทานในใจว่า "ตะละแม่" ความคิดหนึ่งโผล่พรวดขึ้นมาว่า "พระกลายเป็นตัวน่ารังเกียจของสังคมไปแล้ว"..."ถ้าบริษัทมี ๔ ชาวพุทธนิ่งเฉยกับเรื่องนี้ได้อย่างไร" ฯลฯ ระหว่างอ่านและข่าวก็เดินไปเรื่อยๆ ไปเอ๊ะใจกับข้อความว่า "โตเป็นวัวเป็นควายแล้วทำมาบีบน้ำตาอายหมาไหม" (ให้อ่านข้อความนี้เป็นข้อความเท่านั้น) ทำให้สงสัยว่า "ใครร้องไห้" จึงเลื่อนลูกศรขึ้นไปดูภาพ และเลื่อนภาพไปเรื่อยๆ ไปพบพระคุณเจ้าพูดอะไรบางอย่างแล้วมีท่าทีเจ็บแค้นข้างใน สะอื้น เสียงสั่น (ฟังนิดเดียวพอ) นี่ละมั้ง "พระร้องไห้" ที่นักเลงคีบอร์ดระบุว่า พระ... ขณะที่สื่อก็กำลังเร้าอารมณ์รับรู้ได้ถึงความเกลียดชัง
ผมคิดถึงพระเครื่องที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง (ผมก็มี) น่าจะเป็นอีกรุ่นหนึ่งซึ่งควรจัดทำขึ้นออกจำหน่าย หาทุนสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ บูรณะปฏิสังขรณ์ของเก่าให้ยาวนานต่อไป มาถึงตรงนี้นึกถึง "พระอึดอัด" ในเมียนม่า ที่ผู้สร้างได้สร้างเพื่อจะบอกว่า "ทรงอึดอัด" เหลือเกิน อย่างไรก็ตาม เหรียญที่ผมกล่าวถึงนี้ อาจสั่งจองกันได้ทั่วประเทศ เป็นรุ่น "พระร้องไห้" แต่ยังไม่มีการจัดสร้างในเวลานี้ ของแปลกๆแบบนี้โดดเด่นไม่น้อย หลายคนอาจชอบของแปลก เมื่อมีใครชอบก็จะมีโรคอย่างหนึ่งทางสังคม เป็นโรคติดต่อง่ายคือ โรคเห่อ แล้วแห่กันไปเป็นเจ้าของ ผู้ผลิตก็รวมไปตามๆกัน :-)
ผมเข้าใจว่า ในสำนักวัดพระธรรมกายมีพระผู้บริสุทธิ์ ศีลาจารวัตรงดงามจำนวนหนึ่งแน่ๆ ซึ่งท่านทั้งหลายย่อมรู้ได้ด้วยตนเอง ในวันนี้ ถ้าพระเณรจำนวนหนึ่งรู้สึกเจ็บแค้นข้างใน เพราะเชื่อมั่นอย่างสนิทใจว่า ครูบาอาจารย์ของตนเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินท่านให้ร้าย ไม่เคยได้ยินท่านกล่าวร้าย และคำพูดของท่านล้วนแต่รู้สึกได้ถึงพรหมวิหารธรรมที่มีต่อตน สิ่งดีๆที่เราได้รับไม่อาจกลายเป็นอื่น นอกจากการเทิดทูนเคารพสูงสุดเหนือชีวิต ดังนั้น เป็นไปได้ที่พระเณรผู้มีความผูกพันแบบนั้น จะเจ็บแค้นสะอื้นด้วยความอ่อนโยนต่อสิ่งที่ตนยกไว้ในเบื้องสูงของชีวิต สายใยความผูกพันระหว่างอาจารย์กับศิษย์ ใครๆ ไม่อาจรู้ได้ถ้าไม่เคยซึมซับความผูกพันดังกล่าวมาก่อน ลองอ่านหัวข้อย่อย "โลกที่ไม่เหมือนเดิม" ในนี้ดู ในย่อหน้าที่สอง เราจะเห็นมิติบางอย่างของอาจารย์กับศิษย์ (คำว่า "อาจารย์" ที่ไม่ใช่ตำแหน่งทางสังคม) ตัวอย่างที่ยกมานั้น ขอบคุณบล๊อกนี้ ที่ทำให้ผมได้เข้าไปอ่านเนื้อหา จากกรณีสื่อที่กำลังเสนอความเห็น เป็นการดูหมิ่นหัวใจน้อยๆของคนที่มีศรัทธาต่อครูบาอาจารย์ของตนอย่างบริสุทธิ์ใจเกินไปหรือไม่ เป็นคำถามที่ผมถามอยู่ในใจ ขณะเดียวกัน ผมก็สอนตัวผมเองว่า ผมไม่ควรทำอย่างสื่อ เพราะเราไม่รู้เลยว่า ความสัมพันธ์แบบศิษย์และอาจารย์มีค่าระดับใด ผมไม่คิดว่า กรณีความเจ็บแค้นดังกล่าว จะคือความเสแสร้ง เพราะผมก็เคยเคารพในครูบาอาจารย์เช่นนั้นมาก่อน
"พระร้องไห้" ในเชิงปรากฎการณ์อาจมีค่ามากกว่าเหรียญที่ห้อยคอ และน่าจะเป็นเครื่องเตือนสติสำหรับชาวพุทธในบางแง่ เพราะมีความเป็นไปได้ที่เขาจะมอบชีวิตนี้ให้กับครูบาอาจารย์ของเขา บางทีการที่เราจะรักใครสักคนหรือเคารพใครสักคน มันผ่านเหตุผลบางประการมาพอสมควร เมื่อถึงจุดหนึ่งเราจะไม่มองว่า คนที่เราเคารพนั้นครองชีวิตอย่างไร