ในการประชุมเวทีนำเสนอแผนพัฒนาโรงเรียน โครงการประชารัฐการศึกษา ธนาคารไทยพาณิชย์ เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๙ มีการนำเสนอของ ๖ โรงเรียน เราพบเพชรเม็ดงามในชนบทห่างไกล คือโรงเรียนวัดไผ่เกาะโพธิ์งาม อำเภอเมือง สุพรรณบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต ๑ ที่ผลการศึกษาส่วนที่วัดโดย O-Net ของนักเรียนชั้น ป. ๓ และ ป. ๖ ในปี ๒๕๕๖, ๒๕๕๗, และ ๒๕๕๘ คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนโรงเรียนนี้สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของทั้งประเทศ ถึงระหว่างร้อยละ ๒๑ - ๔๖ สำหรับชั้น ป. ๖ และระหว่างร้อยละ ๑๖ - ๕๖ สำหรับชั้น ป. ๓ โดยคะแนนของชั้น ป. ๓ ในปี ๒๕๕๘ สูงมากทุกวิชา สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศระหว่างร้อยละ ๔๕ - ๕๖


คณะผู้ทรงคุณวุฒิเห็นคะแนนก็ตาลุก สอบถามกันใหญ่ว่าผลสอบแบบนี้เกิดขึ้นอย่างไร ผู้อำนวยการโรงเรียนบริหารอย่างไร คำตอบคือผู้อำนวยการท่านนี้เพิ่งย้ายมาเมื่อปีครึ่งนี่เอง ผลการเรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดไผ่เกาะโพธิ์งามเป็นอย่างนี้มานับสิบปี โดยในสิบปีมีผู้อำนวยการโรงเรียนสามคน ข้อสรุปคือดีเพราะครูดี มีสามัคคีร่วมกันจัดการเรียนรู้ที่ดี แต่ก็มีความเสี่ยงที่เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาครูเกษียณไป ๔ คน เวลานี้มีนักเรียน (ป. ๑ - ๖) ๑๕๐ คน ครูประจำการ ๖ คน ครูอัตราจ้าง ๓ คน เป็นความท้าทายต่อผู้อำนวยการว่าจะรักษาคุณภาพในอดีตในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงใหญ่อย่างไร ฟังแล้วผมคิดถึง KM แต่จะยังไม่เขียนโยงไปเรื่อง KM จะขอโยงไปยังระบบการบริหารการศึกษาของประเทศ ว่าเมื่อมีโรงเรียนแบบนี้เขาใช้ประโยชน์เป็นคานงัดเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอื่นอย่างไร ผมไม่เคยได้ยินยุทธศาสตร์นี้เลย ได้ยินแต่นโยบายเหมาโหล ออกมาเป็นระยะๆ อย่าง “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ที่ไม่ควรเอาไปยุ่งกับโรงเรียนวัดไผ่เกาะโพธิ์งามเลย เพราะเขาดีอยู่แล้ว ในเรื่องผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนวิชา


สิ่งที่โรงเรียนนี้ควรทำในสายตาของผมมี ๒ อย่าง อย่างแรกคือรักษาวิธีการดูแลนักเรียนในเรื่องการเรียนวิชาแบบเก่าไว้ให้ได้ โดยน่าจะลดการติวเพื่อสอบลงไป หันไปเน้นการสร้างแรงบันดาลใจต่ออนาคตของตัวเองให้แก่เด็ก ซึ่งครูเล่าว่า มีศิษย์เก่าคนหนึ่งสอบเข้าแพทย์ขอนแก่นได้ ตื่นเต้นกันไปทั้งโรงเรียน ครูน่าจะเชิญศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในชีวิตแบบต่างๆ มาเล่าเรื่องราวชีวิตฟันฝ่าการเรียนและหลีกเลี่ยงอบายมุขให้นักเรียนฟัง เพื่อสร้างความคาดหวังสูงในตัวเองให้แก่เด็ก ตามหลักการ High expectation, High support


อย่างที่สอง หันไปเอาใจใส่การสร้างคุณลักษณะหรือความเป็นคนดี กับการจัดการเรียนรู้แบบ active learning, team learning เพื่อให้เด็กได้พัฒนา 21st Century Skills อย่างครบด้าน ซึ่งหมายความว่า ควรเน้นพัฒนาครู เพื่อให้มีทักษะจัดการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑


สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือสิ่งที่ สพฐ. และเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรีเขต ๑ ควรทำ คือถอดความรู้ ทำความเข้าใจว่าสภาพวิธีทำงานของครูโรงเรียนวัดไผ่เกาะโพธิ์งามที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเกิดขึ้นอย่างไร แล้วเผยแพร่เพื่อให้โรงเรียนอื่นๆ นำไปเป็นบทเรียน เพื่อพัฒนาโรงเรียนของตน



วิจารณ์ พานิช

๑๓ ธ.ค. ๕๙