เมื่อวานได้มีโอกาสดู live เรื่อง

วิธีบล็อคความคิดลบ ๆ จากคนรอบข้าง(ด้วยความรัก)

ส่วนใหญ่ที่เรามักโดนทำร้ายใจได้เจ็บปวดที่สุด ก็คือคนข้างกาย คนที่เรารัก คนใกล้ชิด คนในครอบครัวเรานี่แหละ เพราะเรามักให้ค่าเขามาก คาดหวังว่าเขาจะดีต่อเรา เข้าใจเรา รับฟังเขา พูดกับเราดี ๆ มีกำลังใจให้เรา ยิ่งคาดหวังสูง เวลาผิดหวังก็เจ็บปวดมากเป็นธรรมดา
+++
คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์เลยอยากนำมาแบ่งปันกันค่ะ แต่คงนำมาถ่ายทอดในแบบการตีความตามความเข้าใจของตัวเอง อาจไม่ได้คัดลอกมาทั้งหมด
+++

วิธีบล็อคความคิดลบ ๆ จากคนรอบข้าง(ด้วยความรัก)

1. สร้างใจให้เข้มแข็ง ไม่ยอมให้อิทธิพลลบๆ รอบข้าง มีผลต่อใจเรา
"บอกน่ะง่าย แต่ทำมันยากมาก" มีความคิดนี้เด้งขึ้นมาในใจไหมคะ555 วิธีการสร้างใจให้เข้มแข็งนั้นโดยส่วนตัวที่ทำแล้วได้ผลมาก ก็เป็น

++การฝึกเจริญสติในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านใจตัวเองบ่อยๆ รู้กายเคลื่อนไหว รู้ใจคิดนึก สวดมนต์ นั่งสมาธิ หรือเจริญสติในรูปแบบเคลื่อนไหว(แนวหลวงพ่อเทียน)

++การเลือกเสพสื่อดี ๆ เช่น อ่านหนังสือดี ๆ พวกหนังสือคำสอนดี ๆ หนังสือ How to ในการพัฒนาชีวิตและจิตใจ การเลือกติดตามบุคคลที่ดี เพจดี ๆ ที่ดีต่อใจ เสพแล้วทำให้จิตเราเป็นกุศล ลดการดูข่าวทั่วไป ส่วนใหญ่ข่าวร้ายๆ เยอะกว่าข่าวดี ในยามที่ใจไม่แข็งแรงแม่ดาวปิดทีวีเลยค่ะ เลือกรักษาใจเราไว้ก่อน แต่หากคุณมีกำลังใจแข็งแรงมากพอ เจอข่าวร้าย ๆ ก็สามารถเปลี่ยนพลังงานในใจให้เป็นบวกได้ ดูแล้วน้อมนำมาคิดพิจารณาให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองได้ แบบนี้ดูแล้วดี ดูได้ อันที่จริงเราต้องเรียนรู้ที่จะต้องอยู่บนโลกใบนี้อย่างมีความสุข แต่หากบางทีใจเราอ่อนแอเหลือเกิน ไม่ไหว ก็ต้องหลบพักใจบ้างนะคะ

++จดจำคติสอนใจที่กระตุกสติเราได้ เอาไว้ใช้ ในยามฉุกเฉิน เมื่อก่อนแม่ดาวก็มีจดใส่กระดาษเล็ก ๆ เอาไว้ในกระเป๋าเงิน555 หลัง ๆ จำขึ้นใจ ใส่สมอง บางคนก็มีทำเป็น แถบข้อมือ (wristband) สลักตัวอักษรลงไป รั้งสติตัวเอง ให้ระลึกถึง เตือนใจ ยังไม่ดีขึ้นก็ใช้ดึงแล้วดีดให้รู้สึกเจ็บตัว จะได้รั้งใจก็มี เช่น

"ฉันคือแสงสว่าง" (ขับไล่ความมืดที่เข้ามาให้หายไป ส่องในและสว่างนอก)

"เวลาในชีวิตของเรามีค่า อย่าไปเสียเวลาให้กับเรื่องลบๆ"

"ปรมาจารย์ ผู้ฝึกความดีงามปรากฎตัวแล้ว" (เขามาเพื่อฝึกขัดใจเรา ให้ใจเราใสสะอาด สว่างขึ้น เป็นโอกาสที่่ดีในการเรียนรู้)5555

"สิ่งที่เขาทำเป็นกรรมของเขา แต่สิ่งที่เราทำเป็นกรรมของเรา"

หลายครั้งเราก็อาจห้ามเขาไม่ได้
แต่เราสามารถห้ามการกระทำของเราได้
(ไม่นับรวมความคิดนะคะ ความคิดไม่ดีเกิดขึ้นได้ อย่าตำหนิตัวเองที่คิดไม่ดี ให้ยอมรับ แต่ไม่พูดและทำมันออกมา) ถ้ากำลังใจเรามีมากพอ ต่อให้ด่าแรง ก็ไม่แทงใจค่ะ555
+++
2. คบเพื่อนที่ดี (กัลยาณมิตร) ที่เขามีทัศนคติเป็นบวกเป็นเพื่อนสนิท
+++
3. เราควรมีขอบเขตของเราให้ชัดเจน (นึกถึงรั้วกั้นขอบเขตของบ้านเรา พื้นที่ส่วนตัว) เราสามารถสื่อสารความรู้สึกของเรากลับไปได้(อย่างมีสติ และมีความรักดี ๆ ต่อเขา มิใช่ความโกรธ) บอกว่า เรารู้สึกอย่างไร และเราอยากขอให้เขาทำอะไร หรือคาดหวังอะไรจากเขา เช่น หากมีใครสักคนมาล้อเล่นกับลูกแม่ดาวหยอกๆ ดึงกางเกงลง จนเหลือแต่กางเกงใน สมมุตว่าเป็นที่สาธารณะ แม่ดาวจะบอกคนที่กระทำว่า "แม่ดาวไม่ชอบ ที่คุณมาล้อเล่นกับลูกแม่ดาวเช่นนี้ เพราะการกระทำนี้ สร้างความรู้สึกอับอายให้ลูกชายแม่ดาว" พูดเพราะอยากทำความเข้าใจ และขอความเห็นใจ และแน่นอนค่ะ หากมีครั้งต่อไปอีก ถ้าเขายังทำ แม่ดาวก็จะต้องใช้น้ำเสียง ท่าที ที่จริงจัง และเด็ดขาดมากขึ้นอีกระดับ5555

หรือกับลูก ในบางทีที่ลูกอาจแสดงท่าที พูดจาไม่ดีกับเรา เราก็สามารถบอกเขาได้ว่า "แม่เสียใจที่ลูกพูดกับแม่แบบนี้ แม่เข้าใจว่าลูกกำลังโกรธ เวลาที่ลูกโกรธ ลูกโกรธได้นะครับ เป็นธรรมาดาที่จะรู้สึกโกรธได้ แต่แม่ขอให้ลูกเก็บคำพูดตอนที่รู้สึกโกรธเอาไว้ก่อน พอใจดีๆ เป็นปกติแล้วค่อยพูดจะได้ไม่ทำร้ายใจแม่และใจลูกเอง" พูดในตอนที่เรามีสติ ใจดีๆ นะคะ (หากไม่ได้พูดทันที ณ ตอนเกิดเหตุ คำว่าพูดแบบนี้ ให้ใส่เป็นประโยคคำพูดที่ลูกพูดกับเรา แล้วเราเสียใจ พูดทวนให้เขาฟังค่ะ)
+++
4. ในกรณีที่เราไม่อาจยั้งปากเราได้ทัน สวนกลับ ฟันฉับ งับใจเขาไปแล้ว เราควรอย่างยิ่งที่จะแสดงความรู้สึกผิดที่เผลอทำร้ายใจเขาด้วยคำพูดหรือการกระทำร้าย ๆ ของเรา เราไม่ชอบให้คนอื่นทำกับเรา แต่เราซะเองก็ทำกับเขาเช่นกัน
เมื่อรู้สึกผิด ควรกล่าวคำว่า "ขอโทษ" จากใจ เพราะ

"พูดอะไร...ไม่สำคัญเท่าพูดด้วยความรู้สึกอย่างไร"
+++
แบ่งปันไว้ เผื่อเป็นประโยชน์ค่ะ