๔๐. เที่ยวงานวัด..ไหว้พระ..วันมาฆบูชา

รอบพระอุโบสถผู้คนเต็มไปหมดและร้านค้ามีแต่คนนั่งทานอาหาร บ้างก็ยืนมุงจับจ่ายซื้อของ เพราะคืนนี้..เป็นคืนสุดท้ายของการจัดงานและเป็นคืนที่ควรค่าแก่การปฏิบัติบูชา ทำจิตใจให้สงบเย็นด้วยการเวียนเทียน..อันเป็นกิจกรรมสำคัญของศาสนาพุทธ

ผมไม่ได้เที่ยวกลางคืนมานานมาก จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งสุดท้ายเมื่อไร ยิ่งเป็นงานวัดด้วยแล้ว คงต้องนึกย้อนไปถึงสมัยเป็นวัยรุ่น ช่วงหลัง..จะไปทำบุญที่วัดบ่อยมากขึ้น แต่จะไปทำบุญตอนกลางวันและเดินชมศาสนสถาน..ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด

ค่ำคืนที่ผ่านมา นับเป็นโชควาสนาจริงๆ ได้ไปเดินย้อนยุค ในคืนวันที่สำคัญ พระจันทร์เต็มดวง แห่งคืนมาฆบูชา ได้ไปทำบุญกราบพระและบูชาพระรัตนตรัย ณ วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร ตั้งอยู่ ณ ถนนพิบูลสงคราม ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี มีงานประจำปีให้บรรดาพุทธศาสนิกชนได้เข้านมัสการพระบรมสารีริกธาตุ.....




วัดเขมาภิรตารามฯ สร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ราวปีพ.ศ.๑๘๙๓ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท นิกายธรรมยุติ พระอุโบสถงดงามทั้งภายนอกภายใน พระประธานเป็นรูปหล่อเก่าแก่มาแต่สมัยอยุธยา ตัววัดตั้งอยู่ทิศตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา

ผมไม่คุ้นชินกับการเดินเบียดเสียดบนถนนคนเดินในงานวัดยามค่ำคืน รู้สึกตื่นเต้นดีเหมือนกัน แต่พอนึกอะไรได้ ก็ไม่ค่อยแปลกใจ ที่เห็นลานจอดรถเต็ม โดยรอบพระอุโบสถผู้คนเต็มไปหมดและร้านค้ามีแต่คนนั่งทานอาหาร บ้างก็ยืนมุงจับจ่ายซื้อของ เพราะคืนนี้..เป็นคืนสุดท้ายของการจัดงานและเป็นคืนที่ควรค่าแก่การปฏิบัติบูชา ทำจิตใจให้สงบเย็นด้วยการเวียนเทียน..อันเป็นกิจกรรมสำคัญของศาสนาพุทธ



ข้อสังเกตของค่ำคืนนี้ ที่มีคนมากมาย อันเนื่องมาจากงานวัดและวันสำคัญทางศาสนา ทั้งที่ไม่มีมหรสพสมโภช ทั้งลิเก ดนตรี และภาพยนตร์..มีเพียงไหว้พระกับออกร้าน..ก็สามารถเรียกศรัทธาให้ผู้คนมางานวัดได้อย่างบรรลุเป้าหมาย..ถ้ามีการละเล่นรื่นเริงบันเทิงใจ..ผู้คนคงมืดฟ้ามัวดินเป็นแน่แท้

สิ่งที่มองเห็นว่ามีแสงสีสันแปลกตา ชื่นชมได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คือ รถไฟ และชิงช้า ตอนเด็กๆผมไม่กล้านั่ง กลัวความเร็วและความสูง ตอนนี้เห็นว่าเขาทำมั่นคงแข็งแรง น่าไปนั่งเล่น พอรู้สึกสนใจแต่ก็หมดวัยแล้ว ได้แต่ยืนดูอย่างตื่นตาตื่นใจ


อีกมุมหนึ่ง..ที่อยู่คู่งานวัด ซึ่งเมื่อก่อนผมเคยคิดว่า..เด็กเล็กเด็กโต..ทำไมถึงนั่งพักผ่อนหย่อนใจได้นานๆระบายสีปูนปาสเตอร์สีขาวรูปคน สัตว์และผลไม้..คืนนี้..ยืนดูให้ชัดๆ ก็พบความสวยงามตามความสามารถและความคิดของแต่ละคน สิ่งที่ได้รับก็เห็นจะเป็นเรื่องของสมาธิ ความสุนทรีย์และอ่อนโยน..ถ้ามีโอกาสผมจะหาซื้อไปให้นักเรียนได้สร้างสีสันบ้าง




ผมคิดว่า..ถ้าจะรวบรวมชื่ออาหารและขนมไทย ให้ไปเที่ยวงานวัด..แม้จะไม่ครบแต่จะได้ภาพของจริงที่ควรสะสมและลิ้มลอง อาหารบางอย่างก็ย้อนยุคและหลายอย่างก็ประยุกต์ขึ้นมาใหม่ แต่การนวดแผนไทย..น่าจะเข้ามาอยู่ในงานวัดนานแล้ว คงเข้ามาพร้อมหมูกระทะนั่นแหละ ผมรู้สึกหิว จึงเข้าไปในร้านก๊วยเตี๋ยวเนื้อน้ำตก หาที่นั่งยากมาก แต่ก็คุ้ม..เพราะรสชาติอร่อยมาก อิ่มแล้วเดินไม่ไหว อยากจะนอนให้หมอนวดที่ริมน้ำเจ้าพระยา ชมพระจันทร์วันเพ็ญ แต่ก็ต้องกลับเพราะสมควรแก่เวลา ..ขอบคุณผู้นำพา ขอบคุณบุญวาสนาที่พามาพบความสุขในงานวัด..ในคืนวันมาฆบูชา ..ที่ประทับใจ




ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ไดอารี่สีแดง



ความเห็น (0)